ตอนที่ 1062
บทที่ 1062 น้ำหนึ่งกำมือในใจ
October 31, 2026
บทที่ 1062 น้ำหนึ่งกำมือในใจ
ใครจะไปรู้ว่าเมื่อฟังเช่นนี้แล้ว ซ่านจินจื๋อกลับหัวเราะขึ้นมา
“ตอนนี้เจ้ากลับสงสัยในตัวเขาขึ้นมาแล้วหรือ”
“ข้าไม่ได้สงสัยในตัวเขา” กู้อ้าวเวยพูดปฏิเสธ มองดูสีหน้าซ่านจินจื๋อที่เปลี่ยนไป รีบพูดขึ้นก่อนที่เขาจะโมโหว่า “เขาไม่ได้หื่นเหมือนเจ้า ตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุดก็เห็นอำนาจของประเทศเป็นสิ่งสำคัญ”
ตรงเอวถูกกอดรัดอย่างแน่น ผู้ชายเพียงทับไว้ไม่คลายมือ พูดขึ้นอย่างโหดร้ายว่า “เขาดีถึงเพียงนี้หรือ?”
“ดูเจ้าสิ ตอนนี้เจ้าสอบสวนแต่ข้า เคยสนใจเรื่องบ้านเมืองประเทศนี้ไหม?” อดร่างกายตัวเองลง แล้วกู้อ้าวเวยก็ค่อยๆหลบหลีกเขา แล้วก็พูดขึ้นอย่างจริงจังว่า “ทั้งกายทั้งใจซ่านเซิ่งหาน มีเพียงประเทศชาติ มีเพียงตำแหน่งฮ่องเต้นั้น ความรู้สึกรักชอบที่มีต่อข้าครึ่งหนึ่งก็เพียงเพราะข้าเป็นหนึ่งในอำนาจนั้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง ก็เป็นเพราะหัวใจดวงนั้นเงียบเหงามานานแล้ว อยากที่จะลิ้มลองกับการได้ดื่มสุราดีกับสาวงามซักครั้ง ต่อไปหากคิดอยากที่จะทำแบบนั้น ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เสาะหาไม่ได้ ตามหาไม่ได้อีกแล้ว”
ดวงตากู้อ้าวเวยสดใสเหมือนดั่งดวงดาว ตอนที่ชมตนเองกลับไม่มีความภาคภูมิใจแม้แต่น้อย
กลับนวดต้นคอถึงกระดูกสันหลังของซ่านจินจื๋ออย่างปลอบโยน แล้วก็มองดูเขาอย่างยิ้มเยาะ
ในระหว่างที่เสื้อผ้าเสียดสีกัน กู้อ้าวเวยคิดอยากที่จะถือโอกาสถามอีกครั้งว่า จางเหยียงซานสั่งเรื่องการรักษาไว้ยังไงบ้าง ถึงได้ทำให้กุ่ยเม่ยโกรธจนมาตำหนินาง กลับคิดไม่ถึงว่าสีหน้าของซ่านจินจื๋อยิ่งเริ่มมืดมน ไม่พูดไม่จา ทำให้เดาไม่ถูก
หลังจากนั้นสักพัก ซ่านจินจื๋อค่อยผละออกจากอ้อมกอดของนาง พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “พักผ่อนให้ดี ข้าจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย”
“ไม่ทานอาหารพร้อมข้าแล้วหรือ?” กู้อ้าวเวยเอนนอนอยู่บนเตียง มองดูเขาอย่างแปลกใจ
“เจ้าเข้มแข็งมากไม่ใช่หรือ? เดี๋ยวให้กุ่ยเม่ยมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้า” ซ่านจินจื๋อพูดขึ้นอย่างเรียบเฉย
หากตั้งใจฟังให้ดี ก็จะได้ยินถึงความหึงหวงที่แฝงอยู่ในนั้น
กู้อ้าวเวยไม่ทันพูดรั้ง ซ่านจินจื๋อก็รีบก้าวเดินออกไปแล้ว แล้วก็สั่งให้จางเหยียงซานกับกุ่ยเม่ยเข้ามา ปล่อยให้โม่ซานที่เมื่อกี้ช่วยพูดสงบศึกเฝ้าอยู่ด้านนอก ทำให้สีหน้าของกุ่ยเม่ยดูย่ำแย่ หลังจากที่เอากับข้าวออกมาจากตระกล้าอาหารแล้ว ก็เอามือกอดอกนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านข้างมองดูนาง
“หมาโผโต้วฝุ(เต้าหู้ผัดซอสเสฉวน)ที่เจ้าสั่ง” เส้นเลือดสีแดงภายในดวงตากุ่ยเม่ยยังไม่จางหาย ท่าทีดูดุร้าย
กู้อ้าวเวยมองดูเต้าหู้ยำกับหอมแดงในถ้วย แล้วก็ถือว่าสิ่งนี้คือหมาโผโต้วฝุ(เต้าหู้ผัดซอสเสฉวน)ที่ต้องการทาน
ผู้ชายที่ขอโทษอย่างจริงใจก่อนเข้านอน ทำไมหลังจากที่นางนอนตื่นขึ้นมาแล้วถึงได้กลับกลายเป็นอีกแบบหนึ่ง
นางกัดตะเกียบไว้อยู่นาน แล้วยังไงก็คิดไม่ออกว่าเขาจะไปที่ไหนกันแน่
และในตอนนี้ ภายในเมืองเทียนเหยียนเกิดความโกลาหลวุ่นวาย ซ่านจินจื๋อกลับพาพวกลูกน้องมายังร้านสุกี้หม้อไฟเล็กของหลานเอ๋อร์
ตอนเช้ารุ่งฟ้ายังไม่ทันสว่าง ประตูหน้าร้านก็ถูกเคาะเสียงดัง
คนรับใช้เสี่ยวเอ้อที่เฝ้าเวรดึก กับพวกที่จัดเตรียมสิ่งของในยามเช้ารุ่งต่างก็ออกมาต้อนรับ เมื่อมองเห็นเป็นพวกทหารชุดดำทมิฬ มีหลายคนที่หวาดกลัวรีบวิ่งไปตามหลานเอ๋อร์มา
หลานเอ๋อร์รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ถูกลูกน้องของซ่านจินจื๋อโยนทองคำสองแท่งใส่ในอ้อมแขน
จึงยิ้มแย้มสั่งให้คนรับใช้เสี่ยวเอ้อรับเงินไว้ ออกมาทักทายอย่างอิดออด หากพูดถึงเมื่อก่อน นายยังเคยอยู่ในจวนอ๋องจิ้งช่วงหนึ่ง จึงรู้ถึงนิสัยจอมเผด็จการของท่านอ๋องจิ้งอยู่แล้ว จึงรีบพูดขึ้นว่า “ไม่ทราบว่าท่านอ๋องให้เกียรติมาถึงที่ด้วยธุระอะไร? หากเพื่อตรวจค้น บ่าวจะรีบสั่งคนพาทหารทุกท่านไปตรวจค้น”
“เรียกเจ้านายของเจ้าออกมาพบข้า”