ตอนที่ 611
บทที่ 611 บุพเพสันนิวาส
October 31, 2026
บทที่ 611 บุพเพสันนิวาส
ข่าวลือจากทั่วสารทิศ ต่างก็พูดลือกันว่าองค์หญิงแคว้นเอ่อตานนั้นมีนิสัยที่ซุกซน มักชอบทำให้ฮ่องเต้วุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง
ยิ่งไปกว่านั้นผู้คนต่างพูดกันว่าองค์หญิงเอ่อตานนั้นเหมือนหยุนหว่านฮูหยินในตอนนั้น ราวกับว่าสวรรค์ส่งลงมาให้ก่อปัญหา เหมือนตอนนั้นที่หยุนหว่านฮูหยินก่อปัญหาขึ้นใหญ่โต ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง องค์หญิงเอ่อตานก็มาถึงเมืองชางหลาน ทำให้แคว้นเอ่อตานได้เปรียบ
คำพูดนินทาเหล่านี้ถูกพูดออกมาเกินจริงกว่าคนเล่านิทานให้ฟังเสียอีก
แต่ที่แปลก ปกติแล้วอ๋องจิ้งผู้สูงส่งจะไม่ยุ่งกับเรื่องเหล่านี้ องค์ชายสามผู้อ่อนโยนและสง่างามที่มีอำนาจบาตรใหญ่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็มาถึงเช่นกัน
ในขณะเดียวกันตำหนักอ๋องจิ้งก็กำลังเตรียมของสำหรับฤดูหนาว ทาสรับใช้ในตำหนักต่างวิ่งวุ่นไม่น้อย
และซ่านจินจื๋อไม่ได้รู้สึกมีสาวงามอยู่ใกล้แบบนี้มานานแล้ว แต่ ท ว่าเพียงแค่นั่งในห้องตำราและจัดการเอกสารด้วยตนเอง และชำเหลือบมองไปทางกู้อ้าวเวย แค่เห็นกู้อ้าวเวยอยู่ในสายตาก็ทำให้เขาวางใจลงได้ “
“ท่านอ๋อง องค์ชายเก้าได้เสด็จมาถึงแล้วพะยะค่ะ” พ่อบ้านเดินเข้ามาคำนับอย่างระมัดระวัง และไม่รู้ว่าเฉิงซานหายไปไหน
“ให้เขาเข้ามา และนำของว่างมาเพิ่ม”
ซ่านจินจื๋อใส่จดหมายที่อยู่ในมือลงใต้ลิ้นชักโดยไม่เงยหน้าขึ้น และเอาตำราขึ้นมาเปิดไปมา
ในขณะที่ซ่านต้วนเฟิงเข้ามา เห็นซ่านจินจื๋อที่กำลังตั้งใจอ่านตำรา ก็ขมวดคิ้วขึ้น
“ที่มาวันนี้ มีเรื่องอันใด?” ซ่านจินจื๋อพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคน แต่ก็ไม่เงยหัวขึ้นเหมือนเดิม
ซ่านต้วนเฟิงแต่งตัวสง่างามทั้งตัว มีกลิ่นแป้งหอมทำให้ซ่านจินจื๋อที่ได้กลิ่น ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นมามอง
ถึงได้เห็นว่า ด้านหลังของซ่านต้วนเฟิงมีหญิงสาวอยู่สองคน แม้อยู่ในช่วงฤดูหนาว เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมเล็กน้อย ดูเหมือนไร้เดียงสา เหมือนจะเป็นหญิงสาวที่ซ่านต้วนเฟิงเป็นคนดูแลด้วยตัวเอง
“ท่านอา ข้าเห็นว่าท่านน้าไม่มาตั้งนานแล้ว คงไม่ใช่ว่าป่วยเรื้อรัง จนต้องนอนรักษาตัวกระมัง วันนี้เลยข้าเลยเรียกพวกนางมาปรนนิบัติท่าน” ซ่านต้วนเฟิงยิ้มและคำนับ
“ชื่อนี้ ข้าไม่ชอบทั้งนั้น” ซ่านจินจื๋อก้มหน้าลงไปใหม่: “หากเจ้ามาเพราะเรื่องที่เขาพูดลือกัน ข้าเห็นว่าไม่จำเป็น”
“ท่านอารู้เรื่องข่าวลือเสียๆหายๆพวกนี้ แต่กลับไม่สนใจ?”
ซ่านต้วนเฟิงหัวเราะชอบใจใหญ่ พวกนางจึงค่อยๆเดินออกไปด้านนอกรับลมอย่างเงียบๆ และไม่มีความปราณีใดๆต่อพวกนาง
ประตูถูกปิดลง ซ่านจินจื๋อถึงได้วางตำราที่อยู่บนมือลง: “เวยเอ๋อไม่ได้อยู่เมืองเทียนเหยียน ข่าวลือคำนินทาเหล่านี้ทำร้ายอะไรนางไม่ได้ แล้วข้าใยต้องสนใจ?”
ได้ยินแบบนั้นแล้ว ซ่านต้วนเฟิงเริ่มรู้สึกว่ายากที่จะรับมือแล้ว
หากซ่านจินจื๋ออยากแย่งชิงบัลลังก์จริงๆก็คงดี แต่ดูๆแล้ว ท่านอากลับโง่เง่าเต่าตุ่นเสียจริง และกู้อ้าวเวยก็อยู่ที่ที่ห่างไกลจากฮ่องเต้……
พอคิดได้ ซ่านต้วนเฟิงยังคงค่อยๆพูดขึ้นมา: “หากนางกลับมาได้ยิน……“
”นางมีวิธีปิดปากคนพวกนั้นอยู่แล้ว คงไม่ต้องถึงมือข้า” พออยู่นอกวัง ภาพลักษณ์ท่านอาของซ่านจินจื๋อก็ไม่ต้องแสดงอีก สายตาที่เย็นชามองไปทางเขา: “ซ่านต้วนเฟิง เจ้าแย่งบัลลังก์ของเจ้าไป แต่อย่ามายุ่งกับของของข้า” เหมือนกับว่าไม่มีใครจำเขาแบบเดิมได้
ซ่านต้วนเฟิงตรงไปทั้งตัว ซ่านจินจื๋อพูดด้วยน้ำเสียงขู่ฆ่าเขาเล็กน้อย ทำเอาหายใจแทบไม่ทัน