ตอนที่ 1065
บทที่ 1065 คุยความลับกันอยู่อย่างสนิทสนม
October 31, 2026
บทที่ 1065 คุยความลับกันอยู่อย่างสนิทสนม
หัวเรื่องที่ผู้หญิงคุยกันมักจะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
ภายในห้องตอนนี้ไม่ได้มีเพียงโม่ซานกับแมวสองตัว กู้ซวงที่รักษาตัวให้ดีแล้วแต่แรกก็ถูกโม่ซานเรียกมาด้วยกัน บอกว่านางอยู่ในจวนค่อนข้างระมัดระวังตัวมากเกินไป รักษาตัวหายดีแล้วก็ไม่ก้าวออกมาจากห้อง นางเองก็มีคำถามที่อยากจะถามกู้อ้าวเวย จึงได้ตามมา
ตอนนี้เมื่อได้ยินกู้อ้าวเวยพูด นางหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “เมื่อก่อนข้าก็คิดเช่นนี้ แต่ว่าข้าไม่เหมือนกับเจ้าที่ไปรับเด็กมากมายมาเป็นลูกบุญธรรม ตอนที่เจ้ารับเลี้ยงหยินซี่งกับเซียวเซียว ก็คงเพราะคิดถึงลูกชายสองคนนั้นของเจ้า แต่เสียดายอยู่ห่างไกลกันเกิน จึงต้องอาศัยสิ่งนี้มาลบล้างความรู้สึกผิดภายในใจ”
“จะบอกว่ารู้สึกผิดก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ว่าข้าค่อนข้างเข้มงวดกับชิงจือ หลังจากคลอดอี้จื๋อแล้วก็จากไปทันที ไม่รู้ว่าพวกเขายังอยากใกล้ชิดกับข้าอยู่ไหม ส่วนหยินซี่งกับเซียวเซียว..... แค่รู้สึกว่าเด็กทั้งสองคนไร้เดียงสาน่าสงสาร และข้าก็อยากได้ลูกสาวมาตลอด แต่ด้วยเพราะร่างกายนี้ ข้าไม่มีทางคลอดลูกสาวอีกแล้ว”
พูดถึงตรงนี้ กู้อ้าวเวยเองก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ นอนเอนอยู่บนเตียงมองดูโม่ซานแล้วพูดว่า “ตอนนั้นตอนที่เพิ่งตั้งครรภ์อี้จื๋อ อย่างแรกที่คิดก็คือหากไปจากโลกนี้แล้วก็จะต้องเหลือทิ้งไว้ให้ซ่านจินจื๋อคิดถึง ส่วนอีกอย่างหนึ่ง ก็เพราะไม่อยากให้ชิงจือไม่มีพี่ไม่มีน้องต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ตอนนี้มาคิดดูแล้ว บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าข้าอยากได้ลูกคนหนึ่งมาตลอด”
โม่ซานกับกู้ซวงสองคนต่างก็ไม่มีลูก เมื่อฟังแล้วในใจก็ค่อนข้างอึดอัดมาก
ยังไม่พูดถึงซ่านจินจื๋อที่ยืนอยู่หน้าประตู มือของเขาที่ยกขึ้นเตรียมผลักประตูค้างแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ ปล่อยไม่ลงอยู่เนิ่นนาน
“ร่างกายเจ้าไม่แข็งแรง เหตุผลหลักเกี่ยวข้องกับท่านอ๋องใช่ไหม” โม่ซานพูดขึ้น
กู้ซวงเองก็รู้เรื่องนี้ กู้อ้าวเวยกลับหัวเราะแล้วพูดว่า “เกี่ยวข้องกับเขาแน่นอนอยู่แล้ว เมื่อก่อนเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนมุทะลุขนาดนั้น เพื่อซูพ่านเอ๋อเรื่องอะไรเขาก็ยอมทำ”
