ตอนที่ 1033
บทที่ 1033 ว่างไม่มีอะไรทำ
October 31, 2026
บทที่ 1033 ว่างไม่มีอะไรทำ
ในเมื่อมีผู้ชายสองคนไปยุ่งอยู่กับงานข้างนอก พวกนางก็วางใจแล้ว
กู้อ้าวเวยก็นอนหลับไปอีกสองชั่วโมงแล้วค่อยตื่นขึ้นมา ได้ยินเสียงฝนที่ตกด้านนอกไม่ลดน้อยลงเลย น้ำฝนเม็ดโตกระทบกระเบื้องส่งเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าสีเงิน ยิ่งทำให้ยากต่อการข่มตานอน
ในเมื่อนอนไม่หลับ กู้อ้าวเวยจึงหยิบเอาเสื้อกันหนาวมาสวมห่อตัวเองไว้อย่างแน่นหนา
เดินออกมาจากตรงระเบียงไม่ไกล นางก็มองเห็นฉีหรัวที่สวมชุดเรียบร้อยเหมือนนาง
ทั้งสองคนมองตากัน พูดขึ้นพร้อมกันว่า “ตำหนักฮองเฮา”
จากนั้น ทั้งสองคนก็หัวเราะขึ้นมา ต่างถือร่มกันคนล่ะคันแล้วเดินผ่านท่ามกลางสายฝน ด้านหลังมีหงเซียวกับนางกำนัลขันทีหลายคนเดินตาม หงเซียวตั้งใจพาพวกคนด้านหลังตามอยู่ห่างๆ เพื่อทั้งสองคนจะได้คุยกันอย่างสะดวก
“เจ้าก็รู้สึกไหมว่าเป็นการอาศัยทำร้ายฮองเฮาเพื่อลงมือกับเจ้า เป็นการกระทำที่ได้ไม่คุ้มเสีย” ฉีหรัวกระซิบพูดขึ้น
กู้อ้าวเวยพยักหัว “ได้ไม่คุ้มเสียจริง จริงๆแล้วฮองเฮาเหนียงเหนียงเป็นเพียงหุ่นเชิดของฮ่องเต้ คนที่อยู่เบื้องหลังรู้เรื่องมากมายขนาดนั้น จะไม่รู้เรื่องนี้หรือ ไม่รู้เรื่องหุ่นเชิดนี้หรือ พวกเขาเพียงแค่ลอบฆ่าฮองเฮาก็เพียงพอแล้ว ทำไมจะต้องหาคนที่ร่างกายมีพิษมา หรือต่อมาคิดจะฆ่าข้าด้วย ฟังดูแล้วก็เหมือนยิงนัดเดียวได้นกสองตัว แต่ความจริงแล้วความสำเร็จมีน้อยมาก”
“ถึงแม้ฮองเฮาจะต่อสู้จนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่ความจริงแล้วหากมีเจ้าอยู่ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ฮองเฮาตาย แล้วจึงกลับมาทำร้ายเจ้าก็มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ว่าจะคิดยังไง ยังไงนางก็แอบทำร้ายเจ้าในที่ลับภายในวังยังดีกว่า ทำไมต้องเลือกเป็นที่ตำหนักฮองเฮา” ฉีหรัวพยักหัวอย่างจริงจัง
ที่สำคัญก็คือ คนที่อยู่เบื้องหลังคนนั้นทำไมจะต้องเลือกสถานที่ลงมือเป็นตำหนักฮองเฮา
ยังไงตอนกลางวันฮองเฮาก็จะต้องออกไปข้างนอก และนางในฐานะที่เป็นหมอเทพ ปกติก็จะต้องออกไปข้างนอก คิดอยากที่จะลงมือกับพวกนางไม่จำเป็นจะต้องเลือกลงมือภายในตำหนัก ภายในตำหนักมีทหารองครักษ์เป็นจำนวนมาก พวกเขายังสามารถเข้าไปข้างในได้อย่างง่ายดาย แล้วก็หลอกล่อกู้อ้าวเวยมาฆ่าคน ทำไมถึงไม่ส่งคนไปลอบฆ่าระหว่างทาง ยังไงก็รวดเร็วกว่านี้
ทั้งสองคนคิดไม่ออก จึงต้องไปยังตำหนักฮองเฮาเพื่อสืบหาร่องรอย
แต่เมื่อมาถึงหน้าประตูตำหนักฮองเฮา ดูเหมือนหวางกงกงกำลังจัดการเรื่องที่ฮองเฮาเหนียงเหนียงถูกทำร้าย เมื่อเห็นทั้งสองคนก็แสดงสีหน้าค่อนข้างลำบากใจ
