ตอนที่ 589
บทที่ 589 สิ่งมีชีวิตทั้งหมด
October 31, 2026
บทที่ 589 สิ่งมีชีวิตทั้งหมด
การก่อสร้างคอกสนาม ซ่านจินจื๋อถือว่าเป็นน้องชายที่ฮ่องเต้ไว้ใจมากที่สุด
และก็มีเพียงซ่านจินจื๋อกับคนใกล้ชิดที่สนิทกันสองสามคนที่รู้ว่าที่นี่มีทางเข้าออกที่ไม่ง่ายต่อการสังเกต
สถานที่แห่งนี้อยู่รอบนอกของคอก บนหน้าผา มีเถาวัลย์ที่แน่นหนาที่นี่ ยังมีรูปปั้นอยู่ที่นี่ เป็นรูปแกะสลักสัตว์มงคลสิบสองชนิด เพียงแค่สามสิบเจ็ดก้าวทางด้านซ้ายของสถานที่นี้มีทางออกเล็ก ๆ ซ่านจินจื๋อวางกู้อ้าวเวยไว้ข้างลำต้นของต้นไม้ เอาดาบยาวของตนมอบให้ใส่มือของนาง “หากเซียวไห่เคยมา จะไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้แน่นอน หากเป็นคนอื่นที่เคยมา แน่นอนว่าต้องทิ้งร่องรอยไว้บ้าง”
“ดังนั้นจึงทำทางเข้าออกนี่ เพื่ออะไร” กู้อ้าวเวยแปลกใจ นี่ไม่ใช่จะให้คนอื่นเข้ามาทำเรื่องเลวๆ ตามอำเภอใจหรือ”
ซ่านจินจื๋อลูบหัวของนางไปมา “คิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องที่เจ้าไม่รู้”
“มึนไปหมดแล้ว” กู้อ้าวเวยกดหน้าผากของตนเองด้วยหน้าที่ซีดขาว
“ไม่เพียงที่นี่ คอกสนามทุกที่ล้วนมีสถานที่เช่นนี้ ฮ่องเต้ทุกพระองค์จะบอกเรื่องนี้กับญาติที่สนิทของตนเอง รอจนตอนที่ล่าสัตว์ พวกเขาก็สามารถที่จะเข้าออกจากที่นี่ได้อย่างถูกต้อง ลอบสังหารขุนนางแต่ละคน หรือรอจนฟ้ามือแล้วค่อยลงมือ แต่มีขุนนางที่เขียนประวัติศาสตร์พยายามประจบประแจงฮ่องเต้ ก็จะบอกว่าขุนนางได้รับความตกใจจึงเสียชีวิตหรือว่าบาดเจ็บจนหาทางรักษาไม่ได้......” ซ่านจินจื๋อได้แค่โค้งตัวลงแล้วนวดหัวของนางไปมา เห็นกู้อ้าวเวยแสดงความรังเกียจ แต่ก้ไม่รู้จะทำเช่นไร “มีขุนนางใหญ่บางพวกเป็นใหญ่กว่านายจริงๆ ฮ่องเต้ถูกขังอยู่ในวัง ถ้าไม่ใช่เพราะที่นี่ การเผชิญหน้ากับขุนนางบางพวกที่ใช้ปากในการแก้ปัญหา ช่างเป็นเรื่องยากและใช้เวลานานจริงๆ”
ฟังคำอธิบายของซ่านจินจื๋อ กู้อ้าวเวยปัดมือของเขาอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร “รีบไปตรวจดูหน่อย ข้ารู้ว่าสิ่งนี้จำเป็นเช่นกัน แต่ในใจของข้ารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย”
