ตอนที่ 1105
บทที่ 1105 ตอบได้ดีมาก
October 31, 2026
บทที่ 1105 ตอบได้ดีมาก
“พี่หรัว ข้าคิดถึงท่านแม่แล้ว”
ชิงจือวิ่งมาพร้อมเกล็ดหิมะเต็มตัว จมูกกับนิ้วมือแดงเพราะจากการฝึกวรยุทธ
สาวใช้ด้านข้างรีบเข้ามาช่วยปัดเกล็ดหิมะบนตัวของเขาออก ฉีหรัวดึงเขาเข้ามาโอบกอดต่อหน้าซ่านเชียนหยวนสั่งคนเอาน้ำอุ่นมาช่วยล้างหน้าให้กับเขา และเอาทังโผจื่อวางบนมือของเขา
“ให้พี่เชียนหยวนส่งข่าวไปก่อนค่อยว่ากัน หิมะต้นนี้ทั้งนานทั้งหนาว หลายวันนี้อย่าสวมเพียงเสื้อตัวเดียวแล้วไปฝึกวรยุทธเลย”ฉีหรัวนวดใบหน้าของเขาไปด้วยขมวดคิ้วไปด้วย แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย
ซ่านเชียนหยวนขมวดคิ้ว คิดถึงตอนที่ปกติเขาไปค่ายทหารแล้วถูกคนสั่งสอนกลับมา ฉีหรัวก็พูดเพียงว่าเขาไม่มีฝีมือ ตอนนี้ก็แค่เด็กนอนฝึกวรยุทธ ทำไมจะต้องเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้
“สั่งคนไปส่งข่าว” ซ่านเชียนหยวนข่มความรู้สึกไม่พอใจภายในใจไว้ แล้วก็พูดสั่งองครักษ์ด้านข้าง พร้อมกับมองดูฉีหรัวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วพูดขึ้นว่า “หรัวเอ๋อร์ การฝึกวรยุทธนี้ต้องเริ่มฝึกตั้งแต่เล็ก หากมีพื้นฐานที่ดีตั้งแต่เล็ก ต่อไปจะไม่ถูกเอาเปรียบ และขนสุนัขจิ้งจอกบนตัวของเขา เจ้าซื้อมาเองด้วยราคาแพง จะทำให้หนาวได้อย่างไร?”
เมื่อพูดจบ ก็ถูกสายตาอันเย็นชาของฉีหรัวมองมา พร้อมพูดว่า “เจ้าหนังหนาผิวหยาบ ชิงจือไม่เหมือนเจ้า”
ไม่เหมือนตรงไหน
ซ่านเชียนหยวนร้องพูดในใจ เมื่อชิงจือได้ยินเช่นนี้ ก็รีบพูดขึ้นว่า “พี่เชียนหยวนหนังไม่หนาผิวไม่หยาบ ก่อนหน้านี้ตอนที่สอนข้าฝึกวรยุทธยังได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ ไม่รู้ว่าหายดีแล้วหรือยัง”
“จริงหรือ?”ฉีหรัวชักดึงมือของซ่านเชียนหยวนมาดูอย่างตื่นเต้น แล้วก็เห็นรอยช้ำเขียวบนมือ จึงรีบเอายามาทานวดให้กับเขา
ซ่านเชียนหยวนนิ่งอึ้ง แล้วก็มองเห็นชิงจือหัวเราะเบิกบาน
เจ้าเด็กคนนี้ ฉลาดเหมือนพ่อแม่คู่นั้นของเขาเลย
ผ่านไปสักพัก องครักษ์คนที่ไปส่งข่าวก็กลับมาอย่างเร่งรีบ โคลงคำนับพร้อมพูดว่า “เสด็จอ๋องจิ้งนำสิ่งของใช้เด็กน้อยมากมายมาให้กับท่านอ๋องน้อย กับคุณหนูน้อยคุณชายน้อย ยังกล่าวอีกว่าตอนนี้มีงานยุ่ง ไม่สะดวกที่จะพบเจอ”
พูดเสร็จ พร้อมกับนำสิ่งของเต็มสองหีบกลับมา หนึ่งในหีบนั้นเต็มไปด้วยของเล่นแปลกประหลาดมากมาย เหมือนกับของเล่นที่เคยเก็บสะสมไว้ก่อนหน้านี้ถูกส่งมาแล้วทั้งหมด ส่วนอีกหีบหนึ่งนั้นเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มของพวกเด็กๆ ล้วนเป็นของที่ดีที่สุดทั้งนั้น
ฉีหรัวขมวดคิ้ว นี่อ๋องจิ้งตั้งใจที่จะให้พวกเด็กๆอยู่ที่นี่แล้วจริงๆหรือ?
