ตอนที่ 1028
บทที่ 1028 หัวเด็ดตีนขาด
October 31, 2026
บทที่ 1028 หัวเด็ดตีนขาด
“ยังดี” ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นบีบปลายหูของนาง สายตายะเยือก “สิ่งสำคัญคือถ้าหากเรื่องวางพิษพวกนี้ฉีหยู่และพี่น้องทำทั้งหมดจริงๆ ใช่นั่นอุบายของพวกเขาก็ออกจะแยบยลเกินไปหน่อยแล้ว พิษมากมายขนาดนั้นคิดอยากแก้พิษคงไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย”
“ถ้าหากคนที่อยู่เบื้องหลังนี้เชี่ยวชาญทักษะการแพทย์จริงๆ เช่นนั้นการจัดการพิษในร่างกายก็ง่ายดายยิ่งนัก” กู้อ้าวเวยเอียงศีรษะ มองซ่านจินจื๋อ “แต่ยามนี้เมี่ยวหารกับซูพ่านเอ๋อยู่ไกลพันลี้ เหตุใดเหง่าถุงน้ำดีหงส์ถึงโผล่มาอยู่ในวังหลวงได้ มือลอบสังหารคนนั้นก็แบกกระบี่ยาวเข้ามาแล้ว ไยต้องพาเลือดพิษทั้งกายตนเข้ามาด้วยเล่า”
“เขาอาจจะได้รับบาดเจ็บ ถึงได้มีเลือดไหลออกมา?” เสียงของซ่านจินจื๋อสิ้นสุด หลังสบตากับกู้อ้าวเวยแล้ว ทั้งสองก็นึกขึ้นได้ในทันที
ถ้าหากมือลอบสังหารระลอกแรกมีเลือดไหลหลังจากได้รับบาดเจ็บจริงๆ ในตำหนักฮองเฮาย่อมขาดข้าวของอะไรบางอย่างมาทำเป็นอาวุธสังหาร ส่วนบนตัวนักลอบสังหารคนนั้นก็คงมีบาดแผลที่สอดคล้องกัน และน่าจะมีที่ซ่อนอาวุธสังหารนั่นด้วย
แต่กู้อ้าวเวยกลับพิงด้านข้างเตียง พลางคิดว่าใครกันแน่ที่เป็นคนให้พิษเหง้าถุงน้ำดีหงส์แก่มือลอบสังหาร
ซ่านจินจื๋อเล่าเรื่องนี้ให้ซางนิงฟังแล้วก็วกกลับมาอีกครั้ง
กู้อ้าวเวยถูกเขาเล่นเสียตกอกตกใจ พลางมอง “เหตุใดท่านถึงกลับมาแล้ว?”
“เรื่องนี้ข้าไม่สะดวกออกหน้าโดยตรง จึงมอบให้ซางนิงไปกระจายคำสั่ง ข้าจะเฝ้าเจ้าอยู่ที่นี่” ซ่านจินจื๋อวกกลับไปที่ข้างเตียงอีกครั้ง แล้วโอบนางสู่อ้อมแขนทันที ให้กู้อ้าวเวยห่มผ้านอนอยู่บนตักเขา ก่อนมองไปที่ดวงตาคู่นั้น “เมื่อคืน...”
“ข้าเชื่อท่าน ไม่จำเป็นต้องอธิบาย” กู้อ้าวเวยเพิ่งนึกออกว่าเหตุใดเขาจึงพรวดพรวดเข้ามาอีกครั้ง
สำลักจนพูดไม่ออก กู้อ้าวเวยทำเพียงค่อยๆ หลับตาลง กระเถิบหาท่านอนสบายตัวบนตักเขาแล้วหลับตาลง “ถ้าหากคนที่อยู่เบื้องหลังฝนนี้คือฉีหยู่ ถ้าอย่างนั้นเด็กที่วางพิษในจวนตระกูลตงฟางก่อนหน้านี้ เป็นอย่างไรกันเล่า”
“เขาเป็นคนของเสด็จแม่ ยามนี้เสด็จแม่ถูกกักตัวอยู่ในตำหนักอ๋องจิ้ง เจ้าเด็กนั่นยังไม่ปรากฏตัวเลยสักครั้ง” ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นจัดแจงผมเผ้าที่ไม่เป็นระเบียบของนาง แล้วค่อยๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาด้านบนเล็กน้อย ปลายนิ้วไล้วนตรงหางตาของนางโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่นึกถึงสีแดงสดเสี้ยวนั้น พลันมีระลอกคลื่นปั่นป่วนอยู่ภายในใจ
สีหน้ากู้อ้าวเวยยุ่งเหยิง ตั้งท่าจะพูดสุดท้ายก็หยุด
ซ่านจินจื๋อกลับเข้าใจจุดที่รังควานนาง จึงเอ่ยปากกล่าวทันที “ข้าจะส่งคนไปจับตามองการเคลื่อนไหวเสด็จแม่ให้ดี”
“ท่าน...” กู้อ้าวเวยค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เจือความตื่นตระหนกอยู่หลายส่วน
“นั่นถึงแม่จะเป็นเสด็จแม่ของข้า แต่สุดท้ายนางก็เป็นหัวโจกผู้กระทำความผิดก่อเรื่องในปัจจุบัน ข้าจุดจำคำชี้แนะของชายาแรกทุกเวลา และไม่มีวันลืมฐานะคนของราชวงศ์เป็นอันขาด ความปลอดภัยใต้หล้าชางหลานย่อมสำคัญกว่าชีวิตคนในครอบครัวอยู่แล้ว” ซ่านจินจื๋อกล่าวเช่นนี้ ปลายนิ้วจิ้มปลายจมูกของกู้อ้าวเวยเบาๆ อีกครั้ง “ทุกครั้งที่พบหน้ากันก็มักจะพูดเรื่องเป็นการเป็นงานพวกนี้เสมอ”
“ท่านกับข้าก็ผูกชะตากันด้วยเรื่องนี้ คงถูกกำหนดให้เอาตัวไปพัวพันกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปชั่วชีวิตนี้”
กู้อ้าวเวยคอตั้งตรงกล่าวประโยคนี้ออกมา ภายในใจกลับระส่ำระสาย
นี่ซ่านจินจื๋อกำลังรังเกียจที่นางแข็งแกร่งเข้มงวดเกินไปอยู่หรือ
แต่เมื่อหวนคิดดูแล้ว ยามปกตินางก็พูดเรื่องจิปาถะกับซ่านเชียนหยวนและฉีหลินได้ แต่พอเผชิญหน้ากับซ่านจินจื๋อกลับพูดเล่นอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง
มองดูอาการพิพักพิพ่วนของนาง ซ่านจินจื๋อก็ทอดถอนใจหนักๆ ออกมาหนึ่งเฮือก “คนที่ข้าชอบในตอนแรกคือหญิงสาวที่เชื่อฟังทำตามข้าทุกอย่าง ควรจะเป็นนิสัยชดช้อยไร้เดียงสา ยามปกติก็ควรร่าเริงซุกซน ช่างเจรจาน่ารัก แต่ไหนถึงดันมาถูกใจเจ้าผู้ที่หัวเด็ดตีนขาดเสียยิ่งกว่าผู้ชายอย่างเจ้าเสียได้”
“ข้า...” กู้อ้าวเวยตะกายขึ้นมาด้วยความหัวเสีย ต่อยเข้าที่ไหล่ของซ่านจินจื๋อ “ท่านถึงกับบอกว่าข้าเป็นพวกหัวเด็ดตีนขาดหรือ?”