ตอนที่ 1103
บทที่ 1103 แผนการหลอกลวงที่เห็นแก่ตัว
October 31, 2026
บทที่ 1103 แผนการหลอกลวงที่เห็นแก่ตัว
ราวกับความฝันตื่นหนึ่ง
เมื่อตอนที่กู้อ้าวเวยฟื้นขึ้นมานั้น นางก็ได้กลับมายังจวนอ๋องจิ้งเสียแล้ว เหล่าสาวใช้คนรับใช้กำลังพากันร้องไห้กระซิกบอกกล่าวว่านางหลับไปตั้งหลายวันกว่าจะฟื้นขึ้นมา นางเพิ่งจะฟื้นคืนสติจึงยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยหมดแรง แก้มทั้งสองข้างก็ร้อนผ่าวกง่าปกติ
เด็กรับใช้ผู้ชายร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหลพราก ยังพูดขึ้นว่า “เมื่อตอนที่ท่านอยู่ที่หอเยาเยว่ ยังทานอาหารดีๆอยู่เลย แต่แล้วก็หมดสติไปอย่างฉับพลัน ท่านอ๋องเลยพาท่านกลับมา ทั้งยังให้คนไปตามท่านหมอจางมาช่วยรักษาอาการของท่านด้วย แต่ท่านก็ยังคงนอนหลับไปจนกระทั่งมาตื่นขึ้นในวันนี้เอง ศีรษะของเหล่าข้าน้อยเองก็เกือบจะ........”
คำพูดของเด็กรับใช้ผู้ชายยังไม่ทันจบประโยค หัวหน้าคนรับใช้ที่ยืนด้านข้างก็ตบหน้าเขาเข้าอย่างจัง
กู้อ้าวเวยยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามอีกสักคำ หัวหน้าคนรับใช้ก็ร้องเอะอะโวยวายว่าคนผู้นี้พูดจาไม่รู้เรื่องจนล่วงเกินฮูหยิน ทั้งยังให้คนมาฉุดลากเด็กรับใช้คนนั้นออกไป ก่อนจะคุกเข่าบนพื้นพูดกับกู้อ้าวเวยว่า
“ฮูหยินก็แค่ถูกลมเย็นพัดจนป่วยเท่านั้นเอง พักฟื้นสักหลายวันก็หายแล้วเพคะ”
หากว่าเป็นเช่นนี้จริง ก็คงไม่จำเป็นจะต้องลงโทษโบยเด็กรับใช้คนนั้นที่ไม่มีความผิดตั้ง 30 ไม้แล้วล่ะ
นางพยายามฝืนหันศีรษะกลับมา ถึงได้รู้สึกว่าในลำคอบวมขึ้นมา จะพูดจาออกมาสักคำก็รู้สึกลำบาก เด็กรับใช้สองสามคนรีบนำน้ำอุ่นมาให้นางดื่ม นางถึงได้ฝืนทนเอ่ยคำพูดออกมาว่า “ข้าหลับไปกี่วันแล้ว?”
