ตอนที่ 1064
บทที่ 1064 คำใบ้รู้หรือไม่
October 31, 2026
บทที่ 1064 คำใบ้รู้หรือไม่
โต๊ะยาวล้มลงกับพื้นภายใต้ดาบเล่มยาว หม้อน้ำมันรากเต็มพื้น เกือบกระเด็นถูกชายเสื้อของซ่านเซิ่งหาน
ส่วนซ่านจินจื๋อเพียงแค่โยนดาบเล่มนั้นให้กับลูกน้องที่ยืนด้านข้าง น้ำมันร้อนกระจายไปกับลมแรง ไม่มีสิ่งที่ไม่ปนเปื้อน ลูกน้องที่อยู่ด้านข้างกัดฟันรับมีดมา แต่ก็เดินมาตั้งหลายก้าวกว่าจะหยุดได้
ไม่มีใครกล้ายืนรออยู่รอบๆ
สีหน้าซ่านเซิ่งหานเรียบเฉย ไม่มีความตื่นตระหนกหลังจากที่ถูกเปิดเผยความจริง ตรงกันข้ามกลับมีท่าทีเหมือนรู้แต่แรกแล้ว รวบแขนเสื้ออย่างเร่งรีบ ยังคงนั่งอยู่ตรงหน้าซ่านจินจื๋อภายใต้ฝุ่นขี้เลื่อย
มีเพียงแสงสีเงินแวววาวอยู่ตรงหน้า ใบมีดฝ่าผ่านลมภายในร้าน เสียงดังระเบิดขึ้นในหูทันที
มาพร้อมกับพลังเต็มเปี่ยม ทำให้สีหน้าซ่านเซิ่งหานเปลี่ยนไปทันที ร่างกายสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่นั่งลงบนม้านั่งยาวตัวนี้อย่างมั่นคง แล้วก็กัดฟันแน่นยับยั้งความดันโลหิตที่พุ่งขึ้นมาไว้ตรงหน้าอกกับช่องท้อง พูดขึ้นด้วยความโกรธว่า
“เสด็จอา หยิ่งผยองเพราะเป็นที่โปรดปรานมากไปแล้วนะ” ซ่านเซิ่งหานกอดทนต่อความไม่พอใจ ฉีกยิ้มออกมาอย่างเย็นชา
ดวงตาสั่นไหว ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังทั้งสองต่างก็ชักดาบเข้าหากัน ดาบยาวตรงหน้าห่างกันเพียงไม่ถึงนิ้ว แม้กระทั่งตรงคอของซ่านเซิ่งหานถูกบาดแล้วหนึ่งแผล ไม่ใกล้ไม่ไกล ถึงมีบาดแผล แต่ไม่มีเลือดไหลสักหยด
ความตั้งใจจากการฆ่าด้วยดาบยาวไม่ลดน้อยลง สีหน้าซ่านจินจื๋อเยือกเย็น ในมือถือดาบไว้นิ่งไม่เคลื่อนไหว
“เจ้าเอาเวยเอ๋อมาคืนข้า ข้าจะไม่เอาความโปรดปรานที่เสด็จพี่มีให้มาทำอะไรตามใจ”
“ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าเป็นหลานแท้ๆของข้า จะไม่ฆ่าเจ้าโดยที่ไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว แต่ว่าจับคนข้างกายของเจ้าไม่กี่คนใช่ว่าจะทำไม่ได้”
“อย่างเช่น...พระชายาองค์ชายสาม”
เพราะอย่างเจ้าเล่ห์ ดาบในมือซ่านจินจื๋อก็ถูกรวบเก็บ
ในหูทุกคนได้ยินเหมือนดั่งเสียงฟ้าผ่า หึ่งดังอยู่ในหู เมื่อได้สติกลับมา ดาบยาวนั้นก็แทงทะลุพื้นอิฐไปแล้ว ไม่เพียงไม่แตกหัก แต่แสดงถึงการข่มขู่ ส่วนซ่านจินจื๋อกางเท้านั่งลง มือทั้งสองข้างซ้ายและขวาวางบนต้นขาอย่างเกียจคร้าน ค่อยๆโน้มกายไปด้านหน้า
