ตอนที่ 1102
บทที่ 1102 เป็นทุกข์เป็นร้อนในเรื่องผลได้ผลเสียส่วนตัว
October 31, 2026
บทที่ 1102 เป็นทุกข์เป็นร้อนในเรื่องผลได้ผลเสียส่วนตัว
ขนมหวานของหอเยาเยว่ ไม่ได้มีชื่อเสียงเท่าไหร่นัก ทว่าซ่านจินจื๋อรู้สึกว่าความอยากอาหารของกู้อ้าวเวยกลับดีขึ้นมาก
เพียงแต่วันนี้มีความในใจหนักอึ้ง อาหารจึงไร้ซึ่งรสชาติ
เมื่อครู่เมื่อนางกินไปแล้วสองชิ้นก็ไม่ได้คิดที่จะยื่นมือหยิบมากินอีก ส่วนซ่านจินจื๋อฉวยโอกาสช่วยปัดเศษน้ำตาลที่มุมปากของนาง เมื่อเห็นสายตางุนงงของกู้อ้าวเวยที่มองมา เขาเลยได้แต่ยิ้มน้อยๆ พูดขึ้นด้วยเสียงเบาอีกครั้งว่า “ปกติแล้วล้วนแต่มีคนมากมายรบเร้าพัวพันที่ด้านข้าง วันนี้กลับมีเพียงเจ้ากับข้า”
“หากว่าไม่ใช่ในสถานการณ์เช่นนี้”
กู้อ้าวเวยเบี่ยงหลบจากปลายนิ้วของเขาอย่างเย็นชา ในที่สุดนางก็เกิดความตื่นตัวขึ้นมา
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่านางจะเชื่อถือเขาอย่างหมดหัวใจ จนทำให้นางลืมเลือนเรื่องต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในตอนนั้น
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนนี้ข้าจะส่งคนไปรับตัวอี้จื๋อมา แล้วส่งไปที่จวนอ๋องจงผิง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหยวนเอ๋อก็เป็นอ๋องจงผิง ถึงแม้ว่าเสด็จพี่จะตั้งมั่นต้องการคน แต่อีกหลายวันพระองค์ถึงจะหาเหตุผลได้ ยิ่งไปกว่านั้นตระกูลพระมารดาของหยวนเอ๋อก็กำลังจ้องที่จะฉกฉวยโอกาส เกรงว่าทุกวันนี้สตรีในวังหลังคงต่างรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของยู่จุนแล้ว”
น้ำเสียงของกู้อ้าวเวยเรียบเฉย แต่ใบหน้ากลับแฝงไว้ด้วยรอยยิ้ม
ต้วนโฉงปฏิบัติต่อหยูนซีไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้เลยส่งนางไปอยู่ในตำหนักที่ถูกทิ้งร้างที่มีสิ่งของไม่มากนัก คาดว่าคงเป็นพระมารดาที่เอาตัวนางออกมาจากสถานที่ตรงนั้น แต่กลับคาดไม่ถึงว่าที่ตำหนักร้างแห่งนั้นกลับยังมีคนสองคนที่ยังเหลืออยู่ คิดเพียงว่าต้วนโฉงยังคำนึงถึงว่ายู่จุนเคยพักอาศัยอยู่ที่นั่นมาก่อน จึงได้ไปดูอยู่หลายครั้ง
เมื่อตอนที่ยู่จุนฟื้นขึ้นมา ต้วนโฉงยิ่งแทบอยากที่จะมอบแผ่นดินนี้ไว้ในมือของนาง
คงไม่ต้องเอ่ยถึงนางสนมของวังหลังที่ถูกปฏิบัติอย่างแสนเย็นชา แม้กระทั่งเหล่าขุนนางสำคัญของราชวงศ์ก่อนหน้าก็ปฏิบัติด้วยอย่างขอไปที ในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังกระทำการตามใจชอบโดยพลการ มาถึงทุกวันนี้ยังหลงมัวเมาในอิสตรี ทั้งยู่จุนเองก็เอาแต่ตีฆ้องร้องป่าวร้องขอสิ่งของต่างๆ ยากที่จะไม่ให้ถูกค้นพบ ไม่ให้ถูกกล่าวหา
แต่ว่าข่าวคราวเหล่านี้จะถูกเผยแพร่ออกมาได้อย่างไร ทั้งยังถูกแต่งเติมเสริมเข้าไปแถมยังพัวพันไปถึงประเทศชาติบ้านเมืองอีกได้อย่างไร
ซ่านจินจื๋อรู้ชัดแจ้งอย่างที่สุด
กู้อ้าวเวยมองใบหน้าที่แสดงอารมณ์ออกมาเพียงเล็กน้อยของซ่านจินจื๋อ ในห้วงสมองของนางเองพลันแจ่มชัดขึ้นมา เพียงแต่ในหัวใจนางยังคงเย็นเฉียบ พลางพูดขึ้นว่า “เจ้ากับฮองเฮาร่วมมือกัน เพียงเพื่อแย่งชิงตำแหน่งนี้มาชอบธรรมจริงๆหรือ?”
