ตอนที่ 1029
บทที่ 1029 กามรมณ์มอมเมาสติ
October 31, 2026
บทที่ 1029 กามรมณ์มอมเมาสติ
รีบชักมือกลับมายันฝ่ามือบนหัวเตียงแล้วหยัดตัวลุกขึ้น ปลายจมูกแตะกันเล็กน้อย เขายิ่งลุกลี้ลุกลี้มากขึ้น “ไยข้าจะไปหา...”
“แล้วทำไมท่านถึงบอกว่าข้าเป็นพวกหัวเด็ดตีนขาด!” กู้อ้าวเวยกำเสื้อของเขาแล้วดึงเขาขึ้นมา “อีกอย่างเรื่องเมื่อคืน ท่านเล่าให้ข้าฟังตั้งแต่ต้นจนจบหนึ่งรอบ ไม่ว่าท่านแตะต้องปลายเล็บนิ้วไหนของนาง ข้าก็จะให้ลูกไม่ยอมรับท่านเป็นพ่อทั้งนั้น”
ซ่านจินจื๋อหายใจเฮือก รีบโอบนางเข้าสู่อ้อมกอดทันที
“ข้าเล่าๆ”
“ไม่ต้องมากอดรัดฟัดเหวี่ยงเลย เมื่อครู่คนที่โยนข้าเข้าวังแล้วยังให้ข้าตั้งมั่นคุณธรรมสูงส่งคือใครกัน”
สิ่งที่ตามมาคือเสียงข้าวของบางอย่างกระแทกหัวเตียง
จางเหยียงซานที่ยังไม่เคาะประตูอยู่ข้างนอกปั้นหน้าดำคร่ำเครียด รีบออกไปอย่างเดือดดาล
ซางนิงเดินปาดไหลจางเหยียงซานด้วยท่าทางแปลกประหลาด “เจ้าไม่เข้าไป?”
“ผู้อาวุโสลองดูก่อนสักครั้งสิ” จางเหยียงซานประสานมือคารวะน้อยๆ ด้วยอาการกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
ซางนิงรีบร้อนกลับมาจากตำหนักฮองเฮาก็เพื่ออารักขาความปลอดภัยของกู้อ้าวเวย ถือโอกาสเตือนอ๋องจิ้งกว่าอย่าเข้ามาสืบข่าวในวังต่อเนื่องอย่างได้คืบจะเอาศอก แต่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเพียงเสียงอู้อี้ๆ ของซ่านจินจื๋อดังลอยมาจากด้านใน กระทั่งเจือแววน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่เคยพบมาก่อนเลย
“ข้าผิดไปแล้ว ใจเย็นๆ ก่อนดีหรือไม่”
ซ่านจินจื๋อลุกจากเตียงอย่างเอาใจ แล้วกอดคนที่ห่อตัวเป็นลูกกลมๆ เข้าสู่อ้อมกอด
“มีขอะไรให้ต้องใจเย็น อย่างไรเสียร่างกายสะบักสะบอมของข้ามีหรือจะเทียบเนื้อนุ่มนิ้มไร้กระดูกของแม่นางซวนเอ๋อได้ นัยน์ตาทอประกายแวววาว เกรงว่าตลอดทั้งคืนอ๋องจิ้งคงอดใจไม่ไว้ทำผิดครั้งใหญ่ไปแล้ว ข้าเป็นแค่หมอคนหนึ่งคงปีนเกลียวไม่ไหวจริงๆ!”
หลังจากได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน กู้อ้าวเวยก็ยิ่งมีน้ำโหมากขึ้นเรื่อยๆ
ถึงแม้เมื่อวานเขาจะถูกวางยา แต่เขาก็ยังคงกดแขนแทบแตกมิอาจทำเรื่องอะไรได้ แต่วันนี้ถึงกับบอกว่านางหัวเด็ดตีนขาดเชีย!
เปลี่ยนวิธีพูดคือกำลังบอกว่านางไม่เข้าใจความเสน่หา ไม่อ่อนโยน เป็นเรื่องที่น่าโมโหยิ่งนัก!
