ตอนที่ 1024
บทที่ 1024 ไม้ตาย
October 31, 2026
บทที่ 1024 ไม้ตาย
ตอนที่จางเหยียงซานผลักบานประตูออกพร้อมกับหมอหลวง
ใบมีดสีเงินโชกโลหิตสดเล่มหนึ่งถูกทิ้งลงข้างเท้าพอดี อาภรณ์ในมือของกู้อ้าวเวยถูกเลือดสดย้อมเป็นสีแดงฉาน บนใบหน้าก็เรื่อแดงเป็นแถบๆ กระโปรงยาวกวาดลากไปบนพื้น บนนั้นกลับมีศพของชายชุดดำคนหนึ่งนอนอยู่ ซางนิงเก็บดาบยาวเข้าฝักตรงช่วงเอว โน้มตัวลงไปเตะศพนั้นไว้ด้านข้าง ก่อนหยิบสมุนไพรห้ามเลือดออกมา
“ไม่ต้อง เรื่องห้ามเลือดยกให้จางเหยียงซานจัดการเถอะ”
กู้อ้าวเวยกล่าวเช่นนี้ ก็เห็นจางเหยียงซานรับช่วงต่อทันที จากนั้นพลันหยัดกายลุกขึ้น “บริเวณเหนือหน้าอกเป็นจุดที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต คนผู้นี้จงใจปรากฏตัวตอนที่ข้าอยู่คนเดียว จึงถือโอกาสนี้ไว้ชีวิตฮองเฮาเหนียงเหนียง”
“ท่านกระชากกระบีออกมาตรงๆ เลย!” เสียงของจางเหยียงซานแหลมขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมุ่งสงสัยว่านางคิดอยากฆ่าฮองเฮาเลยทีเดียว
“ไม่ใช่ข้าเสียหน่อย! เขาต่างหากที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้ามากระชากกระบี่ อยากใช้กระบี่เล่มนี้สังหารฆ่า” กู้อ้าวเวยก็พลอยร้องตะโกนเสียงแหลมขึ้นมาด้วย นางไม่ได้สังเกตเลยว่าซางนิงคอยตามอยู่ข้างหลังตนตั้งแต่เมื่อไร เพียงแต่ตอนที่ถูกเลือดย้อมทั่วร่างแล้วก้าวมาเบื้องหน้าเพื่ออุดปากแผลให้นาง
ยามนี้ได้แต่นั่งยองๆ อยู่ข้างกายจางเหยียงซาน เปิดกล่องยาที่ช่วงเอวของเขาออก ถือโอกาสหยิบสมุนไพรและขี้ผึ้งออกมาส่วนหนึ่ง
“ของพวกนี้รักษาอาการไม่ได้รักษาต้นเหตุ รอข้าประเดี๋ยว ข้าจำได้ว่าที่นี่มีห้องครัวเล็กๆ อยู่ ส่วนเจ้าไปช่วยชีวิตของเขาเอาไว้” กู้อ้าวเวยมุ่นคิ้ว วิ่งกระหืดกระหอบออกไปด้านนอก
จากนั้นไม่นานนางก็วิ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับของเหลวสีขาวชามหนึ่ง ตอนที่ข้ามธรณีประตูเข้ามายังสะดุดเล็กน้อย เคราะห์ดีที่ซางนิงคว้านางเอาไว้ทันเวลา นางคุกเข่าย่อกายลงบนกองเลือดเหล่านั้นโดยตรง หลังจากเรียกหมอหลวงหลายคนให้ออกแล้ว ก็กล่าวกับจางเหยียงซาน “เปิดมันออก”
ทันทีที่จางเหยียงซานปล่อยมือ กู้อ้าวเวยก็แปะของเหนียวหนืดสีขาวราวกับราดน้ำจิ้มไม่ปานลงไป ฮองเฮาก็ค่อยปรือตาขึ้นมา ยกมือขึ้นหมายจะสัมผัสช่วงอก กลับถูกจางเหยียงซานเอื้อมมือไปห้ามเสียก่อน ส่วนกู้อ้าวเวยนั้นทั่วร่างเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ เห็นว่าของสิ่งนั้นยังไม่แห้งสนิท จึงแย่งเข็มในมือของจางเหยียงซานมา ให้เขาประคองนางขึ้น “พยุงให้มั่น”
“ท่านยังคิดจะ...”
