ตอนที่ 1021
บทที่ 1021 สภาพอารมณ์ขึ้นลง
October 31, 2026
บทที่ 1021 สภาพอารมณ์ขึ้นลง
กล้าได้อย่างไร!
ซ่านต้วนโฉงพุ่งเข้าไปในตำหนักราวกับคลุ้มคลั่ง
“กู้อ้าวเวย เจ้า...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง เขาก็มองเห็นยู่จุนนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง อาภรณ์ที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งทั่วตัวถูกกู้อ้าวเวยผลัดเปลี่ยนเป็นชุดเรียบง่ายสดใหม่สะอาดสะอ้านด้วยตัวเอง
ไม่ได้ขาวซีดเย็นเฉียบอยู่ในโลงน้ำแข็ง และไม่ได้มีกลิ่นอายในโลงน้ำแข็งเลยแม้แต่น้อย
มองด้วยตาเปล่าช่วงอกของนางกระเพื่อมแผ่วเบา แต่ปลายนิ้วที่แต่เดิมควรจะแข็งทื่อเวลานี้กลับกำอยู่บนฝ่ามือของกู้อ้าวเวยเบาๆ
เห็นว่าซ่านต้วนโฉงหมายจะพุ่งเข้ามา กู้อ้าวเวยพลันกำมือของยู่จุนแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน กล่าวเสียงกดต่ำ “ฝ่าบาทโปรดอย่าเข้าใกล้ กลิ่นสุราบนกายพระองค์ยังไม่ซา ซ้ำยังเจือความหนาวเย็นของหยาดฝนอีกด้วย”
กล่าวเช่นนี้ไปพลาง ปลายนิ้วกู้อ้าวเวยเลิกแขนเสื้อยาวสองนิ้วขึ้น หลังจากตรวจชีพจรให้ยู่จุนแล้ว จึงกล่าวต่อว่า “นางมีลมหายใจแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาแปดเก้าวันกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ ผ่านไปอีกหนึ่งชั่วยาม หม่อมฉันยังต้องให้นางนอนในโลงน้ำแข็งอีกหนึ่งคืน แม้นางอาจหนาวจนคร่ำครวญ ก็ขอให้ฝ่าบาททรงอย่าแตะต้องนาง”
“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ ทั้งๆ ที่นางก็...”
“อากาศเย็นในโลงน้ำแข็งแทรกซึมเข้าไปภายในกายของนาง ตอนนี้ยากจะแยกสองช่องออกจากกัน ย่อมต้องค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็เพราะนางถูกปลุกให้ตื่นแล้ว การต้องความหนาวเย็นอาจปวดจนคร่ำครวญก็เป็นเรื่องธรรมดา” กู้อ้าวเวยอธิบายอย่างหงุดหงิด ค่อยๆ คลายมือของยู่จุนออกเล็กน้อย จากนั้นก็ให้นางกำนัลสองคนประคองนางขึ้น ปลายนิ้วกวาดไล้ผ่านไปทั่วจุดฝังเข็มของนางทีละจุด เม็ดเหงื่อค่อยๆ ไหลออกมาจากมุมหน้าผาก
ซ่านต้วนโฉงอึ้งงันอยู่กับที่ องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังกลับคิดจะถอดดาบก้าวเข้ามาแล้ว ดูสิว่าจะมีใครกล้าพูดจาเยี่ยงนี้กับฮ่องเต้อยู่หรือไม่
“ไม่ต้อง” ซ่านต้วนโฉงปั้นหน้านิ่งขวางองครักษ์เอาไว้ แล้วผลัดเปิดหลังตำหนักออกแบบไร้สุ้มเสียง
ส่วนหยูนซีที่เมื่อคืนนี้ไม่ได้กลับมา เวลานี้ยังคงถูกล่ามโซ่ตรวนใหม่อีกครั้ง นอนขดอยู่ในมุมกำแพง หัวเราะเบาๆ “อีกเดี๋ยวท่านจะได้รับทุกสิ่งที่ปรารถนาแล้ว”
“ชีวิตนี้ของเจ้าก็อยู่มาพอสมควรแล้ว” สายตาของซ่านต้วนโฉงเย็นยะเยือก ราวกับจะกรีดเฉือนหยูนซีที่อยู่ต่อหน้าทั้งเป็น
มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ เอ่อล้นออกมา สายตาของหยูนซีพร่าเลือนแต่ยังคงมองเห็นใบหน้าด้านข้างที่แลดูจริงจังของกู้อ้าวเวย ปลายนิ้วสั่นระริกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว “หากนางฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เห็นข้า เจ้าจะอธิบายอย่างไรกันเล่า”
ความเงียบแทนคำตอบ
อารมณ์ทางแววตาของซ่านต้วนโฉงเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ท้ายที่สุดก็มีเพียงเสียงถอนหายใจที่เบาจนเกือบไม่ได้ยิน
กู้อ้าวเวยที่อยู่ในตำหนักหลังทอดมองชุดเข็มอย่างเหม่อลอยน้อยๆ ครู่ใหญ่ให้หลังถึงได้ม้วนเข็มพวกนี้อย่างดีอีกครั้งอย่างท้อแท้ บัญชากับเหล่านางกำนัล
“อีกประเดี๋ยวค่อยนำตัวนางใส่ไปในโลงน้ำแข็งอีกครั้ง อย่าลืมยาลูกกลอน ทำธุระเสร็จแล้วเอาซุปยาแช่น้ำอาบ อย่าให้ปนเปื้อนแม้แต่น้อย รู้หรือไม่”
บรรดานางกำนัลพยักหน้า แล้วเห็นกู้อ้าวเวยลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าอาการผิดแผก ซวนเซหลายก้าวกว่าจะทรงตัวอยู่ กดมุมขมับก่อนก้าวเท้าเข้าสู่โถงด้านหน้า เห็นนัยน์เนตรซ่านต้วนโฉงเปี่ยมแววกังวลระคนสงสัยใคร่รู้ หลังจากนั้นทำเพียงถวายคำนัยเรียบง่าย กล่าวว่า “อาการของนางไม่สู้ดีนัก โลงน้ำแข็งจะทำให้นางหลงเหลือผลข้างเคียงได้ง่ายๆ ทำได้แค่รอจนกว่านางจะตื่นแล้วพักฟื้นนานหลายปี และอาการบ่วยทั้งหมดของนางก่อนหน้านี้ยิ่งดูเหมือนโรคอวัยวะล้มเหลว ยามนี้ดีที่ได้โลงน้ำแข็งช่วยบรรเทา ผลสุดท้ายเวลามีจำกัด”
หัวใจที่เคว้งคว้างพลันกลับสู่ที่ก้นบึ้ง
ปลายนิ้วของซ่านต้วนโฉงจิกเข้าที่พักวางแขนอย่างแน่นหนา ยังอยากซักถามต่ออีกหลายประโยค
“ฝ่าบาทไม่จำเป็นต้องตรัสถามอีกแล้ว เรื่องนี้คงอธิบายไม่ชัดเจนเพียงชั่วครู่ชั่วยาม หากท่านทรงเป็นห่วงยู่จุนจริงๆ ก็ทรงอดทนรอ บางทีแค่พึ่งตัวนางเองก็อาศัยเวลาสองสามปีในการคิดวิธีหาทางออกได้แล้ว”
กล่าวคำพูดที่บอกว่าจะตายก่อนหน้านี้ให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
แต่มีเพียงกู้อ้าวเวยเท่านั้นที่รู้ ถ้าหากอยู่ในยุคปัจจุบันมีเพียงต้องเปลี่ยนถ่ายไตที่ล้มเหลวเท่านั้นจึงจะมีทางรอด แต่ในยุคโบราณที่ไร้เทคโนโลยีเช่นนี้ โรคอวัยวะล้มเหลวมีแต่ต้องตายสถานเดียว หากบอกว่ายังมีวิธีอะไร น่าจะหาได้แต่วิธีที่นอกเหนือการแพทย์เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นยันต์เหลืองที่เรียกนางมาก่อนหน้านี้ จึงจะมีโอกาสรอดชีวิตต่อไป
“ข้าจะส่งคนไปสร้างศาลเจ้าที่ด่านลั่วสุ่ย เจ้าจะต้องมีหนทางใช้วิธีคืนชีพจากความตายของตัวเองมายืดอายุให้แก่นางเป็นแน่”