ตอนที่ 585
บทที่ 585 ลานบ้านเดียวกัน
October 31, 2026
บทที่ 585 ลานบ้านเดียวกัน
วันพิธีการล่าสัตว์ป่าในฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดกำลังดี
พิธีการล่าสัตว์ป่าในฤดูใบไม้ร่วงในครั้งนี้ใช้เวลาภายในหนึ่งวันอยู่ในเขตภูเขาเทพม้า
ได้ยินมาว่าที่นี่มีม้าเหงื่อโลหิตเยอะ หลังเขาเป็นทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลหนึ่งผืน สามารถเป็นสนามม้าเอามาดูแลม้าศึกและพวกม้าปกติได้ ม้าที่ราคาแพงในวังไม่น้อยล้วนมาจากสถานที่แห่งนี้ และประตูทางเข้าของลานกว้าง ยังมีช่างฝีมือแกะสลักไม้ให้กลายเป็นรูปปั้นเทพม้า อยู่ที่นี่มาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว ตามตำราบอกว่าม้าตัวนี้เป็นเทพม้าที่ทำศึกสงครามในสนามรบของฮ่องเต้องค์แรก
แต่ลานกว้างแห่งนี้ก็ผ่านการซ่อมแซมปรับปรุงมาหลายสิบปีแล้ว ครานี้จึงได้ใช้เป็นพิธีการล่าสัตว์ป่าในฤดูใบไม้ร่วงในวันนี้ได้
อ้ายจื่อของแคว้นเจียงเยี่ยนเสียชีวิตไปแล้ว ขุนนางที่หลงเหลืออยู่ก็ปรากฏตัวแทนคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน บุคคลผู้นี้มีอายุอานามกว่าครึ่งร้อยปี แต่กลับมีผมที่ขาวไปทั้งหัว ได้แค่รู้เพียงถูกขนานนามว่าท่านซู เมื่อก่อนขุนนางหลายคนยังเกิดเรื่องเพราะปากของนาง ถูกผู้เฒ่าซวีสั่งสอนไปกันเป็นแถว แต่กลับไม่รู้ความเป็นมาของคนผู้นี้
กู้อ้าวเวยปล่อยม่านหน้าต่างรถลง ไม่ดูทิวเขาที่ซับซ้อนกันด้านนอก มองดูชิงจือที่ไม่รู้ว่าเอาตำราแพทย์ไปดูในมือตั้งแต่เมื่อไหร่ โผเข้าไปถามว่า “มีตรงไหนที่ไม่เข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจหมดเลย” ชิงจือก็พลิกไปอีกสองสามหน้า อีกทั้งยังไม่รู้ว่าตัวอักษรที่ไม่เคยเห็นพวกนี้อ่านว่าอย่างไร
กู้อ้าวเวยหยิบข้ามมา มีตรงที่ตัวเองเป็นก็สอน ตรงที่ไม่เป็นก็กระโดดข้ามไปอย่างขอไปที ที่ตรงนี้ก็ไม่มีอาจารย์ที่แก่กล้าวิชาคนใดที่สามารถชี้แนะได้ ในวันปกติกู้อ้าวเวยก็สอบถามจากคนใต้บังคับบัญชาที่อยู่ข้างกาย หรือไม่ก็ไม่อ่านชื่อ ได้แค่เอาชื่อนั้นจดลงมา บัดนี้ชี้แนะชิงจือขึ้นมา ก็เลยรู้สึกว่าพัวพันกันอุตลุด
ไม่มีกำลังพอที่จะช่วยเหลืออะไรได้ต่อสิ่งนี้ กู้อ้าวเวยก็เลยนำชิงจือวางกลับไปที่บนรถม้าของซ่านจินจื๋อ
“ท่านแม่มมาด้วยกันสิ” ชิงจือโอบแขนของนางไว้ไม่ปล่อยมือออก
กู้อ้าวเวยมองไปที่ซูพ่านเอ๋อที่อยู่ในรถม้าอย่างลำบากใจชั่วครู่ ซ่านจินจื๋อยกมือลากนางขึ้นมา “ไม่เป็นไร”
รถม้าของอ๋องจิ้งจะขึ้นง่ายกว่ารถม้าของนางเยอะเลย
กู้อ้าวเวยนั่งอยู่ด้านหนึ่งอย่างสงบ มองดูซ่านจินจื๋อยังคงมีท่าทางที่เป็นพ่อเข้มงวด สั่งสอนชิงจืออย่างเคร่งขรึม แต่ชิงจือกลับไม่กลัวเขา ก็นั่งอยู่ในอ้อมอกของเขาที่ถูกอุ้มอยู่ มือเล็กๆ สองข้างพลิกตำราแพทย์ในมืออ่านอยู่ อีกทั้งยังดูน่าสนุกด้วย
อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นไปมา ซูพ่านเอ๋อที่อยู่ด้านข้างก็คิดไม่ถึงว่าซ่านจินจื๋อจะยังมีมุมแบบนี้ด้วย แต่ในรูจมูกที่ปรากฏกลิ่นยาสมุนไพรที่เข้มข้นทำให้นางย่นจมูกไปมา มองไปทางกู้อ้าวเวย “กลิ่นยาช่างเหม็นนัก”
กู้อ้าวเวยมองไปทางซูพ่านเอ๋อด้วยสายตาเยือกเย็น อีกทั้งยังยกแขนเสื้อขึ้นมาดมไปหนึ่งที ก็หนักเอาการพอควร
“หากเหม็นนักก็ลงรถไปซะ” คำพูดของกู้อ้าวเวยเรียบเฉย มองซูพ่านเอ๋อที่ยังคงมีท่าทีที่สวยงาม พูดด้วยเสียงราบเรียบว่า “แต่อย่าลืมว่าเมื่อปีนั้นที่เจ้าไม่ได้ป่วยก็มีกลิ่นของยาเช่นนี้เหมือนกัน บัดนี้มาบอกว่าเหม็น ดูไปแล้วก็คงจะแอบฝืนทนอย่างลำบากพอสมควร”
สีหน้าของซูพ่านเอ๋อซีดไปเล็กน้อย ตอนที่กำลังหันหน้าไปเห็นซ่านจินจื๋อก็มองมาพอดี ส่วนชิงจือนั้นก็มองไปที่กู้อ้าวเวยอย่างแปลกใจ “กลิ่นยาที่อยู่บนตัวของท่านแม่ที่จริงก็กลิ่นแรงมาก แต่ก็ไม่ได้เหม็นนะ”
“ชิงจือยังคงปากหวาน” กู้อ้าวเวยถูกชิงจือพูดจนหูแดงไปหมดแล้ว โค้งตัวลงไปหยิกปลายจมูกของเขา “อีกสักครู่พิธีการล่าสัตว์ป่าในฤดูใบไม้ร่วงจะเห็นเลือด ชิงจือกลัวไหม”
“ไม่กลัว ทุกสิ่งที่เป็นตาย มีชีวิตก็เท่านั้นเอง” ชิงจือส่ายหน้าอย่างเชื่อฟัง
“เป็นชายอกสามศอก” ซ่านจินจื๋อรัดเด็กน้อยไว้แน่นขึ้น
ดูสามคนนี้ช่างเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน แม้แต่นิดก็ดูไม่ออกเลยว่าชิงจือเป็นลูกบุญธรรมของกู้อ้าวเวย