ตอนที่ 1055
บทที่ 1055 คนในกระจก
October 31, 2026
บทที่ 1055 คนในกระจก
“พวกท่านคิดว่าจับตัวสองคนมา เรื่องมันจะพลิกผันได้อย่างนั้นหรือ”
กู้อ้าวเวยแหงนหน้าขึ้นน้อยๆ โซ่เหล็กส่งเสียงดังสะท้อนออกมาไม่ยอมหยุด บนหน้านางกลับเจือรอยยิ้มตั้งแต่ต้นจนจบ กล่าวต่อไปว่า “ชีวิตข้าไม่ยืนยาว แม้ท่านบอกว่าซ่านจินจื๋อชอบนางมากเพียงใด ข้าเองก็ไม่สนใจแล้วทั้งนั้น”
“ทักษะการแพทย์ของข้าโดดเด่น ไยต้องทำให้ตัวเองเสียชีวิตไปตั้งครึ่งกันอีกเล่า” กู้ซวงต่อบทของนางอย่างลื่นไหล ดวงตาเจือแววเหยียดหยามหลายส่วน แต่ปลายนิ้วนั้นกลับกำบนโซ่เหล็กที่ลำคอของนาง พิงด้านข้างเตียงนอน กล่าวเสียงเย็น "ถึงร่างกายข้าจะบาดเจ็บสาหัส ก็ยังไม่ถึงขั้นตายแหล่รอดแหล่”
ทั้งสองสบสายตากันปราดหนึ่ง เพียงแต่ทั้งคู่ต่างยิ้มพลางเบือนหนีสายตาของอีกฝ่าย ไม่มองไปทางดวงหน้าที่เหมือนกับตนจนแยกไม่ออก
ทั้งที่คำพูดที่สองคนกล่าวมาไม่เหมือนกันสักนิด แต่กู้เฉิงกลับยังคงขมวดคิ้วมุ่น
แต่ไรมากู้อ้าวเวยเป็นคนที่พูดจากลับกลอกคนหนึ่ง วันนี้นางอาจรับปากสัญญาท่านเป็นมั่นเป็นเหมาะ คล้อยหลังไปก็เป็นวางอุบายเป็นคนสองหน้า แต่บางครั้งพอนางเชื่อใจใครสักคนก็จะเชื่ออย่างสมบูรณ์แบบ พาให้ผู้คนคาดเดาไม่ได้
ก็เหมือนกับกู้อ้าวเวยทั้งสองคนล้วนอยู่ตรงหน้า แต่พูดถ้อยคำที่พาให้ผู้คนจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนกัน
กู้อ้าวเวยคร้านจะเอ่ยปาก จึงเอนตัวกลับไปบนผ้าห่มอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์ มองทางกู้เฉิง “ข้าอยากรู้ เหตุใดท่านต้องเกลือกกลั้วเข้าในเรื่องนี้อีกจนได้ หรือไม่ต้องการชีวิตนี้แล้ว?”
“เป็นเจ้าที่ไว้ชีวิตของข้า” กู้เฉิงหัวเราะเย็นชาหนึ่งครา ไม่พลาดโอกาสหยั่งเชิงไปแม้เสี้ยวเดียว
กู้ซวงเลิกเนตรงามขึ้น มองไปทางเขา
ส่วนกู้อ้าวเวย ยังจำอะไรบางอย่างได้เลาๆ บนหน้ากลับทำเพียงยิ้มบางๆ “เพราะท่านติดหนี้ท่านแม่มากยิ่งกว่า ในปีนั้นท่านคิดหลอกใช้ข้าทำเรื่องมากมาย แต่ข้าก็ไม่เคยเป็นดั่งใจท่าน”
“ท่านยังคิดอยากเสาะหายาอายุวัฒนะอยู่กระนั้นหรือ ฝ่าบาท?”