“หลายปีมานี้เสด็จพี่โยกย้ายขุนนางอย่างต่อเนื่อง ตอนนั้นเพียงแค่ขุนนางที่เป็นพรรคพวกของกู้เฉิงก็ถูกส่งออกไปยังโจวเฉิงร่วมร้อยคน ส่วนขุนนางเก่าที่เหลือก็ต่างขอลาออกกลับไปยังบ้านเกิด ที่เหลืออยู่ก็อย่างเช่นตระกูลตงฟางที่เป็นเหมือนเสือกระดาษ แล้วยังจะมีขุนนางจงรักภักดีต่อฮ่องเต้เหลืออยู่ได้อย่างไร”
ซ่านจินจื๋อพูดออกมาอย่างเรียบเฉย พร้อมทั้งให้คนนำน้ำขิงมาให้ เขาไม่สนใจผ่านมือของกู้อ้าวเวย ต้องการที่จะป้อนน้ำขิงทีละช้อนไปที่ริมฝีปากของนาง
น้ำขิงหวานละมุนแต่กลับไม่เลี่ยน เข้ากันได้ดีกับขนมที่หวานเลี่ยนอย่างพอเหมาะพอเจาะ
แต่ในสายตาของซ่านจินจื๋อ ท่าทีอันว่าง่ายของกู้อ้าวเวยนั้น ทำให้เขาชื่นชอบเป็นอย่างมาก
ใบหน้าของนางอ่อนโยนกว่าเมื่อก่อนอย่างมาก ริมฝีปากดั่งลูกอิงเถา(เชอร์รี่)นี้กลับช่างเจรจาเหมือนแต่ก่อน แต่ละคำที่พูดออกมาตรงไปตรงมาอย่างเชือดเฉือน จะมีเพียงใบหน้าที่ตอบลง ไม่เรียวงามเหมือนเช่นเคย
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ท่วงท่าของซ่านจินจื๋อจึงทำเป็นเชื่องช้าลง
กู้อ้าวเวยมองผ่านช้อนไปด้วยความแปลกใจ ราวกับกำลังถามว่าเหตุใดเขาจึงเหม่อลอย
ซ่านจินจื๋อไอเบาๆ ออกมาสองครั้งพร้อมกับเก็บช้อน พลางพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเจ้าสงสัยในตัวข้า คาดเดาได้อย่างไรทุกวันนี้ข้าต้องถูกมัดมือมัดเท้าไปเสียทุกด้าน ทั้งต้องให้ยู่จุนรักษาอาการป่วยของเจ้า ทั้งยังต้องให้ทุกคนในตระกูลของพวกปลอดภัย แล้วเข้าใจถึงความลำบากนั้นไหม?”
คำพูดประโยคนี้นั้น กู้อ้าวเวยกลับฟังไม่ออกว่าเป็นจริงหรือเท็จกันแน่
ถึงอย่างไรเขาเองก็เคยลงมือทำร้ายชีวิตคนบริสุทธิ์เพื่อซูพ่านเอ๋อ
และลูกคนแรกระหว่างพวกเขาเองก็ถูกทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ไม่รู้ว่าซ่านจินจื๋อจะเป็นทุกข์เสียใจกับเรื่องนี้บ้างหรือไม่
เพราะนางรู้ว่าซ่านจินจื๋อเห็นแก่ตัวมากแค่ไหนกับคนรักของตน
ดังนั้นเวลาเช่นนี้จึงยังไม่อาจที่จะเชื่อถือ