“สี่สิบแปดเข็มก็เกินพอ ห้ามมอง ปิดประตู” กู้อ้าวเวยไม่มีเวลาพูดมากความ ใช้กรรไกรแหกชุดปักษ์เพลิงตัวนั้นจากด้านหลังทันที เผยให้เห็นแผ่นหลังโชกเลือด แล้วมองไปที่จางเหยียงซานอีกครั้ง “อย่าให้มือสัมผัส จับแขนเสื้อไว้”
“ข้าสวมถุงมือแล้ว ดีที่ท่านส่งคนไปบอกข้าก่อน” จางเหยียงซานแสดงมือทั้งสองข้างให้ดู
คราวนี้กู้อ้าวเวยจึงเบาใจ มือเป็นระวิง หมอหลวงที่อยู่ข้างๆ ต่างไม่กล้ามองร่างฮองเฮา ในใจกลับยังคงไม่ปักใจเชื่อ
แต่เพียงเวลาหนึ่งก้านธูป กู้อ้าวเวยก็เหงื่อกาฬท่วมตัวเป็นที่เรียบร้อย แต่เพิ่งฝังลงไปสิบแปดเข็มเท่านั้น นางเห็นของเหลวเหนียวหนืดสีขาวนั้นแข็งตัวแล้ว กล่าวเสียงกระซิบว่า “สังเกตชีพจรของนาง เอา...”
“ป้อนยาเรียบร้อยแล้ว ท่านทำต่อเถิด” จางเหยียงซานรีบหลับตาลงอีกครั้ง
คราวนี้กู้อ้าวเวยจึงวางใจ
และนอกตำหนักฮองเฮามีพระสนมจำนวนไม่น้อยที่มาเร่งรุดมาเมื่อได้ยินข่าว ฮ่องเต้ยิ่งยืนวางขรึมอยู่นอกห้อง ถามไถ่นางกำนัลขันทีที่อยู่ข้างๆ “นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันแน่ ทหารต้องห้ามอยู่ที่ใด”
หัวหน้าทหารต้องห้ามที่อารักขาฮองเฮารีบคุกเข่าลงทันใด “ทูลฝ่าบาท ผู้น้อยหาได้พบบุคคลต้องสงสัยเข้าไปข้างในไม่ เป็นเหล่านางกำนัลที่สังเกตความผิดปกติในนั้นก่อน หลังจากที่ใต้เท้าหมอเทพเข้าไปข้างในแล้วก็ไม่มีเงาทะมึนเข้าไปข้างในอีกเลย เกรงว่าคงซ่อนตัวอยู่ในตำหนักฮองเฮาเหนียงเหนียงตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว”
“เดิมทีพวกบ่าวอยากมอบของบำรุงร่างกายให้ฮงอเฮาอเหนียงเหนียง พอเข้าไปด้านในก็เห็นเลือดนองทั่วพื้น กระบี่ยาวเล่มหนึ่งเสียบคาทรวงอกฮองเฮาเหนียงเหนียงแล้วเพคะ...” นางกำนัลที่เห็นเหตุการณ์เอครู่รีบร้อนเอ่ยปาก
เหล่าขันทีน้อยต่างก็ทยอยสมทบ
ซ่านต้วนโฉงได้แต่เฝ้ารออย่างเงียบๆ อยู่ด้านนอก พร้อมกันนั้นยังส่งคนไปตรวจค้นทั่วตำหนักด้วย
คนตัวใหญ่ขนาดนั้นหากซ่อนตัวได้นานเยี่ยงนี้จริงๆ ก็เป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่มีร่องรอยเหลือเลยแม้แต่นิดเดียว