ทุกคนเงียบกริบไม่กล้าเอ่ยพูดสักคน
ผ่านไปเนิ่นนาน ถึงได้ยินเสียงฝีเท้าอันเร่งรีบของซ่านจินจื๋อเดินเข้ามา กู้อ้าวเวยหรี่ตามองไปยังประตู แล้วก็คาดไม่ถึงว่าจะเห็นรอยคราบเลือดที่เท้าของเขา ทั่วร่างชายหนุ่มพลันรู้สึกหนาวยะเยือก ก่อนพุ่งร่างเข้าหานางที่ข้างเตียง ทุกฝีเท้าของเขาที่เยื้องย่างเข้ามานั้นราวกับกำลังเหยียบย่ำไปที่หัวใจของนาง
น้อยครั้งมากที่นางจะเห็นท่าทางกระวนกระวายใจเช่นนี้ของซ่านจินจื๋อ
มือของเขาช่วยพยุงด้านหลังของนาง ประคองให้นางลุกขึ้นนั่ง ดั่งว่ากู้อ้าวเวยจะไม่เห็นว่าในมุมที่นางมองไม่เห็นนั้นชายหนุ่มกำลังแอบลอบถอนใจ กู้อ้าวเวยปล่อยให้ชายหนุ่มขยับร่างของนางตามอำเภอใจ แล้วก็พลางยิ้มน้อยๆออกมา
เรื่องที่นางนอนสลบไสลไปหลายวันนี้ ตัวของนางเองกลับไม่ได้หวาดกลัวอะไรเลย กลับเป็นซ่านจินจื๋อนั่นเองที่หวาดกลัวไปก่อน
“ตื่นมาก็หัวเราะยิ้มแย้ม นับว่ายังมีชีวิตชีวาไม่เลวเลย”
ซ่านจินจื๋อยิ้มตามนางบ้าง เขาให้กู้อ้าวเวยแอบอิงที่อ้อมอกของเขา ค่อยๆโอบกอดนางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น
“สุดท้ายวันนี้ก็ต้องมาถึง แต่เมื่อเทียบกับยู่จุนแล้ว ข้ากลับเชื่อลูกศิษย์ของข้ามากกว่า”
กู้อ้าวเวยแอบอิงอ้อมกอดของชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ
เพียงวันเดียวที่ได้กลับมา นางก็กลับต้องนอนหลับไปตั้งหลายวัน อาการรุนแรงจนถึงขนาดที่แม้แต่จะยกมือขึ้นก็ยังทำแทบไม่ไหว ซ่านจินจื๋อเองก็ไม่ได้ตำหนิต่อว่านาง หรือพานางเข้าวังหลวงไปพบกับอี้จื๋อ คงเพราะว่านางทำให้เขาตกใจไปก่อนแล้ว
“ข้าจะให้คนไปตามชิงจือกับอี้จื๋อมา......”
“ไม่ต้องหรอก”
กู้อ้าวเวยกล่าวตัดบทของเขา ใช้เรี่ยวแรงที่ยังพอเหลืออยู่ฉุดดึงชายเสื้อของเขา นางใช้เรี่ยวแรงมากเสียจนดวงตาเริ่มแดงก่ำ พร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดัง “ไม่ต้องให้พวกเขามาเห็นข้าในสภาพเช่นนี้ ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าพวกเขาไม่เป็นไรเท่านั้นก็พอ......”
“เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน” ซ่านจินจื๋อกดมือของนางลงไป พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “เฉิงซาน ไปจวนอ๋องจงผิง......”
“ไม่ต้องแล้ว”
กู้อ้าวเวยกัดฟันดึงเสื้อของเขา เบิ่งตาคู่โตพร้อมพูดว่า “ยังมีโอกาส ใช่ว่าจะไร้ซึ่งหนทางเสียเมื่อไหร่”
คำพูดเพิ่งหลุดออกจากปาก นางก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมอกอันแข็งแรงแน่นหนาทันที
ซ่านจินจื๋อกอดนางเอาไว้แน่นขึ้น อยากที่จะบดขยี้ร่างของนางเข้าไปในกระดูกของตนเองให้ได้
รู้สึกว่าบริเวณบ่าของตนเองก็เปียกชื้นไปแล้วกว่าครึ่ง จิตใจของกู้อ้าวเวยเปลี่ยนเป็นไม่สงบสุข นางอยากที่จะโอบกอดซ่านจินจื๋อแต่ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ทำได้เพียงแค่อิงแอบที่หน้าอกของเขาอยู่อย่างสงบเท่านั้น
เดิมทีนางคิดว่ากว่าตนเองจะขยับไม่ไหว ยังคงมีเวลาอีกเดือนสองเดือน
ไม่รู้ว่าหิมะแรกของฤดูหนาวจะยาวนาน พบเจอพวกเด็กๆ อีกครั้งให้สมปรารถนาก่อนดีกว่า