ตอนที่ 610
บทที่ 610 ดาบสองคม
October 31, 2026
บทที่ 610 ดาบสองคม
เวลาเช้าตรู่ ในเมืองเริ่มมีความคึกคัก
กู้อ้าวเวยเกือบจะถูกปลุกด้วยเสียงร้องจากด้านนอก นางตื่นตกใจรีบปีนลุกขึ้นเนื่องจากคิดว่าเป็นการโจมตีของข้าศึก รีบใส่เสื้อคลุมและออกไปที่ประตู กลับพบเพียงกุ่ยเม่ยที่โผล่หน้าเข้ามา มือข้างหนึ่งลากนางกลับเข้าไป “มีคนวางยาพิษในน้ำใต้ดิน และผสมลงในอาหาร มีทหารโดนไปหลายคนเชียว”
“ข้าอยากไปดูสักหน่อย” กู้อ้าวเวยพูดก้อนที่จะออกไป
“จางเหยียงซานไปดูแล้ว เรื่องนี้น่าแปลกประหลาด แม่ทัพล่ายเสวียนมาที่นี่ขอให้ข้ารั้งเจ้าไว้ และยังให้ข้านำจดหมายนี้ให้เจ้าด้วย ฉีหรัวยังบอกด้วยว่าตอนนี้องค์ชายสี่กลับถึงชายแดนแล้ว กำลังรอให้เจ้ากลับไปแจ้งข่าว” กุ่ยเม่ยจับตัวนางไว้ รู้ว่าเมื่อนางพบเจอเรื่องแบบนี้มักจะไปโยเร็วอยู่เป็นประจำ และเร่งปิดประตู
เมื่อรู้ว่าจางเหยียงซานได้ไปก่อนแล้ว กู้อ้าวเวยก็รู้สึกโล่งใจ รีบเปิดจดหมายออกอ่าน และทำอะไรไม่ถูก “ล่ายเสวียนเป็นคนใจอ่อนเยี่ยงสตรี ข้ารู้ว่าเขาทำให้ข้าลำบากใจต่อหน้าคนอื่น แต่ก็เพียงเพื่อชื่อเสียงของเขาเอง”
คำขอโทษสองสามประโยคในจดหมายนี้ ถูกเขียนขึ้นเหมือนกับเด็กเขียน
เพียงแค่บอกนาง ว่าในเมืองมีสายตาของผู้คนมากมาย และก็ต้องมีใครคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความแค้นทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับฟ่านเฟิงแล้ว ถ้าหากว่าจะต้องโกรธใครสักคน ควรจะเลือกคนนอกดีกว่า ที่ต้องเลือกกู้อ้าวเวยก็เพราะเป็นความเห็นจากสาธารณชน จึงรู้สึกผิดมาถึงตอนนี้ หวังว่านางจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ และเมื่อสั่งการทุกอย่างเสร็จก็จะจากไป
ในประโยคสุดท้าย เพียงแต่สัญญากับนาง หากเขายังมีชีวิตอยู่ในวันหนึ่ง จะขอตามรับใช้กู้อ้าวเวยแน่นอน
จากนั้นก็ฉีกจดหมายนั้นเป็นชิ้นๆ วางไว้ระหว่างถ้วย จุ่มหมึกสีดำ
“หัวใจของคนก็เป็นเช่นนี้ หากตำแหน่งสูงคือสถานการณ์โดยรวม ความด้อยโอกาสจึงเป็นสิ่งที่พึงกระทำ” กู้อ้าวเวยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “เนื่องจากจางเหยียงซานไปแก้ไขสถานการณ์แล้ว พวกเราก็ไปดูองค์ชายสี่กันเถอะ”
“ล่ายเสวียนอ่อนแอและไม่ต้องการจะเป็นคนชั่วร้าย เจ้าช่วยนางได้ไหม” กุ่ยเม่ยขมวดคิ้ว
“ถ้าหากเขาจะทำตามใจเพื่อคนนอกอย่างข้า ก็ย่อมเป็นเรื่องอันตรายสำหรับอนาคต หากแม้นว่าตอนนี้ข้าจะเอาชนะพลเมืองดีได้ แต่เมื่อถึงเวลานั้นพวกเราก็จะกลายเป็นคนสองประเทศ” กู้อ้าวเวยลุกขึ้นยืน เดินไปยังฉากกั้นแล้วเปลี่ยนเสื้อคลุมตัวหนา กุ่ยเม่ยจึงหลีกตัวออกไปเพื่อเลี่ยงความสงสัย
ล่ายเสวียนได้เตรียมการสำหรับการจากไปของนางเอาไว้แล้ว
ฟ่านเฟิงนำทางพวกเขาออกไปจากประตูเล็ก รถม้าทั้งหมดมีหมอนอ่อนนุ่มสบาย รวมทั้งกล่องไม้ใบเล็ก “กู่เซิงเคยส่งคนไปสอบถามเบาะแสที่อยู่ของเช่ออี้จื่อ เพราะทราบว่าองค์หญิงต้องการ แม่ทัพล่ายเสวียนจึงให้ข้านำมาให้ท่าน หวังว่าองค์หญิงจะเดินทางอย่างราบรื่น เมื่อถึงคราวศึกสงคราม ขอได้โปรดระวังตัวด้วย”
“นี่มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลย....”
กู้อ้าวเวยมองดูเช่ออี้จื่อในกล่องไม้อย่างไม่อยากจะเชื่อ เช่ออี้จื่อและบัวหิมะนั้นแยกแทบไม่ออกต่างกันแต่เพียงไหมสีแดงจางๆ และแหล่งที่อยู่ซึ่งเป็นแก่นแท้
นี่เป็นความคิดที่ผิดพลาด นางปิดฝาลง “เช่ออี้จื่อนี้มาจากไหนหรือ เมื่อกี้นี้ที่บ่อน้ำถูกวางยาพิษทำไมไม่นำไปใช้”
“เช่ออี้จื่อนี้ตอนนั้นเป็นของทาสสองคนที่ขโมยมาจากบ้านของเจ้านายที่พวกเขาหนีออกมา ว่ากันว่าสิ่งนี้สามารถถอนพิษได้ แต่พวกเราชาติกำเนิดไม่ดี คงไม่เหมาะจะนำไปใช้ มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าหากอยู่กับองค์หญิง” ฟ่านเฟิงโค้งคำนับ มองส่งพวกนางออกไป
กู้อ้าวเวยกลับไม่รู้ว่าจะต้องไปมาระหว่างประเทศเหล่านี้อีกกี่ครั้ง แต่วันนี้ นางเพิ่งรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของแผ่นดินใหญ่นี้จริง ๆ จากนั้นก็ยกปากขึ้นพูด “แม้พวกเขาจะมีความรู้เพียงเล็กน้อย การเป็นคนก็ใช่ว่าจะกลมกล่อม แต่บังเอิญว่าคนแบบนี้ มาเพื่อวางรากฐานให้ประเทศ น่าสนใจโดยแท้”
“เหตุผลที่เจ้าพูดออกมาจากปากมันมากพอแล้ว” กุ่ยเม่ยมองนางอย่างช่วยไม่ได้ “วันนี้หากเจ้ารีบออกมา อาจจะต้องพบกองคาราวานสินค้าของฉีหลินบนท้องถนน”
“ไปที่กองคาราวานของแคว้นเอ่อตานหรือ” กู้อ้าวเวยลดม่านบนรถม้าลง ถอดเสื้อคลุมขนสัตว์ออก และเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องนอนที่หนาขึ้น