ตอนที่ 1100
บทที่ 1100 ความเลวร้ายยากที่จะกำจัด
October 31, 2026
บทที่ 1100 ความเลวร้ายยากที่จะกำจัด
ความเลวร้ายยากที่จะกำจัด ความเจ็บปวดในใจยากที่จะจางหาย
เมื่อฟื้นตื่นขึ้นมา กู้อ้าวเวยได้กลิ่นหอมอ่อนของดอกเหมย ด้านนอกหน้าต่างถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว พายุหิมะยังไม่เหือดหาย ส่งเสียงหวือหวาผ่านห้องที่ว่างเปล่านี้ ท้องฟ้าสีเทาเต็มไปด้วยความเหน็บหนาว
ด้านนอกหน้าต่างหนาวเหน็บจนถึงกระดูก ภายในห้องกลับอบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ
กู้อ้าวเวยถูกบังคับให้นั่งพิงอยู่บนเตียงนุ่ม ด้านข้างเตียงวางเต็มไปด้วยเตาถ่าน เป็นแสงเล็กน้อยที่หลงเหลืออยู่ในดวงตาของนาง
“หากเจ้ายังนอนต่ออีกสองวัน ข้าก็จะไปเอาชีวิตของยู่จุน”
ซ่านจินจื๋อมาพร้อมฝุ่นตลบ เสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกยังไม่ทันถอด แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนมาพร้อมกับลมหนาว แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูพร้อมกับแววตาเป็นกังวล สะบัดหิมะบนไหล่บนขาตกลง เปลี่ยนสวมใส่ชุดที่อบอุ่น แล้วค่อยเดินเข้ามานั่งตรงข้างเตียง เอาฝ่ามือถูกันจนอบอุ่นแล้วค่อยขยับเข้ามาใกล้
ไม่ทันรอให้กู้อ้าวเวยได้ตอบ ซ่านจินจื๋อก็พูดขึ้นมาเองว่า “หลายวันนี้พวกชิงจือเอะอ่ะกันมาก ก็เลยส่งไปยังจวนอ๋องจงผิง ถึงหยวนเอ๋อกับฉีหรัวจะเพิ่งแต่งงานกัน แต่ก็เข้ากันได้ดี พวกเขาไปอยู่ด้วยจะได้เป็นการเสริมมงคล เพื่อบอกข่าวให้กับฉีหลินแทนหยินเชี่ยวพอดี”
เวลานี้ กู้อ้าวเวยค่อยมองดูเขาอย่างเรียบเฉย
คำพูดของซ่านจินจื๋อ ล้วนเป็นชื่อของคนที่นางให้ความสำคัญมาก แต่เสียดายนางถูกกักขังไว้ใต้หน้าผานั่นนานเกินไป จึงงไม่รู้ว่าคำพูดพวกนี้เป็นจริงหรือเท็จ มือกำผ้าห่มไว้แน่น แล้วก็ไม่พูดอะไรสักคำ
“พวกเขาเป็นคนที่มีความสำคัญต่อเจ้า ข้าจะไม่ทำร้ายใครสักคน”
น้ำเสียงอ่อนโยน เอียงตัวเอามือข้างนั้นออกแรงบีบปลายคางผอมบางของนาง แล้วก็สบกับสายตาไม่แยแสคู่นั้นอย่างง่ายดาย ดวงตากลมโตไม่มีแววสว่างไสว เต็มไปด้วยอาการป่วยอย่างอ่อนแอ จนซ่านจินจื๋อรีบปล่อยมืออย่างตกใจ พร้อมขมวดคิ้วพูดว่า “เจ็บหรือ?”
“ไม่เจ็บ”กู้อ้าวเวยพูดขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง ร่างกายโน้มไปจับขอบเตียงด้านหน้า “ครั้งนี้ ข้ากลายเป็นซูพ่านเอ๋อแล้ว หรือว่าเจ้ากลายเป็นอ๋องจิ้งผู้สูงศักดิ์”
อมยิ้มอยู่อย่างน่าสังเวช ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา พวกสาวใช้ที่อยู่ในนี้ต่างก็แย่งกันจะเข้ามารับใช้ นางส่ายหัวให้อย่างเบาๆ ทุกคนจึงโน้มตัวทำความเคารพแล้วก็ถอยออกไปก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านข้างไม่กล้าหันมามอง ตื่นตระหนกเหมือนเมื่อนางมาจวนอ๋องจิ้งครั้งแรก
ฟังคำพูดของนางแล้ว ร่องหว่างคิ้วของซ่านจินจื๋อยิ่งลึกกว่าเดิม
“ข้าไม่เคยทำร้ายพวกเขาเลยแม้เพียงนิด”
“งั้นเจ้าเอาอี้จื๋อมาคืนข้า” กู้อ้าวเวยยื่นมือไปคว้าจับชายเสื้อของเขา ไม่ยิ้มแย้มหยอกล้อเหมือนเมื่อก่อน นางดึงซ่านจินจื๋อมาตรงหน้า พร้อมพูดขึ้นอย่างโกรธแค้นว่า “เจ้าพาพวกเด็กๆกลับมายังเมืองเทียนเหยียน เพื่อเอายาของยู่จุนมาใช้กับข้าหรือ?..... ”
“จางเหยียงซาน เทียบกับยู่จุนไม่ได้” ซ่านจินจื๋อคว้าจับข้อมือผอมของนางไว้อย่างบางเบา รับน้ำหนักทั้งหมดของนางไว้อย่างอ่อนโยน พร้อมพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า “รอเมื่อเจ้าหายดีแล้ว ทุกอย่างนี้ก็จะจบลง ไม่ว่าจะเป็นวัดอารามหรือยุทธภพ ข้าก็จะไปกับเจ้า ไม่ดีหรือ?”
เวลานี้แววตาของซ่านจินจื๋อและดูบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความหวัง
เหมือนเขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่ใฝ่หาผู้เป็นที่รัก ต้องการที่จะแสดงความจริงใจทั้งหมดออกมาให้คนรักเห็น แต่เมื่อกู้อ้าวเวยได้ยิน คำพูดนี้กลับฟังดูเสียดหูอย่างมาก
“ข้าเสียใจที่กลับมาจริงๆ....”
“ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องเสียใจ” ซ่านจินจื๋อดึงมือของนางมาแนบอก เพื่อให้นางรับรู้ถึงเสียงหัวใจเต้น มองข้ามใบหน้าที่เจ็บปวดของกู้อ้าวเวย พร้อมพูดต่อว่า “คนที่เจ้าไม่อยากทำร้าย ข้าจะปกป้องทุกคนให้ดี อย่าโกรธข้าเลย ดีไหม?”
“หากระหว่างข้ากับอี้จื๋อ สามารถเลือกได้เพียงคนเดียวล่ะ?”
กู้อ้าวเวยหันหน้ากลับมาหัวเราะเย้ย รู้อยู่แล้วว่าจะไม่ได้คำตอบ
ซ่านจินจื๋อที่คิดว่าตอนเองตอบคำถามแล้วยื่นมือมา แววตายังคงเต็มไปด้วยความทนุถนอม ระหว่างนั้นไม่มีความลังเลเลยสักนิด
พูดขึ้นอย่างเงียบๆว่า “เราผูกพันกันมาตั้งนานหลายปี จะเอาคนอื่นมาเปรียบได้ยังไง”