“หากมีคนมา ฆ่าแล้วก็บอกว่าข้าเป็นคนทำ” ซ่านจินจื๋อเห็นท่าทางของกู้อ้าวเวยที่ยังมีเรี่ยวแรงอยู่ คราวนี้ก็เลยวางใจที่จะมุดเข้าไปในช่องเล็กแคบๆ นั้น ได้ยินเพียงเสียงกลไกกุกกักทำงานดังขึ้น สถานที่นั้นได้กลับฟื้นคืนเป็นเหมือนสภาพเดิมแล้ว”
รอจนสงบลง กู้อ้าวเวยจึงกล้าที่จะเอายาที่พกติดตัวมานั้นออกมา กินติดต่อกันหลายเม็ดจึงค่อยรู้สึกดึงสติกลับมาได้ ได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีกันดังเข้ามาที่ข้างหู นางก็ค่อยๆ ยิ้มขึ้นมา “ไม่ทราบว่าเป็นขุนนางท่านใด ก็คิดอยากได้ยาอายุวัฒนะนี้ด้วยหรือ”
“ฝ่าบาทช่างปราดเปรื่องโดยแท้” ขุนนางแคว้นเจียงเยี่ยนผู้หนึ่งเดินออกมาจากในป่า
กู้อ้าวเวยกลับรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากันบุคคลผู้นี้นัก คนผู้นี้เมื่อก่อนอยู่ข้างกายอ้ายจื่อช่างธรรมดาสามัญนัก พอพักหลังก็ไม่ได้ปรากฏตัวเท่าไหร่แล้ว แต่วันนี้ตอนที่เข้ามาในสนามแข่งล่าสัตว์ ก็มีเขาที่เข้ามาเป็นเพื่อนรวมกับพวกขุนนางของแคว้นเจียงเยี่ยน โดยเฉพาะมือคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยบาดแผล ก็เลยให้กู้อ้าวเวยก่อนหน้านั้นมองดูเขานานหน่อย
“ข้าจำเจ้าได้ ดูเหมือนว่าจะชื่อว่าฟ่านเฟิง” กู้อ้าวเวยคิ้วขมวดไปมา ดาบยาวที่อยู่ในมือค่อยๆ ชี้ขึ้น ยังคงยกขึ้นมาชี้ไปทางเขา “ความหมายของคนรักข้าคือเข้าใกล้ฆ่าได้เลย”
ฟ่านเฟิงตัวเล็กๆ ก็ได้เพียงถอยหลังไปหนึ่งก้าว คุกเข่าลงด้วยเข่าหนึ่งข้าง มืออีกข้างกำหมัดกดอยู่ที่พื้น “ฝ่าบาท เมื่อครู่ไม่สามารถเข้าใกล้ร่างกายได้จึงเกิดเป็นแผนนี้ขึ้น การมาในวันนี้ไม่ใช่เพื่อยาลับอายุวัฒนะอะไรนั่น แต่อยากได้ยาลับที่สามารถช่วยชีวิตคนได้หนึ่งชีวิต
“พูดออกมาฟังดูหน่อย” กู้อ้าวเวยยังคงยกมือไว้อยู่ ในใจกลับคิดว่าคนผู้นี้หลบซ่านจินจื๋อเข้ามาได้อย่างไรกัน
“งั้นข้าก็จะพูดอย่างเปิดอกเลย” คราวนี้ฟ่านเฟิงจึงเงยหน้าขึ้นมาอย่างยินดี “ข้าเป็นคนของท่านซู คุณหนูอ้ายจือเป็นหลานนอกไส้ของเขา แต่ข้าโตมาด้วยกันกับคุณหนูอ้ายจือ แต่บัดนี้คุณหนูอ้ายจือถูกคนใส่ร้าย ถูกขังคุกอยู่ อีกทั้งยังถูกชายผู้หนึ่งชื่อว่าเมี่ยวหารวางยาพาอีก เวลาไม่มากนัก ก่อนที่จะหมดสติไปยังจงใจบอกกับท่านซูโดยเฉพาะว่า หวังว่าจะสามารถหาท่านมาช่วยชีวิตได้
เมี่ยวหาร......