ตอนที่ 1106
บทที่ 1106 เสือแม้จะร้ายแต่ไม่กินลูกตัวเอง
October 31, 2026
บทที่ 1106 เสือแม้จะร้ายแต่ไม่กินลูกตัวเอง
“ฮ่องเต้ไม่ได้พบเจ้า คำพูดร่ำลือก็เป็นจริง บังเอิญเกินไป”
ฉีหรัวฟังซ่านเชียนหยวนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวังวันนี้ทั้งหมดให้ฟังแล้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ
ซ่านเชียนหยวนเข้าวังน้อยครั้งมาก ส่วนบ้านของนางกลับติดต่อกับพวกนางสนมอยู่บ่อยครั้ง อันดับแรกพวกนางกำนัลในวังมักจะไม่พูดมาก ส่วนที่หวางกงกงตั้งใจพูดถึงเรื่องนี้ เป็นเพียงเพราะฮ่องเต้ให้เขาแสดงละครเท่านั้น ช่างเป็นเรื่องที่บังเอิญเกินไป
ซ่านเชียนหยวนก็ขมวดคิ้ว ตอนที่ทานข้าวก็รู้สึกไม่เจริญอาหาร จึงวางถ้วยตะเกียบลง
“เดิมข้าก็คิดเช่นนี้ แต่เสด็จอาหาข้ออ้างไม่เข้าวังไปพบเสด็จพ่อตามคำสั่งอยู่หลายครั้ง จนต้องให้ข้าไปบอกแทนก็เป็นเรื่องที่สมควร ส่วนเรื่องอื่นไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ แต่วันนั้นวันที่ข้าลงไปหากู้อ้าวเวยที่ใต้หน้าผา เสด็จอาสั่งคนเอาตัวอี้จื๋อไปเป็นเรื่องจริง”
เมื่อตอนที่เขากลับมา ค่อยเพิ่งรู้ว่าซ่านจินจื๋อสั่งคนมารับอี้จื๋อไปแต่แรกแล้ว
ตอนนั้นฉีหรัวยังคิดว่าจะพาอี้จื๋อไปพบกู้อ้าวเวย จึงไม่ได้ขัดขวางเฉิงซาน ตอนนี้เมื่อหวนกลับไปคิด ตอนนี้อี้จื๋ออยู่ในจวนอ๋องจิ้งหรือว่าอยู่ในวัง ก็ไม่รู้
“เช่นนี้แล้ว ดีกว่าที่จะเป็นอันตราย”
ซ่านเชียนหยวนโบกมือ แล้วก็พูดสั่งองครักษ์ด้านข้าง
ฉีหรัวฟังแล้วขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “เรื่องทรยศเนรคุณเช่นนี้ หากเขารู้เรื่อง จะให้อภัยเจ้าหรือ?”
“หากเขายังนึกถึงเห็นแก่กู้อ้าวเวย ต่อให้รู้เรื่องนี้ ก็ไม่กล้าทำอะไรข้า ยังไงหากข้าสูญเสียอำนาจ ก็จะไม่มีใครดูแลพวกลูกๆของเขา และจะเป็นการทำให้เด็กพวกนี้ตกอยู่ในมือของยู่จุน จะไม่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่”
ช่างเป็นการถูกรักใคร่ตามใจจนหยิ่งผยองจริงๆ
ฉีหรัวกลับรู้สึกว่าวิธีนี้ไม่เหมาะสม กลับก็เป็นวิธีเดียวที่จะสามารถได้รู้ความจริง
เมื่อค่ำมืดแล้ว ตรงหน้าเต็มไปด้วยหิมะขาวเทา ลมพัดพาหิมะปลิวโปรย ทำให้มองเห็นไม่ชัด
ด้านนอกจวนอ๋องจิ้ง เงาดำบางส่วนปีนขึ้นไปบนกำแพงเข้าไปข้างในอย่างเงียบๆ เดินไปในความมืด แล้วก็พบว่าลานชิงโยวมีการจัดเวรยามไว้อย่างเข้มงวด ส่วนตรงเรือนเล็กด้านข้างกลับมีการเฝ้าเวรยามอย่างเบาบาง และไฟก็ยังเปิดอยู่
ซ่านเชียนหยวนที่สวมชุดดำสั่งคนตรวจคนอย่างระมัดระวัง สักพักก็มีคนมารายงานว่า “ในนั้นมีเครื่องปรุงยากับยาสมุนไพรมากมาย กลิ่นฉุนมาก บางทีอาจจะเป็นที่นี่”
เมื่อเริ่มส่งสัญญาณมือ ด้านหลังซ่านเชียนหยวนจำนวนสี่ห้าคนกระโดดปีนขึ้นไปบนหลังคา
พวกองครักษ์ด้านนอกลานชิงโยวต่างก็ไม่ขยับ ส่วนองครักษ์ในเรือนด้านข้างกลับวิ่งไปแล้วกว่าครึ่ง
ซ่านเชียนหยวนฉวยโอกาสรีบพาคนเข้าไป งัดหน้าต่างประตู แล้วก็สบกับสายตาจางเหยียงซานที่กำลังทำงานหนักอยู่บนโต๊ะ ยังไม่ทันได้พูดอะไร แค่เอาป้ายขึ้นมายืนยันตัวตน ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนร้องขึ้นว่า “คนร้ายอยู่ที่นี่”
“สมควรตายจริงๆ”ซ่านเชียนหยวนพูดขึ้นด้วยเสียงเบา คิดไปคิดมาแล้วก็ตัดสินใจกลับไปด้วยมือเปล่า
จางเหยียงซานกลับขยับเข้ามาใกล้แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงเบาว่า “ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...”
“พาตัวไป”ซ่านเชียนหยวนทันเพียงสั่งคนด้านข้าง ยกมือถือมีดดักองครักษ์ตรงหน้าไว้ คนที่อยู่ด้านหลังแบกตัวจางเหยียงซาน ไว้บนบ่าแล้วก็วิ่งออกไป
“รีบจับพวกมันไว้” มีคนตะโกนร้องขึ้น
พวกองครักษ์ต่างก็วิ่งเข้ามาภายในเรือน ซ่านเชียนหยวนพาคนมาไม่เยอะ จึงถูกจับอย่างง่ายดาย
แสงสีเงินสว่างวาบบนใบหน้า ในใจซ่านเชียนหยวนร้องว่าไม่ดีแน่ มองเห็นดาบกำลังจะตกอยู่บนไหล่แล้ว กลับได้ยินเสียงดาบกระทบกัน ดาบระยะประชิดสองเล่มกระเด็นออกไป ซ่านเชียนหยวนเพียงทันเห็นคนที่หลบอยู่ตรงมุม แล้วก็รีบพาคนจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อซ่านจินจื๋อมาถึง จางเหยียงซานก็ถูกซ่านเชียนหยวนพาตัวไปแล้ว
ภายในเรือนกระจัดกระจาย เมื่อเฉิงยีสอบถามแล้ว ก็มากระซิบรายงานว่า “ดูฝีมือการต่อสู้แล้ว เป็นคนของอ๋องจงผิง”
สายตาซ่านจินจื๋อเยือกเย็น กลับมองเห็นก้อนหินบนพื้นสองก้อน นอนคว่ำอยู่ข้างเท้าของเขา
เฉิงเอ้อเข้ามากระซิบพูดขึ้นว่า “เฉิงซานไม่อยู่ในห้อง”