ตอนที่ 1101
บทที่ 1101 ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง
October 31, 2026
บทที่ 1101 ต่างคนต่างมีความคิดเป็นของตนเอง
หิมะแรกของเมืองเทียนเหยียนตกต่อเนื่องยาวนานเป็นพิเศษ
ตามถนนหนทางในตลาดมีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยินดีจะออกมาทำความสะอาดหิมะที่กองซ้อนกันชั้นๆ มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีหิมะกองสุมเป็นเนินสูงๆต่ำๆ ทำให้รถม้าผ่านไปมาได้อย่างยากลำบาก บริเวณด้านข้างของถนนในตลาดจะเห็นว่ามีเหล่าคนงานไปมาช่วยกันซ่อมแซมชายคาบ้านของชาวบ้านที่ถล่มลงมาอยู่บ่อยๆ
เดิมบอกว่าจะออกไปในตอนกลางคืน แต่จะอย่างไรกู้อ้าวเวยก็ไม่ยินยอมให้ซ่านจินจื๋ออุ้มนางออกมาในยามค่ำคืน นางได้แต่อดทนที่จะให้ซ่านจินจื๋อช่วยนางสวมเสื้อนวมขนมิงค์ด้วยตัวเอง ต่อจากนั้นเขาก็จูงมือนางเดินออกไปด้านนอกโดยไม่ยอมปล่อยมือ
เสียงสวบสาบดังขึ้นเมื่อเดินไปบนพื้นหิมะ กู้อ้าวเวยเดินโซเซอยู่หลายก้าว เลยถูกซ่านจินจื๋อโอบร่างของนางไว้ในอ้อมกอดแล้วเดินไปด้วยกัน จนนางแทบไม่ได้ใช้แรงเท้าของตนเอง กู้อ้าวเวยกลับเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็หายใจหอบเสียแล้ว ทำให้ซ่านจินจื๋อต้องขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “รอจนตอนกลางคืน พวกเขาก็จะเก็บกวาดหิมะพวกนี้จนสะอาด รถม้าก็จะสามารถเดินทางได้แล้ว”
นางเหลือกตามองเขาด้วยความขุ่นเคือง พร้อมพูดว่า “ลงทุนกระทำการถึงขนาดนี้ จะทำให้ผู้ใดดูหรือ? หรือต้องการให้ผู้อื่นคิดว่าเสด็จอ๋องจิ้งมีคนรักใหม่ จนถึงขั้นสั่งให้คนรับใช้หลายสิบคนมากวาดหิมะตอนกลางวันเพื่อให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก และทำให้ข้าถูกขนานนามว่าเป็นสุนัขจิ้งจอก?”
“ข้าก็แค่กลัวว่าเจ้าจะเดินเหินลำบากเท่านั้น”
ซ่านจินจื๋ออดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าน่าขบขัน กับเรื่องง่ายๆ เช่นนี้กลับกลายเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับนาง
“อย่างนั้นจะออกมาทำไม? จะพาข้าไปหาลูกหรือ?”
