ตอนที่ 1026
บทที่ 1026 ไม่อาจถอยแล้วถอยอีก
October 31, 2026
บทที่ 1026 ไม่อาจถอยแล้วถอยอีก
“ร่างกายของท่านเป็นอย่างไร ท่านเองน่าจะรู้ดี”
หลังจากคำพูดหนึ่งประโยคที่แสบราบเรียบของจางเหยียงซาน กู้อ้าวเวยที่เมื่อครู่ยังโดดเหยงเป็นบ้าไม่หยุดยามนี้ก็พลันสงบลงบ้างแล้ว หันหน้าไปมองเขา “ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ข้าไม่เคยรู้ว่าเจ้าจะโพล่งประโยคที่ไม่สุภาพเยี่ยงนี้ออกมา นี่อยากเห็นข้า...”
“ยามนี้เหง้าถุงน้ำดีหงส์ทำร้ายท่านไม่ได้จริงๆ แต่ท่านย่อมรู้ว่ากลิ่นเลือดนั้นมีพลังดึงดูดจุ้ยเวี่ยนในตัวกายเป็นอย่างยิ่ง หากเมื่อครู่ไม่ได้ข้าฉุดเอาไว้ ท่านคงจะเป็นเจ้าผีร้ายกินคนตนนั้นจริงๆ แล้วใช้หรือไม่”
จางเหยียงซานเลิกคิ้ว เห็นว่าฉูห้าวที่อยู่ข้างๆ ดูเหมือนจะเข้าใจบ้างแล้ว จึงทิ้งหนึ่งประโยคโดยตรง “จุดที่กลิ่นเลือดฉุน ท่านต้องอยู่ห่างๆ เข้าไว้ หลังจากจุ้ยเวี่ยนดื่มเลือดแล้วจะงอกกิ่งก้านออกมา หากท่านดื่มเลือดเข้าไป ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
กล่าวประโยคนี้จบจางเหยียงซานก็วางยาบำรุงกำลังสองสามขวดไว้ข้างๆ แล้วเดินออกไปทันที
กู้อ้าวเวยกัดกลีบปาก รู้สึกไม่ใคร่เต็มใจเท่าใดนัก
เมื่อครู่ภายในห้องบรรทม กลิ่นคาวเลือดดูเหมือนกลิ่น หอมหวานของขนมอบ เกือบจะเย้ายวนหัวใจของนางไปสิ้น
แต่มีแค่นางที่รู้มาจากปากของยู่จือและอ้ายจือ ก่อนที่นางจะดื่มจุ้ยเวี่ยนลงไปก็ได้ดมเลือดจนกลิ่นหวานจางลงไปแล้ว ฉะนั้นตอนนั้นจึงรู้ทันทีว่าของสิ่งนี้คือจุ้ยเวี่ยน ยามนี้กลิ่นคาวเลือดอันฉุนกึกดูเหมือนจะยิ่งจุดประกายความหลงใหลภายในกายของนาง รังแต่จะทำให้นางโหยหาเท่านั้น
วันนี้หากไม่ได้จางเหยียงซานฉุดนางเอาไว้ นางอาจจะทำเรื่องบางอย่างโดยไม่รู้ตัวขึ้นมาจริงๆ ก็ได้
เมื่อนึกถึงว่าตัวจะต้องโลภเลือดคนรัก นางรู้สึกเพียงเสียวสันหลังวูบ
มือถูกกำแน่นอย่างแผ่วเบา ฉูห้าวมองนางอย่างว่างเปล่า “ท่านพี่รู้สึกดีบ้างหรือไม่”
“ทุกอย่างยังปกติ อย่าฟังเขาพูดพล่าม” กู้อ้าวเวยกุมมือของฉูห้าวกลับ คราวนี้จึงตกใจที่สองมือของตัวเองถูกเช็ดจนสะอาด แต่กลับมีเหงื่อเหนียวเหนอะหนะอยู่ในนั้น เมื่อไรก็ไม่รู้
กู้อ้าวเวยรีบชักมือกลับมา นวดมุมขมับเบาๆ “ข้าจะนอนอีกหน่อย”
