ตอนที่ 1032
บทที่ 1032 ผู้มีอำนาจอิทธิพลลงมือ
October 31, 2026
บทที่ 1032 ผู้มีอำนาจอิทธิพลลงมือ
หากที่ว่ากันว่าผู้หญิงที่มีความสามารถของเมืองเทียนเหยียนจะเป็นคนเช่นนี้ กู้อ้าวเวยรู้สึกเพียงว่าไม่มีอะไรดีเลย
นางถือร่มแล้วเดินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องมองดูนางผ่านสายฝนรำไร แล้วพูดว่า “ข้าเคยเกี่ยวข้องกับพิษรากถุงน้ำดีหงส์ แต่ข้าก็ยังไม่โง่ถึงขั้นเป็นศัตรูกับตระกูลตงฟางซื่อของพวกเจ้า ในเมื่อซ่านจินจื๋อยืนอยู่ข้างเจ้า ข้าก็จะไม่มีทางทำร้ายพวกเจ้า แต่หากเจ้าใส่ร้ายข้า ข้าจะทำให้ตระกูลของเจ้าต้องชดใช้”
ยกมือเอาร่มยื่นให้กับคนด้านข้าง แล้วกู้อ้าวเวยก็หันเดินไปหาร่มอีกคัน
“ข้าไม่อยากอธิบาย เจ้าน่าจะลองหาดูว่ามีใครในวังน่าสงสัยหรือเปล่า นั่นน่าจะเป็นคนที่เจ้าควรจะสงสัย”
แล้วก็ค่อยๆหันเดินไปยังตำหนักฉีหรัวพร้อมกับขันทีน้อย
กู้อ้าวเวยขี้เกียจฟังคำด่าสาปแช่งที่ดังอยู่ด้านหลังพวกนั้น ยิ่งไม่สนใจคำพูดที่ตงฟางซวนเอ๋อพูดจะรู้ไปถึงหูทุกคนในวัง ณ เวลานี้กลัวว่าจะมีคนไม่น้อยที่จะพุ่งเป้ามาที่นาง
อย่างน้อยศัตรูคนหนึ่งที่พวกนางสามารถป้องกันได้ ยังไงก็ดีกว่าศัตรูที่ยังไม่รู้จัก
คนที่ตกอยู่ภายใต้อำนาจอิทธิพล มักที่จะหลอกตัวเองหลอกคนอื่นอยู่เช่นนี้
ส่วนตงฟางซวนเอ๋อที่ถูกจับตัวอยู่ด้านหลังในที่สุดก็ถูกปล่อยตัว ก้มลงเก็บร่มที่ตกบนพื้นอย่างทุลักทุเล น้ำฝนไหลลงกระทบดวงตาที่ไม่ยอมกระพริบคู่นั้นของนาง และก็ไม่สามารถบดบังเงาร่างกู้อ้าวเวยที่เดินจากไปแล้วสักนิด
“เจ้าเป็นแค่นักฆ่าคนหนึ่ง”
นางทิ้งคำพูดที่รุนแรงไว้อย่างเย็นชา แล้วก็โยนโคมไฟที่เป็นสิ่งเดียวที่สามารถส่องสว่างถนนทิ้งไป หันตัวดินเข้าไปในความมืด
ภายใต้เงาต้นไม้ เหมือนจะมีอีกเงาร่างหนึ่งอยู่ในความมืด
น้ำเสียงของคนนั้นแหบแห้งเหมือนอย่างเคยถูกไฟเผาลำคอ น้ำเสียงสูงๆต่ำๆ ทำให้หวั่นกลัว
“ถึงเวลาที่จะต้องไปจวนอ๋องจงผิงสักครั้งแล้ว ได้สิ่งที่นางต้องการมา นางถึงจะยอมพูดความจริง” คนคนนั้นพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำ แล้วก็ยืนกุญแจดอกหนึ่งให้เขา ปากยังพูดพร้อมอมยิ้มว่า “รากถุงน้ำดีหงส์ ไม่มีอยู่บนโลกนี้แต่แรกแล้ว มีเพียงในเลือดนาง แต่นางยังคิดว่าทุกคนต่างก็โง่”
ตงฟางซวนเอ๋อจับกุญแจในมือไว้แน่น
“นางไม่อยากให้ข้าแย่งผู้ชายคนที่รักที่สุดไป ข้าน่าจะฟังคำพูดของเสด็จป้าตั้งแต่แรก หากเมื่อวานหลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้วข้าเริ่มต้นก่อนได้สักนิดคงจะดี” นางหัวเราะออกมาอย่างน่าสังเวช ก้มลงหัวเราะไม่หยุดเหมือนกำลังหัวเราะเยาะเย้ยตัวเอง
เสียดายที่เสด็จป้าสร้างโอกาสที่ดีให้นางเยอะแยะขนาดนั้น แต่นางกลับกลัวซ่านจินจื๋อจะโกรธ วันนี้กลับทำให้เสด็จป้าต้องประสบเคราะห์ร้าย
หากไม่ใช่เพราะภายในวังร่ำลือกันว่านางกับซ่านจินจื๋อมีอะไรกัน กู้อ้าวเวยจะลงมือได้อย่างไร?
“กู้อ้าวเวย.... เจ้าเป็นคนที่มีความเป็นไปได้ที่คิดฆ่าเสด็จป้าที่สุด”
เสด็จป้าเคยวางเหล้าพิษ ผลักข้าไปสู่อ้อมกอดอ๋องจิ้ง ข้าไม่มีทางเดาผิด
เงาชุดดำคนนั้นเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของตงฟางซวนเอ๋อ อมยิ้มแล้วก็จากไปเงียบๆ หายลับไปในความมืด
……
ค่ำคืนที่มีฝนตก ความเย็นแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย
ตอนที่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันที่สอง กู้อ้าวเวยมุดอยู่ใต้ผ้าห่ม พอจมูกถูกห่มปิดไว้อย่างมิดชิด ทรมานยิ่งนัก
หากให้โอกาสนางเป็นครั้งที่สอง นางจะไม่มีทางพูดกับตงฟางซวนเอ๋อแม้สักคำ
สาวใช้ติดตามของฉีหรัวเคาะประตูแล้วก็ไม่มีเสียงด้านในตอบรับ จึงรีบไปตามฉีหรัวมาอย่างรีบร้อน
เมื่อผลักประตูเปิดออก ก็เห็นกู้อ้าวเวยกำลังนั่งอยู่ภายใต้ผ้าห่มแล้วก็สูดลมหายใจ เสื้อผ้าหลุดลุ่ย หางตาแดงก่ำ เหมือนถูกใครรังแกอะไรอย่างนั้น พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า “ข้ารู้สึกเหมือนว่าข้าเหนื่อยเกินไป”
“ในที่สุดก็ตื่นแล้วหรือ” ฉีหรัวสั่งสาวใช้ให้ยกเอาอาหารเช้ามาทานที่นี่ เอามือแตะดูหน้าผากที่ร้อนผ่าวของนางอย่างไม่อยากเชื่อ “เขาเพิ่งไปเจ้าก็ติดไข้หวัด กลัวว่าเขาจะมาลอกหนังข้าแน่”
“ไม่ขนาดนั้น ข้านอนอีกสักพัก เจ้าไปจัดยามาตามที่ข้าบอกก็พอ”