“แต่ตอนนี้เจ้าก็กลับมาแล้ว” โม่ซานฟังแล้วก็แทบจะร้องไห้ออกมาและพูดขึ้นว่า “หากข้าเป็นเจ้า จะไม่มีทางกลับมาเด็ดขาด”
“เดิมข้าก็ไม่อยากกลับมา แต่ใครใช้ให้เขาชอบหญิงงามล่ะ? ไล่ตามข้าไม่ยอมปล่อย” กู้อ้าวเวยเองก็หัวเราะแล้วพูดว่า “ตอนนั้นในใจข้าตัดสินใจอย่างมุ่งมั่นว่ายังไงก็จะไม่มีทางกลับมาเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ไปเกี่ยวข้องกับเขาอีก แต่เพราะความใจอ่อนของข้านี้ ใจอ่อนให้เพียงด้านความรัก เวลาผ่านไป ข้าก็กลับมาอย่างว่าง่ายอีกแล้ว”
โม่ซานมองดูนางอย่างรังเกียจหนึ่งที กู้ซวงเองก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ข้าเห็นว่าท่านอ๋องจิ้งก็เหมือนคนบ้า ตอนนั้นทั้งๆที่เขาดีกับหลิงเอ๋อร์หมิ่นเอ๋อมาก ยังหลอกข้าข่มขู่ ไม่เหมือนเป็นคนดี”
คุยพูดไปพูดมา แม้แต่ท่านอ๋องก็ถูกพูดถึง
หงเซียวเหงื่อแตก ด้วยอารมณ์หลายวันนี้ของท่านอ๋อง คงไม่ปล่อยกู้ซวงไปแน่
สีหน้าของซ่านจินจื๋อดำจนสามารถมีน้ำไหลออกมา มือที่ยกอยู่ข้างนั้นกลับวางลงมา
“เดิมเขาก็ไม่ใช่คนดีอยู่แล้ว แต่ข้าคิดเพียงว่า วาสนาฟ้าลิขิต ในเมื่อต้องเกี่ยวข้องพัวพันกัน เขาเองก็รู้จักสำนึกผิดแล้วกลับใจ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ หากจะเปรียบเทียบว่าใครดีที่สุด ยังไงก็ต้องเป็นซ่านเซิ่งหานอยู่แล้ว” กู้อ้าวเวยไม่รู้เลยว่าด้านนอกประตูมีคนอยู่ ยังพูดต่ออีกว่า “เขาไม่เคยทุบตีข้าตะคอกใส่ข้า แต่เสียดายข้าไม่ชอบอะไรที่เป็นไปตามใจปรารถนา ข้าชอบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมากกว่า”
เคียงบ่าเคียงไหล่?
ในใจซ่านจินจื๋อแอบพูดซ้ำสามคำนี้ เส้นเอ็นสีน้ำเขียวที่หน้าผากนูนขึ้น
ผู้หญิงทั้งสามคนที่อยู่ด้านในต่างก็หัวเราะกันขึ้นมา
กู้อ้าวเวยนวดลูบหูของเสี่ยวป๋าย พูดขึ้นอีกอย่างจนใจว่า “พูดมาตั้งเยอะขนาดนี้ พวกเจ้าจะบอกเรื่องสถานการณ์ในตอนนี้ให้ข้ารู้บ้างไม่ได้หรือ?”
“ไม่ได้ กุ่ยเม่ยบอกว่าพวกเราสามารถคุยอะไรกับเจ้าก็ได้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นด้านนอกห้ามพูดเด็ดขาด”
โม่ซานยกแขนทั้งสองข้างขึ้นทำท่าห้ามอยู่บนหน้าอก ยังยิ้มมองดูกู้ซวงอย่างเจ้าเล่ห์และพูดว่า “แต่ว่าข้าจะต้องไปหาพี่ชายแล้ว ให้กู้ซวงอยู่เป็นเพื่อนเจ้านะ ยังไงนางก็ไม่รู้เรื่องอะไร เจ้าถามอะไรก็ไม่ได้”
กู้อ้าวเวยหน้าเศร้าลงทันทีพร้อมพูดว่า “พูดเรื่องในใจให้เจ้าฟังเยอะแยะขนาดนี้ ยังไม่ยอมบอกอะไรข้าซักอย่างหรือ?”