ตอนที่ 1068
บทที่ 1068 เชี่ยวชาญในความสามารถของคนอื่น
October 31, 2026
บทที่ 1068 เชี่ยวชาญในความสามารถของคนอื่น
ปลายนิ้วซ่านจินจื๋อกำแน่นขึ้นมาทันที
ตงฟางซวนเอ๋อพูดถึงเรื่องที่กู้อ้าวเวยไม่เคยรู้จริงๆด้วย แล้วนางควรที่จะตอบยังไง?
แล้วกู้ซวงรู้เรื่องนี้หรือไม่?
กู้อ้าวเวยกังวลใจ แล้วก็มองเห็นแววตาตงฟางซวนเอ๋อฉายแววหยั่งท่าที จึงพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงพูดว่าแม่ลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน? ถึงแม้พวกนางจะยังอายุน้อย แต่หยูนซียังไม่ตาย ยังไงก็ต้องมีวันได้เจอหน้ากันอีก”
หัวใจเต้นรัวอยู่ในอก
สุดท้ายกลับเห็นตงฟางซวนเอ๋อยิ้มหัวเราะพร้อมพูดว่า “เจ้าคิดถึงแต่พวกนางสองคน กลับไม่คิดว่าพวกนางใช่น้องสาวของเจ้าเสียที่ไหน เจ้าเป็นน้องสาวของข้าต่างหาก มีชื่อเป็นของตัวเอง รอเมื่อท่านปู่กับท่านพ่อกวาดล้างคนเลวข้างฮ่องเต้แล้ว ข้าจะไปรับเจ้ากลับมา”
กวาดล้างคนเลวข้างฮ่องเต้?
กวาดล้างองค์ชายที่แย่งชิงบัลลังก์ หรือยู่จุนหยูนซีที่ซ่อนตัวอยู่ในวังนั้น?
กู้อ้าวเวยทำได้เพียงหัวเราะเยาะพร้อมพูดว่า “พวกเจ้าเคยรักษาคำมั่นสัญญาหรือ”
“ขอเพียงเจ้าคิดหาวิธีปล่อยตัวไทเฮาออกมา นางจะเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดเอง” ตงฟางซวนเอ๋อพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากกองหญ้าแห้ง พูดขึ้นด้วยแววตาน่ากลัวว่า “ไทเฮาเตรียมกำลังไว้มานานหลายปี แม้แต่ฮ่องเต้ยังไม่กล้าแตะต้องนางง่ายๆ อาศัยตอนที่คนข้างกายของไทเฮากำลังกระจัดกระจาย พวกเรายังมีกองกำลังจู่โจม”
กู้อ้าวเวยเงียบไม่พูดอะไร เพียงแค่ก้มหน้าครุ่นคิด
นางยังคิดไม่ออกว่าสามารถพูดอะไรได้อีก ตงฟางซวนเอ๋อที่บาดเจ็บสาหัสกลับทนไม่ไหวเสียก่อน รีบพูดขึ้นว่า “หลิงเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อเป็นลูกของหยูนซี พวกนางจะยอมเห็นแม่ของตัวเองตายอย่างอนาถหรือ?”
“อะไรนะ....”
“ข้าสามารถพูดได้เพียงเท่านี้” ตงฟางซวนเอ๋อกัดฟันไว้แน่น มองดูกู้อ้าวเวยอย่างไม่สบอารมณ์ต่อความไม่เอาถ่าน พร้อมพูดว่า “คนที่ทำร้ายหมิ่นเอ๋อกับหลิงเอ๋อร์ เป็นฮ่องเต้คนเดียวมาตลอด และที่ปล่อยไทเฮาออกมา นางก็จากสั่งสอนลูกคนนี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว”
หลังจากที่พูดประโยคนี้เสร็จแล้ว ไม่ว่ากู้อ้าวเวยคิดอยากจะถามอะไรอีกก็ยากที่จะพูดออกไป
ถามมากไป กลับจะเป็นการทำให้ตงฟางซวนเอ๋อสงสัย
นางจึงทำเป็นค่อยๆลุกขึ้นยืน พร้อมพูดว่า “พวกเจ้าคิดที่จะหลอกใช้ข้าอีก?”