กู้อ้าวเวยจับเอวของซ่านจินจื๋อไว้แน่น นางรู้สึกได้ถึงแววตาหลายคู่ในบริเวณใกล้จดจ้องมองอยู่ ทำให้สีหน้าของนางยิ่งแย่ลง
ไม่ให้นางออกไปพบเจอกับคนรู้จัก แม้แต่จางเหลียงซานก็ยังต้องถูกคุมขังไว้อยู่ที่อีกด้านของกำแพง เวลานี้กลับยังจะพานางออกมาทรมาน ขณะนั้น นางคาดเดาถึงความในใจของซ่านจินจื๋อไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความใกล้ชิดอย่างเกินเหตุที่แสดงออกนี้ มีแต่จะทำให้นางยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม
หากยู่จุนคิดอยากถือโอกาสใช้สายเลือดเปลี่ยนแปลงรัชสมัย
อย่างน้อยก็ควรที่จะใช้สายเลือดจากคนที่ไว้ใจได้ อย่างเช่นยู่จือ หรือว่าลูกสาวสองคนของหยูนซีที่จะแต่งงานในอนาคต ทำไมจะต้องเป็นคนนอกรีตอย่างซ่านจินจื๋อกับตน คิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆ
“ที่หอเยาเยว่มีของหวานมากมาย ข้าอยากพาเจ้าไปชิม” ซ่านจินจื๋ออุ้มร่างของนางเดินขึ้นบันไดไปยืนอยู่อย่างมั่นคง แล้วเอนกายให้นางขึ้นขี่บนหลังของเขา
มองเห็นท่วงท่าอันอ่อนโยนของชายหนุ่ม พร้อมกับกวาดสายตามองดูพวกองครักษ์รอบๆ แล้วก็ต้องปีนขึ้นไปอย่างว่าง่าย
สองขาของนางถูกเขาโอบรัดเอาไว้แน่น พร้อมทั้งกระชับเสื้อขนมิงค์ห่อคลุมร่างของนางเอาไว้อย่างดี สัมผัสผ่านร่างกายบางแห่งอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้กู้อ้าวเวยโมโหจนอยากที่จะกัดคอเขาขาดให้ตายไปพร้อมกัน กลับได้แต่อดทนอยู่บนแผ่นหลังของเขาอย่างหงุดหงิด แล้วพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดว่า “ทำไมเจ้าต้องทำความร่วมมือกับยู่จุน......”
“เจ้าเฉลียวฉลาดขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่ย่อมจะรู้อยู่ว่าข้าจะกระทำเรื่องเช่นเดียวกับซ่านเซิ่งหาน “
ฝีเท้าของซ่านจินจื๋อก้าวลงไปบนหิมะหนักหนาอย่างมั่นคง รับรู้ถึงความรู้สึกว่าเย็นเฉียบพาดผ่านจากเส้นผมที่แข็งกระด้างเลื่อนผ่านใบหูกับหัวไหล่ของเขา ในรูจมูกกลับยังได้กลิ่นยาโชยเข้ามาอย่างไม่จางหาย พร้อมพูดต่อว่า “ซ่านเซิ่งหานต้องการเจ้า ข้าก็ต้องการเจ้า”
“อย่างนั้นแล้วอี้จื๋อล่ะ?”
“ขอเพียงข้าก้าวไปถึงตำแหน่งนั้น อี้จื๋อก็จะไม่เป็นอะไร”
ซ่านจินจื๋อขยับร่างบนหลังขึ้นข้างบน ยังไงก็ยังไม่รู้สึกถึงความหนัก
ดั่งราวกับว่าสายลมแห่งฤดูหนาวกรรโชกแรงครานี้ จะสามารถเป่าพัดผ่านจนนางสามารถกลายเป็นเม็ดทราย หายสาบสูญหายไปได้อย่างไร้ร่องรอย
บนไหล่ของผู้ชายดูเหมือนจะค่อนข้างจั๊กจี้ กู้อ้าวเวยกำลังคิดอยู่อย่างประหลาดใจ พายุหิมะรอบข้างล้วนถูกชายผู้นี้ปิดกั้นเอาไว้แล้ว นางจึงหลับตาลง ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง พร้อมพูดว่า “ข้าคิดว่า เจ้าจะไปพูดคุยเงื่อนไขกับพวกเขาเหมือนกับซ่านเซิ่งหาน คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะส่งอี้จื๋อไปด้วยสองมือของเจ้าเอง เดิมข้าเพียงอยากให้พวกเขาอยู่อย่างปกติสุข แม้แต่เรื่องที่จะให้หยินซิ่งกับเซียวเซียวไปอยู่เมืองอินโจว ข้าก็ล้วนคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว”
แต่เรื่องทั้งหมดนี้ยังไม่ทันได้สั่งการลงไป
กู้อ้าวเวยอิงแอบแผ่นหลังของเขาด้วยความเจ็บปวด พร้อมพูดว่า “โอกาสรอดของข้ามีอยู่เพียงนิด เจ้าใช้อี้จื๋อมาเดิมพันได้อย่างไร?”
นางไม่มีเหตุผลอะไรที่จะตำหนิต่อว่าซ่านจินจื๋อ