ในใจซ่านเชียนหยวนก็ค่อนข้างไม่พอใจ แต่ก็ต้องระงับไว้เพราะเห็นแก่เด็กๆ ให้ชิงจือเอาของไปเล่นกับพวกพี่ชายพี่สาว เมื่อเด็กออกไปแล้วค่อยถามองครักษ์คนนั้นว่า “เสด็จอายังพูดอะไรอีก?”
“เสด็จอ๋องจิ้งพูดว่า ในเมื่อท่านอ๋องรับคนไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเอามาคืน”
องครักษ์พูดขึ้นอย่างสั้นเทา ซ่านเชียนหยวนตบโต๊ะลุกขึ้นกลับถูกฉีหรัวยกมือดึงไว้
“เวลานี้เจ้าจะเอาเหตุผลอะไรไปพูดกับเขา รอฟังอยู่เงียบๆก่อน ดูว่าเขาหมายความว่ายังไงกันแน่”
ตอนนี้ซ่านจินจื๋อได้กลายกลับไปเป็นคนที่โหดเหี้ยมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หากซ่านเชียนหยวนไปอย่างรีบร้อนเช่นนี้ เกรงว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย ถึงตอนนั้นเมื่อทะเลาะวิวาทกันจนถึงที่สุด จะไม่เป็นผลดีกับทั้งสองฝ่าย
ซ่านเชียนหยวนพูดไม่ออก สุดท้ายก็ตบลงบนโต๊ะอย่างแรงแล้วก็นั่งลง ปล่อยให้ฉีหรัวรินน้ำชาให้กับเขา
เดิมก็อยากรอดูอยู่อย่างเงียบๆ กลับคิดไม่ถึงว่าจะมีราชโองการของฮ่องเต้มาถามเขาถึงเรื่องบูชาเซ่นไหว้ เรียกเขาให้ไปเข้าเฝ้าในวัง ฉีหรัวรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ตอนที่ช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงได้พูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “เรื่องบูชาเซ่นไหว้นี้ เดิมเจ้าไม่ได้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว เรื่องนี้ยังไงก็มีความผิดปกติ”
“เรื่องนี้แน่นอน ก่อนหน้านี้ข้าขอเข้าวังไปหลายครั้ง เสด็จพ่อล้วนปฏิเสธ ตอนนี้จะให้ข้าเขาวัง ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจของเสด็จพ่อ หรือเป็นความตั้งใจของยู่จุน” ซ่านเชียนหยวนถอนหายใจเบาๆ รับเอาสายคาดเอวมาจากมือของฉีหรัว แล้วคาดเอวด้วยตัวเอง พร้อมพูดว่า “เสด็จพ่อมีหูตากว้างไกล วันนั้นเสด็จอาส่งพวกเด็กๆมาท่ามกลางผู้คนมากมาย วันนี้ ไม่แน่ว่ายู่จุนอาจจะอยากขอพวกจากข้า”
“หากพวกเขาขอจริงๆ เจ้าจะให้ไหม?”ฉีหรัวเงยหน้ามองดูเขา
ซ่านเชียนหยวนขำท่าทีเคร่งเครียดคิ้วขมวดของนาง ยกมือลูบใบหูของนางพร้อมพูดขึ้นว่า “เสด็จอาปกป้องข้ามาตั้งนานหลายปีขนาดนี้ ตอนนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของข้า ก็จะไม่ยอมยกให้”