ตอนที่ 1054
บทที่ 1054 เต็มใจลงโกศ
October 31, 2026
บทที่ 1054 เต็มใจลงโกศ
คืนวันแต่งงานยิ่งใหญ่ เหล่าใต้เท้ามากมายต่างสังสรรค์กินเลี้ยง จวบจนกลางดึกจึงสลายตัวออกไป
เทียนสีแดงหงส์มังกรภายในห้องยังไม่มอดดับ ชื่นมื่นตลอดคืน ไร้นิทรากลางดึก
กู้ซวงตามซ่านจินจื๋อเทียวไปจัดการเรื่องต่างๆ มากมายทั้งบนล่างในตำหนักอ๋องจงผิง เดินต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงนั่งอยู่ในระเบียง ปล่อยให้ซ่านจินจื๋อสวมเสื้อคลุมหนาๆ ให้แก่นาง เฉิงซานเอาถุงประคบร้อนมาให้นางประคบมือ
คืนหน้าหนาวเย็นยะเยือก แต่ทั่วทั้งตำหนักอ๋องจงผิงกลับเป็นสีแดงเพลิงทั้งแถบ ทำให้ใจของนางพลอยอบอุ่นขึ้นมาด้วย
ตงฟางซวนเอ๋อที่อยู่ไม่ไกลนักทำเพียงมองนางครู่หนึ่งอย่างเงียบๆ ก่อนจากไปอย่างฉุนเฉียว
รอจนรุงสาง ซ่านจินจื๋อจึงพากู้ซวงกลับตำหนักอ๋องจิ้ง พักอยู่ในห้องเดียวกัน รอกระทั่งเที่ยงวันจึงลอบนำคนส่งกลับไปยังเรือนข้างของตำหนักอ๋องจิ้งอย่างลับๆ รอบคอบระมัดระวัง คล้ายไม่อยากให้บุคคลใดพบเห็น
กู้ซวงบีบนวดหัวไหล่พลางคิดว่าทำงานมาทั้งคืนแท้ๆ แต่ซ่านจินจื๋อยังปล่อยให้นางนอนบนพื้น ตอนนี้ ปวดเมื่อยไปทั่วร่าง กอปรกับความหนาวเย็นเข้าสู่ร่างกาย ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวจากอาการไข้จับลม ได้แต่ลากสังขารอันหนักอึ้งหมายจะกลับไปสั่งยาให้ตัวเอง กลับได้ยินเฉิงซานที่อยู่ด้านหลังเอ่ยปากขึ้น “ท่านอ๋องยังมีเรื่องมากมายที่ยังทำไม่เสร็จ รอประเดี๋ยวผู้น้อยจะให้คนพาคุณหนูใหญ่กลับไป”
“อืม เจ้าก็ไปเถิด” กู้ซวงโบกมืออย่างเกียจคร้าน หลายวันนี้ถูกผู้ใต้บัญชาของอ๋องจิ้งเอาใจจนไม่เข้าท่า แทบจะนั่งกินนอนกินอยู่แล้ว แม้แต่นิสัยก็ยังพลอยหยิ่งผยองขึ้นมาด้วย
เฉิงซานพยักหน้า แล้วออกไปอย่างเงียบๆ
เปลี่ยนให้สองคนมาคอยรับใช้อยู่ข้างกาย ตามติดอยู่ข้างหลัง
จวบจนกู้ซวงผลักเปิดบานประตูเรือนของตนออก มองเห็นเงาร่างขอวงตงฟางซวนเอ๋ออีกครั้ง จึงลดมือลงจากบนไหล่ ต้อนรับตงฟางซวนเอ๋อผู้นั้นด้วยสายตาเจือรอยยิ้มเอ่ยปากว่า “ไม่ทราบคุณหนูใหญ่ตงฟางมาหนนี้มีธุระอันใด”
“วันนี้ แม้แต่ตัวปลอมยังสามารถไต่เต้าขึ้นเตียงอ๋องจิ้งได้เชียวหรือ”
ตงฟางซวนเอ๋อหุบรอยยิ้มครึ่งเสี้ยวบนใบหน้า