กู้ซวงต่อบทไหลลื่น นางดูเหมือนจะจำได้ว่าเขาเองก็เคยเป็นฮ่องเต้อยู่หลายวัน แต่ทั้งหมดนั้นต่างไร้ประโยชน์
กู้เฉิงปั้นหน้าเย็นชา คราวนี้เมี่ยวหารจึงเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง มองดูกู้อ้าวเวยที่ถูกโซ่เหล็กพันธนาการอยู่ “นี่ก็คือตัวปลอมที่ร่วมเรียงเคียงหมอคนกับที่ท่านรัก”
“พรืด...” กู้อ้าวเวยระเบิดหัวเราะลั่นออกมาหนึ่งคราในทันควัน ดูเหมือนว่าการได้ยินประโยคนี้ของเมี่ยวหารกลับทำให้นางรู้สึกอภิรมย์ยิ่งนัก นางแหงนหน้าขึ้นจากเตียงนอนเต็มแรง นัยน์ตาหลงเหลือเพียงแสงดาราอันสว่างจ้าทั้งแถบ “บางที ข้าต่างหาที่เป็นตัวปลอมที่ไต่เต้าขึ้นเตียงซ่านจินจื๋อ พวกท่านไม่ได้เป็นศัตรูของข้าหรอกหรือ เหตุใดแม้แต่ข้าเป็นตัวปลอมถึงยังแยกไม่ออก”
เมี่ยวหารถูกความคลุ้มคลั่งในดวงตาของนางทำเอาสะดุ้งโหยง แม้แต่กู้ซวงก็ยังดูด้อยกว่า แต่นางมักถนัดการเลียนแบบผู้คนอยู่เสมอ
ภายใต้ความคลุ้มคลั่งของกู้อ้าวเวย นางทำเพียงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเยือกเย็นสงบนิ่ง ทั้งไม่แก้คำ และไม่เอ่ยปาก
นี่ยิ่งดูเหมือนสองทางเลือกที่กู้อ้าวเวยอาจจะทำมากที่สุด
จุดเพลิงโทสะของผู้อื่นอย่างก้าวร้าวบีบเค้น หรือไม่ก็รักษาความสงบนิ่ง มองพวกเขาอย่างเหยียดหยาม
“น่าเบื่อนัก” กู้อ้าวเวยโบกมือแล้วเอนตัวนอนอีกครั้ง ก่อนมองกู้ซวงปราดหนึ่ง “ในเมื่อทักษะการแพทย์ของเจ้าไม่เลวทีเดียว ไม่สู้เจ้ากับเมี่ยวหารร่วมมือกันรักษาข้าให้หายดีเป็นใช้ได้ เช่นนั้นการเล่นเป็นตัวปลอมของข้าครั้งนี้ก็ทำได้แบบไม่ขาดทุน”
“ตัวปลอมอย่างข้าคงเขียนสูตรยาไม่ได้หรอกนะ ตัวหนังสือก็บิดเบี้ยว” กู้ซวงหัวเราะขึ้นมา
เวลานี้ดวงตาสองคู่ส่องสะท้อนดวงหน้าของอีกฝ่าย กลับเหลือเพียงความเย็นชาทั้งผืน
ดูเหมือนว่าคนที่เข้าใจกันโดยปริยายยิ่งนักเมื่อครู่นี้ได้เห็นอีกฝ่ายเป็นศัตรูคู่แค้น หน้าเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว พาให้ผู้คนขนลุกขนชัน
แต่มีเพียงกู้อ้าวเวยและกู้ซวงที่จะรู้สึกตัว ทั้งสองก็เหมือนกับพี่น้องฝาแฝดไม่มีผิด น่าสนใจยิ่งนัก
น่าเสียดายที่ดันไปทำให้ผู้อื่นหัวเสีย
เดิมทีสามารถระบุตัวตนคนที่มีทักษะการแพทย์โดดเด่นคนนั้นได้จากสูตรยาของพวกนาง เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างตัวจริงกับตัวปลอม
แต่หลังจากได้ยินคำพูดของพวกนางสองคน เมี่ยวหารยิ่งรู้สึกกังวลว่าทั้งสองจงใจเล่นตุกติกกับสูตรยา โดยใช้สิ่งนี้มาปกปิดตัวตนของตัวเอง หรือไม่ก็สร้างเลียนแบบตัวตนของตัวเอง