ถูกคำพูดเป็นชุดขนาดนี้ทำเอาสำลักไม่รู้ว่าควรเริ่มขอโทษจุดไหนดี หัวใจของซ่านจินจื๋อกลับอบอุ่นขึ้นวูบหนึ่ง ภายนอกก็ได้แต่ขยี้ผมนางอย่างเอาใจ กล่าวเสียงทุ้ม “เมื่อครู่เจ้าเตะได้ดีจริงๆ”
“ข้าดูแล้วไม่ดีเลยสักนิดเดียว ควรจะเตะท่านจนมีลูกหลานไม่ได้ แล้วแพร่งพรายข่าวที่ท่านไร้สมรรถภาพไปทั่วเมืองเทียนเหยียนถึงจะถูก” กู้อ้าวเวยกลอกตาอย่างไม่รักษาภาพพจน์ พลิกตัวผลักเขาออกไปน้อยๆ สายตาเย็นเยียบ “ถ้าหากท่านกล้าบอกว่าข้านิสัยเปลี่ยนไปมาก เอะอะไร้เหตุผล วันหน้าท่านก็เป็น คนแปลกหน้ากับข้าก็สิ้นเรื่อง”
พันไม่ควร หมื่นไม่ควรเด็ดขาด!
ซ่านจินจื๋อทำเพียงตำหนิความไม่พอใจของตน ส่งผลให้ก่อเรื่องจนกู้อ้าวเวยลอบผูกพยาบาทมานานแสนนานเช่นนี้
แต่ว่ายามนี้เห็นสีหน้าหลากหลายบนหน้านางแล้ว ซ่านจินจื๋อได้แต่นวดท้องของตนที่ถูกเตะจนปวดตุบเบาๆ แล้วนั่งลงข้างเตียงอย่างว่าง่าย “วันหน้าเจ้าควรจะโกรธมากกว่านี้หน่อย”
สิ่งที่แลกมานั้นเป็นหมอนหนึ่งใบที่กระแทกบานประตู
ซ่านจินจื๋อยกมือขึ้นรับหมอนเอาไว้ เพิ่งคิดจะโต้กลับสักยก ดวงหน้าของคนผู้นั้นกลับประชิดเข้าใกล้เสียแล้ว ริมฝีปากแนบสนิทกัน ช่วงชิงลมหายใจที่เหลืออยู่เล็กน้อยของเขากลืนกินลงไป ปลายนิ้วของกู้อ้าวเวยร่วงลงบนไหล่ของเขา คุกเข่าอยู่บนเตียงแล้วโจมตีคูเมืองต่อไป
ซ่านจินจื๋อถูกบีบให้แหงนหน้าขึ้น ยกมือวางลงบนลำคอของนางพลางออกแรงเล็กน้อย
นางมักจะเผด็จการเช่นนี้เสมอ
เผด็จการเสียจนกวาดม้วนทุกแห่งหน แม้แต่มืองสองข้างนั้นก็ยังลากไล้ลงไปเบื้องล่างอย่างไม่สงวนท่าที แต่ช่วยไม่ได้ที่ตำแหน่งของทั้งสองคนไม่สามารถร่วงลงไปได้ กู้อ้าวเวยขบปลายนิ้วที่เป็นฝ่ายถูกกระทำเบาๆ ด้วยความชั่วร้าย เห็นดวงตาซ่านจินจื๋อเจือความขมขื่นหลายส่วน จึงผละออกมาพร้อมกับมุมตาโค้งองศา “คิดไม่ถึงว่าท่านจะชอบถูกคนเตะ?”
“มีแต่เจ้า” ปลายลิ้นซ่านจินจื๋อปวดตุบ ค่อยๆ หยัดตัวลุกขึ้นมาจากเตียง รวบตัวนางเข้าอ้อมอกโดยตรง กลับถูกมือของกู้อ้าวเวยกดเข้าที่หลังคอ นางยังนั่งหัวเราะน้อยๆ อยู่บนตักเขา “แล้วอาการเอะอะไร้เหตุผลเมื่อครู่ของข้า ท่านก็ชอบด้วย?”