“ต่อให้ข้าเป็นตัวปลอมแล้วอย่างไรเล่า” กู้ซวงก้าวรุกหน้าด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลำแขนเรียวยาวโปรยลงบนขอบโต๊ะ ดวงตาสีดอกท้อที่ดูคล้ายกู้อ้าวเวยคู่นั้นเจือรอยยิ้มหลายส่วน อ่อนโยนคล้ายกับดอกท้อเต็มวสัตฤดู “ท่านเองก็เคยสูงสง่า แต่ยามนี้ต่อให้ท่านรู้ว่าข้าเป็นตัวปลอมแล้วจะทำอะไรได้”
“เจ้าคือตัวปลอมเลียนแบบ” ตงฟางซวนเอ๋อกัดฟันแน่น
ตัวปลอมในอดีตไม่เคยทำพฤติกรรมเช่นนี้กับคุณหนูใหญ่เยี่ยงนางมาก่อน ยิ่งไม่อาจมีความมั่นใจปานนี้เผยออกมาจากนัยน์ตาเช่นนี้แน่ ในระหว่างที่นางกำลังคิดต่างๆ นานา ปลายคางของนางก็ได้ถูกผู้หญิงตรงหน้าเชยขึ้นน้อยๆ
สองนิ้วง่ายๆ แฝงเรี่ยวแรงอยู่ในนั้น
กู้ซวงมองดวงตาใสกระจ่างคู่นั้นของตงฟางซวนเอ๋อ หัวเราะอย่างกะทันหัน “ใบหน้าของคุณหนูใหญ่ตงฟางช่างแสนดูดียิ่งนัก แต่จนแล้วจนรอดก็ยังเทียบชั้นไม่ได้กับตัวปลอมชิ้นหนึ่งด้วยซ้ำ”
“เจ้า!”
“ไยต้องโกรธเคือง ที่หมิงเย็นว่ามา ก็เป็นความจริงทั้งนั้น” กู้ซวงหัวเราะเบาๆ ยกมือขึ้นจิ้มมุมปากของนาง ถอยห่างสองก้าว เตรียมจะกลับไปพักผ่อนในห้อง ย่อมสังเกตถึงกลิ่นภายในห้องนี้ หยิบขวดยามาด้วยตัวเอง ยังไม่ทันเอาเข้าปาก ช่วงไหล่ก็รู้สึกปวดอย่างจัง
กู้ซวงทั้งตัวคนถูกกดราบลงบนพื้นอย่างรุนแรง เข่าสองข้างปวดอย่างสาหัส เบื้องหน้าเริ่มเป็นสีดำเป็นระยะ
ขวดยากลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่แทบเท้าตงฟางซวนเอ๋อ ตงฟางซวนเอ๋อได้กลิ่นยาถอนพิษอย่างง่ายอยู่ในนั้น
กู้อ้าวเวยคนนี้ก็เก่งเรื่องทักษะการแพทย์ด้วย ซ้ำยังแก้พิษได้อีกต่างหาก
แต่อิงจากที่พูดมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ เจ้าตัวปลอมนั่นน่าจะรู้แค่ผิวเผิน แต่วันนี้แค่กลิ่นจางๆ เหตุใดถึงทำให้นางออกไปอย่างระวังตัวได้กันเล่า ซ้ำยังล้วงเอายาแก้พิษขนานแท้ออกมาด้วย?
ฟันธงไม่ได้ว่าคนตรงหน้าจริงหรือปลอมกันแน่ ตงฟางซวนเอ๋อทำเพียงโน้มตัวลงไปมองดูอาการเจ็บปวดของนาง
“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม”
“พวกเจ้าก็ออกจะโลภเกินไปหน่อย” มุมปากกู้ซวงพ่นหัวเราะเบาๆ ออกมา ก้อนหินที่ห้อยอยู่ในใจกลับร่วงหล่นลงมา
เพียงแต่นางเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าตงฟางซวนเอ๋อจึงลงมือปุบปับในตำหนักอ๋องจิ้งเพียงเพราะเห็นซ่านจินจื๋อออกมาจากห้องของนาง
แต่ปลาใหญ่ตัวนี้ ก็ถือว่าติดเบ็ดจนได้