ตอนที่ 1022
บทที่ 1022 การตายแห่งซู๋ฮองเฮา
October 31, 2026
บทที่ 1022 การตายแห่งซู๋ฮองเฮา
“เหตุใดจึงถามถึงเรื่องนี้” ซ่านต้วนโฉงเลิกคิ้ว “เดิมทีซู๋เซ่ออาจถูกซ่านจินจื๋อหลอกใช้ ตายอย่างน่าอนาถอยู่ในวังตั้งแต่ต้นจนจบยังหาตัวฆาตกรไม่พบ แต่ว่าซ่านจินจื๋อไม่ต้องการหาใครมาเป็นแพะรับบาปแทนตน”
อันที่จริงกู้อ้าวเวยไม่รู้เรื่องในปีนั้นด้วยซ้ำ
แต่เรื่องที่เฉิงกุ้ยเหรินบอกว่าฆาตกรคือองค์ชายสามกลับทำให้นางแปลกใจยิ่งนัก
นับดูแล้วเฉิงกุ้ยเหรินก็มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกับซู๋ฮองเฮาในปีนั้นจริงๆ แต่ท้ายที่สุดมารู้ว่าปีนั้นนางเพิ่งเข้าวังหลังจากฮองเฮาองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ และก็เพราะละอายใจต่อฮองเฮาองค์ก่อนถึงได้แต่งตั้งขึ้นเป็นกุ้ยเหรินโดยตรง น่าจะไม่มีใครบอกนางว่าฆาตกรคือองค์ชายสาม
นับประสาอะไร ต่อให้บ้านมารดานางบอกว่ามีความเกี่ยวข้องกับองค์ชายสาม แล้วไหนเลยจะยืนกรานได้อย่างไรอีกกัน หนำซ้ำยังหันหัวหอกใส่ตัวเอง บอกว่าซ่านจินจื๋อไม่ประสงค์เปิดโปงความจริงในปีนั้น บัดนี้มาคิดดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว หากซ่านจินจื๋อมีมีหลักฐาน ก็น่าจะข้อสรุปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว ปัจจุบันเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้คลี่คลายแต่อย่างใด
นั่นก็คือเรื่องนี้อยู่สูงเกินคลี่คลาย เพราะฉะนั้นทุกคนต่างดูเหมือนจะไม่ได้มีท่าทีจะไปแตะต้องตระกูลซู๋เลย
เมื่อถามขึ้นในยามนี้ถึงได้รู้ว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเลย
“เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของซ่านจินจื๋อแน่นอน” กู้อ้าวเวยส่ายหน้าทันที “ตอนที่ซู๋กุ้ยเหรินมาหาหม่อมฉันก็กล่าวคำปฏิญาณ ซ้ำยังหันมีดมาทางข้า กลเม็ดแหวกแนวเยี่ยงนี้ คงมีความเป็นไปได้แต่เพียงว่าปักใจเชื่อเรื่องนี้แล้ว แต่ปัจจุบันไม่มีใครไปหาเรื่องตระกูลซู๋ ตระกูลซู๋ไม่มีเหตุผลจะตัดขาดการส่งพระสนมสักคนอีกต่อไป เพราะฉะนั้น ซู๋กุ้ยเหรินไม่เสียดายแม้นตายก็ต้องมาหาข้าเพื่อขอคำอธิบาย หากไม่ใช่เพราะตนตัดขาดตระกูลซู๋วันหน้ายังจะยืมสนมวังหลังขึ้นสู่หนทางแห่งอำนาจได้หรือไม่”
“เหตุใดเจ้าไม่เชื่อว่าหานเอ๋อฆ่าฮองเฮา”
“หม่อมฉันเชื่อว่าเขาจะทำสิ่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ แต่เขากลับไม่เคยหาหนทางยุยงเฉิงกุ้ยเหริน หม่อมฉันจึงนึกถึงฝ่าบาทขึ้นมา” กู้อ้าวเวยคิดเช่นนี้ ก็ย่อมมีเหตุผลเช่นเดียวกัน