“อืม” ฉูห้าวพยักหน้า ก่อนออกไปก็ให้ผู้ช่วยที่เชื่อถือได้สองคนข้างกายตนอยู่ตรงนั้น แล้วเอ่ยปากพูดกับซางนิงโดยตรง “รบกวนดูแลท่านพี่ให้ดีด้วย หากมีปัญหาอะไร เอ่อตานของข้าคงมิอาจถอยแล้วถอยอีกเป็นอันขาด”
อายุยังน้อย กลิ่นอายรอบกายกลับเย็นยะเยือกเยี่ยงนี้
ซางนิงลอบชื่นชมรัชทายาทเอ่อตานคนนี้อยู่ในใจอย่างไร้ร่องรอย บนใบหน้าย่อมปั้นหน้านิ่งรับคำเป็นธรรมดา
ส่วนภายในห้อง กู้อ้าวเวยผลัดอาภรณ์โชกเลือดทั้งตัววางใส่ในถังไม่ด้วยตัวเอง เรียกหาคนมาเทน้ำร้อนสำหรับอาบน้ำ ไอร้อนพวยพุ่งรอยกาบ นางกำนัลสองคนที่อยู่หลังฉากกั้นสวมถุงมือช่วยนางจัดการเสื้อผ้าเปื้อนเหล่านั้น
ส่วนนางกลับนั่งอยู่ท่ามกลางไอหนาทึบ เรือนผมดำขลับประหนึ่งขนกาดำระขอบถังอาบน้ำ ปลายนิ้วลากจากเรียวแขนไล้ผ่านทุกอณู รอยแผลเป็นบนร่างกายนี้ถูกนางถูทีละจุด กลับไม่รู้ว่าสีเนื้อจางๆ เหล่านั้นแทบจะยากแยกออกด้วยตาเปล่า ส่วนรอยแผลเป็นบนขั้วหัวใจสายนั้นรักษาหายขาดอย่างสมบูรณ์แล้ว เหลือแต่เพียงสีชมพูอ่อนๆ วงหนึ่งเท่านั้น
ร่างกายสะบักสะบอมแบกรักความทรมานอะไรไม่ได้ตั้งนานแล้ว
นางทำเพียงเงยหน้าขึ้นพิงขอบถังน้ำ ดวงตาเป็นประกายจ้องมองคานห้อง เอ่ยถามว่า “เรื่องฝั่งฮองเฮาเหนียงเหนียงมีอะไรคืบหน้าหรือไม่”
“ยังไม่มีข้อสรุป ใต้เท้าหมอเทพยังต้องการเติมน้ำร้อนอีกหรือไม่เจ้าคะ” นางกำนัลวางน้ำร้อนถังหนึ่งไว้ด้านหลังฉากกั้นลมอย่างระมัดระวัง
กู้อ้าวเวยร้องอืมเบาๆ หนึ่งครา นางกำนัลคนนั้นจึงเดินเข้ามาในห้องอย่างระวัง
แต่ไหนแต่ไรกู้อ้าวเวยไม่ชอบเวลามีคนอยู่ด้วยตอนที่ตนอาบน้ำ ยามนี้นางกำนัลกลับเห็นว่าดวงตาดอกท้อคู่นั่นเสมือนจมสู่ดินแดนอ่อนโยน นุ่มนวลน่าสงสาร เอียงศีรษะตาปรือ แขนเรียวปานหยกขาวที่พาดไปด้านข้างนั้นเคาะเบาๆ อย่างขอไปที
“ใต้เท้าหมอเทพรูปโฉมงดงามยิ่งนัก” นางกำนัลรุ่นเยาว์ปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเอ่ยประจบ
“วังหลังมีนางสนมสามพัน เจ้าควรไปดูพวกนางมากๆ หน่อยจึงจะถูก ข้าผิวหนังหยาบหนาไม่น่ามองเลยสักนิด” กู้อ้าวเวยจำได้ว่าพระสนมเหล่านั้นวันๆ เอาแต่ประทินผิวหอมฟุ้ง แถมบางคนยิ่งอาบน้ำนมกันเลยทีเดียว นางย่อมเทียบไม่ได้เป็นธรรมดา
นางกำนัลหน้าแดงด้วยความกระดากอาย หลังจากเติมน้ำให้นางแล้วก็มาถูหลังให้นาง