“ฮ่องเต้มีรับสั่ง ไม่อนุญาตให้ท่านหมอเทพเข้าใกล้ตำหนักฮองเฮาอีก นอกจากนี้อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันมงคลของคุณหนูฉี อยากเข้าไปภายสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดดีกว่า” หวางกงกงพูดไปด้วย แล้วก็เหลือบมองดูหงเซียวอยู่หลายที ส่งสายตาหาอยู่หลายครั้ง
หงเซียวจึงต้องฉีกยิ้มแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า พูดโน้มน้าวทั้งสองคนให้ไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันหวางกงกงก็เดินเข้ามา เอาโน๊ตข้อความแผ่นหนึ่งวางบนมือกู้อ้าวเวย แล้วก็พูดกระซิบว่า “ขอท่านหมอเทพ เห็นแก่เรื่องการใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ”
เรื่องการใหญ่? เรื่องการใหญ่อะไร?
กู้อ้าวเวยไม่รู้เรื่อง ในสถานการณ์แบบนี้ในสถานการณ์ที่ไม่รู้เรื่องยังจะมีเรื่องการใหญ่อะไร
เมื่อกลับมา ฉีหรัวชักชวนกู้อ้าวเวยให้ไปคุยกันภายในห้าง แล้วจะเอานางยัดกลับเข้าไป นอนบนเตียงเหมือนเดิม
หลายวันนี้กุ่ยเม่ยอยู่ในวังไม่สะดวกไปมา ตอนนี้ได้สั่งให้ทุกคนออกไป เพื่อเขาจะได้สะดวกเข้ามา ต้มยาด้วยตัวเองแล้วก็ยกเข้ามา แล้วก็กำลังจะหยิบเอาโน๊ตข้อความนั้นมาสังเกตดูอย่างละเอียด กลับเห็นกู้อ้าวเวยฉีกกระดาษแผ่นนั้นทิ้ง ในนั้นเขียนไว้ว่า “รู้เรื่องมากไปจะไม่เป็นผลดีต่อพวกเจ้า"
กุ่ยเม่ยโกรธอย่างมาก “ควรที่จะให้ฉูห้าวมาสั่งสอนเจ้าถึงจะถูก”
“เขาเป็นน้องชายของข้า เจ้าเป็นพี่ชายของข้า ทำไมถึงไม่เห็นพวกเจ้าเอาข้าอยู่?” กู้อ้าวเวยอมยิ้มแล้วก็มุดเข้าไปในผ้าห่ม มองดูเขาด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ “ยังไงความหมายก็คือเรื่องนี้พวกเราไม่ต้องเข้าไปยุ่ง ให้ข้าคอยระวังในวันงานแต่งงาน เห็นที่ฮ่องเต้ก็คงไม่อยากที่จะให้เกิดเหตุสุดวิสัยในงานแต่งงานในครั้งนี้”
“ฮ่องเต้ทำให้เกิดเหตุสุดวิสัยในงานแต่งงานแล้วจะได้ผลดีอย่างไร?” กุ่ยเม่ยไม่เข้าใจ
“ไม่มีผลดีอะไร เพียงแต่ตอนนั้นก็จะมีวิธีบีบบังคับพวกเราเพิ่มขึ้น” ตอนนี้ฉูห้าวก็มาแล้ว นอกเสียจากเขาไม่อยากได้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทั้งสองประเทศ จึงจะสร้างเรื่องได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้กลับพบว่าคนที่เบื้องหลังเป็นคนอื่น และก็หลบซ่อนได้เป็นอย่างดี เทียบกับพวกเราที่ต่อหน้าแล้วเป็นคนที่ช่วยเหลือเขา ยังไงก็ต้องกำจัดคนที่อยู่เบื้องหลังคนนะเสียก่อน ถึงจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
กู้อ้าวเวยพูดขึ้นอย่างเอือมระอา