ในเมื่อฮ่องเต้มีพระประสงค์ให้ตระกูลตงฟางเป็นแพะรับบาปแทน ไม่ว่าซู๋เซ่อฮองเฮาองค์นี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องถูกผลักลงตำแหน่งอยู่วันยังค่ำ
และคนที่สามารถยุยงสนมในวังได้ก็มีไม่มากนัก มีแต่ฮ่องเต้เท่านั้น
แต่ฮ่องเต้ดูเหมือนจะไม่มีเหตุผลที่จะทำให้ตนกับซ่านเซิ่งหานผิดใจกัน นางจึงเริ่มถามตรงๆ ทันที
สีหน้าซ่านต้วนโฉงเปลี่ยนไปเล็กน้อย มองไปที่นาง “ข้าทำเยี่ยงนี้มีผลประโยชน์อันใด”
“หม่อมฉันผิดใจกับซ่านเซิ่งหาน ในวังก็ไม่มีคนที่น่าไว้วางใจ ย่อมทำได้เพียงถูกท่านควบคุมเท่านั้น” อย่างไรเสียฮ่องเต้ก็ได้กวาดล้างสายลับของซ่านจินจื๋อไปจนเกลี้ยงแล้ว
วันนั้นซ่านเซิ่งหานบอกว่าต้องการสู่ขอตนขึ้นเป็นฮองเฮา เกรงว่าเป็นซ่านต้วนโฉงที่อยากปกป้องตนไว้ อีกด้านหนึ่งก็ไม่อยากให้ตนร่วมมือกับซ่านจินจื๋อ ไม่สู้ให้ตนอยู่ฝ่ายเดียวกับทายาทที่เขาไว้วางใจดีกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ซ่านเซิ่งหานก็จะฮ่องเต้ขัดขวางการพบหน้าและส่งข่าวสารของตนกับซ่านจินจื๋อได้นั่นเอง
แต่ถ้าหากตนไม่เชื่อซ่านเซิ่งหาน เช่นนั้นนางก็จะไร้การสนับสนุนอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในวัง ยากจะได้รับข่าวสาร
“เจ้าคิดมากเกินไปจริงๆ” เวลานี้ซ่านต้วนโฉงกลับส่งเสียงหัวเราะหยันออกมา “ข้าต้องการขังเจ้าเอาไว้ ก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่าไปนี้จริงๆ”
“เป็นหม่อมฉันที่คิดมากเกินไปเอง” กู้อ้าวเวยก็พลอยหัวเราะน้อยๆ ตาม ทว่าดวงตาของทั้งคู่ต่างฉายแววฉงนเล็กน้อย
เบื้องหลังมีคนไม่ต้องการให้กู้อ้าวเวยได้รับข่าวสารจากโลกภายนอก ซ้ำยังผลักดันการตายของซู๋ฮองเฮามาอยู่เบื้องหน้า ที่ทำลงไปก็คงอาจมีแต่ป้ายสีองค์ชายสาม แล้วยังจะได้อะไรอีกกันเล่า
และคนที่สามารถทำทุกอย่างนี้สำเร็จได้ นอกจากฮ่องเต้และคนที่มีชาติตระกูลโดดเด่นแล้ว ยังจะเป็นใครได้อีก
“ใครก็ได้ ไปพาซู๋กุ้ยเหรินเข้ามาที” ซ่านต้วนโฉงสีหน้าเย็นชา และสัมผัสได้ว่าเรื่องราวในปีนั้นคงไม่ได้เรียบง่ายเยี่ยงนี้แน่
ส่วนกู้อ้าวเวยกลับปั้นหน้าขรึมเอ่ยปากถามว่า “ฝ่าบาท เรื่องที่วางพิษจวนตงฟาง เกี่ยวข้องกับพระองค์หรือไม่”
“เจ้าชั่วที่วางพิษในตอนนั้นถูกนายท่านใหญ่ตงฟางมองทะลุปรุโปร่งแล้ว แต่สุดท้ายนายท่านใหญ่ก็ยังตัดสินใจเลยตามเลย กระทั่งยังเพิ่มพิษใส่ตัวเองอีก เรื่องนี้พระองค์เป็นคนทำทั้งหมดหรือไม่” กู้อ้าวเวยเอ่ยหนึ่งประโยคขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่วางใจ
“ย่อมไม่ใช่ข้าอยู่แล้ว คิดว่าน่าจะเป็นเพราะตระกูลตงฟางต้องการเรียกความสนใจของฝูงชน ต้องบอกว่าเป็นการยากที่ข้าจะลงมือทำถึงจะถูก” หัวคิ้วของซ่านต้วนโฉงขมวดแน่น