“หลอกใช้เจ้า แลกกับชีวิตที่สงบสุขอีกครึ่งชีวิตของหลิงเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อ ไม่ดีหรือ?” ตงฟางซวนเอ๋อเอามือกุมหน้าอกแล้วอาเจียนเลือดออกมา ฟองเลือดล้นออกมาจากมุมปากของนาง กลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เปลี่ยนว่า “ข้าได้บอกที่อยู่ของกู้อ้าวเวยให้กับซ่านจินจื๋อแล้ว เจ้าไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้ว หากเจ้าไม่ทำอะไรบ้าง เจ้ากับหลิงเอ๋อร์หมิ่นเอ๋อล้วนต้องตาย”
พูดเสร็จ จากนั้นตงฟางซวนเอ๋อก็พลิกตัวกลับโดยสิ้นเชิงและไม่หันกลับมาสนใจอีก
กู้อ้าวเวยจึงต้องถอยออกมาจากด้านใน เอาตะเกียงไฟนั้นทิ้งไว้ในที่ลึกสุดของคุกใต้ดิน
ตงฟางซวนเอ๋อมองไปที่แสงจ้านั้น แล้วปิดเปลือกตาอย่างหนัก
ซ่านจินจื๋อที่อยู่ในอีกมุมหนึ่งมองทุกอย่างไว้ในตา แล้วก็ดึงมือที่เย็นเฉียบของกู้อ้าวเวยมาพร้อมพูดว่า “ภายในคุกใต้ดินค่อนข้างหนาว ออกไปแล้วค่อยพูด”
พยักหัวเล็กน้อย กู้อ้าวเวยเดินตามเขาไปด้วยความคิดที่ล่องลอย อาศัยแสงสว่างจากแสงจันทร์กลับมาถึงยังเรือนหลังเล็ก ถูกซ่านจินจื๋อถอดเสื้อคลุมที่เปื้อนออกให้โดยเท้าไม่แตะพื้น แม้แต่ถุงเท้ารองเท้าก็ถูกถอดทิ้งไปอีกข้าง แล้วก็ถูกโยนเข้าไปภายในผ้าห่ม
หงเชียวรีบเอาโถน้ำร้อนอันหนึ่งยื่นมาให้ แล้วก็ถูกซ่านจินจื๋อยื่นเข้าไปในอ้อมกอดของนางทันที
มองดูการกระทำของทั้งสองคนที่คุ้นเคย ความคิดของกู้อ้าวเวยเมื่อกี้ ก็ติดค้างอยู่ในใจไม่สามารถเอาออกมาได้ เพียงพูดขอบคุณอย่างทำตัวไม่ถูก อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า “ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น พวกเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังขนาดนี้”
หงเซียวยืนอยู่ด้านข้างอย่างทำตัวไม่ถูก มองดูซ่านจินจื๋อแล้วพูดว่า “ท่านอ๋องบอกว่า ขอเพียงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่าน ล้วนต้องละเอียดทุกเรื่อง หากท่านสูญเสียเส้นผมเพียงเส้นเดียวล้วนจะต้องถูกตีด้วยไม้กระดาน”
คำพูดที่เหลือก็ถูกสายตาของซ่านจินจื๋อ มองทิ่มแทงกลับเข้าไปในท้อง
หงเซียวยืนอยู่ด้านหลังซ่านจินจื๋อ มองดูกู้อ้าวเวยด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น กู้อ้าวเวยเองก็หัวเราะเบาๆ ยกมือดึงซ่านจินจื๋อมานั่งข้างเตียงพร้อมพูดว่า “เจ้าลงโทษเช่นนี้หนักไปไหม ทำให้ข้าจำไม่ได้แล้วว่าจะพูดอะไรบ้าง”
มือที่วางอยู่บนบ่าซ่านจินจื๋อเคลื่อนไหว หงเซียวได้รับคำสั่ง รีบออกไปเฝ้าอยู่หน้าประตู