“หากเสด็จพี่โหดเหี้ยมอำมหิต งั้นข้าก็จะดึงเขาลงมา หานเอ๋อฉลาดหลักแหลม วันนี้แทนที่จะมาโกหกกัน มาร่วมมือกับข้าลับๆไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่เป็นการทำให้เวยเอ๋อผิดหวังในความที่อุตส่าห์เชื่อถือ”
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความหัวเราะ ดวงตาคู่นั้นกลับเหมือนดั่งพายุ เห็นทีไม่ได้ให้ซ่านเซิ่งหานมีทางเลือกอื่น
ใครจะไปคิดว่าสีหน้าของซ่านเซิ่งหานเปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนอีก หลังจากนั้นค่อยไอแล้วพูดขึ้นว่า
“เช่นนี้เสด็จอาหมายความว่าอย่างไร เสด็จพ่อมีความตั้งใจที่จะยกบัลลังก์ให้กับข้าแล้ว ยังมีความจำเป็นต้อง...”
“จำเป็นหรือไม่ หลังจากนี้แล้วส่งคนไปบอกกับข้าก็พอ เพียงแต่วันนี้ที่มา ข้าแค่อยากบอกเจ้าว่า หากเจ้าดูแลเวยเอ๋ออย่างดีไม่ทำร้ายเวยเอ๋อ ต่อไปจะยอมยกให้อยู่ที่สูงกว่า จะยอมเป็นแค่ประชาชน หากเจ้าคิดแต่จะทำเพื่อความต้องการส่วนตัว ยังอยากที่จะได้มีโอกาสเสพสุขดื่มสุรากับสาวงาม ก็อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมอำมหิต”
เพิ่งพูดเสร็จ ซ่านจินจื๋อค่อยลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
มีเพียงตอนนี้ ซ่านเซิ่งหานค่อยมองเห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา นั่นก็คือหงเซียวที่ควรติดตามอยู่ข้างกายฉีหรัว
ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นกำลังจ้องมองดูเขาอยู่ สุดท้ายจึงก้มลงเก็บดาบเล่มยาวที่อยู่บนพื้นแล้วเก็บเข้าฟัก
ไม่มีใครรู้ว่าหงเซียวมาได้อย่างไร และยิ่งไม่รู้ว่าหงเซียวเอาดาบเล่มยาวนี้ยื่นให้กับซ่านจินจื๋อเมื่อไหร่
หากซ่านจินจื๋ออยากที่จะเอาชีวิตตน เมื่อกี้ก็สามารถทำได้แล้ว
ยกมือยันข้างหนึ่งแล้วลุกขึ้น ก่อนที่ซ่านจินจื๋อจะจากไปเพียงแค่มองดูเขาอย่างเย็นชาหนึ่งที แล้วก็พาคนออกไป มองดูทิศทางที่จากไป เหมือนกำลังตัดสินใจมุ่งหน้ากลับจวน ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะไปตามหาคนด้านนอกเมืองอีก
ตรงหน้ากระจัดกระจายวุ่นวาย แล้วซ่านเซิ่งหานก็อ้วกเลือดออกมาหนึ่งก้อน
หลานเอ๋อร์รีบเข้ามาประคองเขาไว้ ชันเข่าไว้บนพื้นแล้วพูดว่า “ท่านยังไหวไหม? ให้หลานเอ๋อร์ไปตามหมอมาให้ไหม?”
“ไม่เป็นไร” ซ่านเซิ่งหานจับแขนของหลานเอ๋อร์ไว้แล้วก็ยืนตัวตรง ชายแขนเสื้อลวดลายด้ายทองกับด้ายเงิน เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดง เขาขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “ตกลงกู้อ้าวเวยอยู่ที่ไหน?”