ตอนที่ 612
บทที่ 612 กลัว
October 31, 2026
บทที่ 612 กลัว
“เจ้าสิ้นหวังแล้ว” กุ่ยเม่ยกลอกตาขึ้น
“ที่ข้าพูดนี่แหละคือความจริง เจ้าคงลืมไปแล้วสินะว่าเขาเคยเป็นอย่างไร” กู้อ้าวเวยยังคงจำได้ ตั้งแต่ตอนที่ตัวเองแต่งงานใหม่ๆในคืนนั้นสิ่งที่เห็นทั้งหมด และได้ยินคนพูดลือกัน
กุ่ยเม่ยไม่ได้โต้ตอบใดๆ
“แต่ว่าครานี้ตรงชายแดนยังคงไม่แน่ไม่นอน เจ้ายังจะไปไหนมาไหนอีกหรือ?” เจิ้งฉิงคุนปรบมือแป๊ะๆ: “ระหว่างทางองค์ชายสี่ขอให้พวกเราเดินอ้อมไปทางเขา จู่ๆตรงนั้นก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมากะทันหัน ถูกเผาไปเป็นครึ่ง องค์ชายสี่รีบนำคนไปดับไฟ ยังพูดอีกว่าที่ตรงนั้นเรียกว่า……เหยสุ่ย?”
ขมวดคิ้ว กู้อ้าวเวยเก็บความสงสัยไว้ในใจ ไม่ได้พูดต่อใดๆ
ในเมื่อซ่านเชียนหยวนรู้เรื่องเกี่ยวกับตำบลเหยสุ่ย ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า ซ่านจินจื๋อและซ่านเชียนหยวนทั้งสองน่าจะรู้เรื่องอะไรสักอย่าง และในเวลาเดียวกัน ซ่านจินจื๋อคิดจะระดมพลคนในตำบลเหยสุ่ย แต่กลับถูกจับได้
จากที่ดูซ่านต้วนเฟิงมา คนที่เจอคนตำบลเห่ยสุ่ย ก็น่าจะมีแค่ซู๋ฮองเฮา
ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้น กู้อ้าวเงยสะบัดมือไปมา: “เขียนจดหมายไปตามที่ที่ท่านอ๋องได้กล่าวไป ทำตามคำสั่งการของท่านอ๋องทั้งหมด หากใครไม่ทำตาม ให้ลงโทษทั้งตระกูล และจะไม่อ่อนข้อให้เด็ดขาด มีของบำนาญให้ ไม่รู้สึกเสียเปรียบแน่นอน ซ่อนตัวเองอย่าให้ใครพบเจอ”
“พวกเขาต้องการลายมือที่เจ้าเขียนเท่านั้น” กุ่ยเม่ยยัดอาหารแห้งในมือให้กับนาง
“หนาวเกินไปแล้ว” กู้อ้าวเวยหดตัวเข้าไปยังข้างใน
ตกอยู่ในความเงียบ กุ่ยเม่ยยังคงกลับไปยังที่รถม้า และทำตามที่กู้อ้าวเวยสั่ง
พักผ่อนหนึ่งคืน รถม้าทั้งสองวิ่งสวนทางกัน เจิ้งฉิงคุนตอนเดินไปใกล้ๆเรียกชื่อทหารบางส่วนเฝ้าไว้ และช่วยกันออกแรง
รถม้าค่อยๆขยับ กุ่ยเม่ยอดไม่ได้พูดขึ้นมา: โลกกลมจัง ไปที่ไหนก็เจอแต่คนที่รู้จัก”
“งั้นรึ?” กู้อ้าวเวยที่นอนอยู่ด้านใน ตัวอักษรบนตำราดูไม่เข้าใจสักอย่าง: “ข้าพักสักหน่อย ถึงแล้วเรียกข้าด้วย”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กู้อ้าวเวยยิ่งอยู่เหมือนยิ่งง่วง เมื่อก่อนนางยังเคยใส่ชุดสบายๆเดินไปทั่ว แต่ในวันนี้ขนาดในฝันนางยังสวมผ้าเรียบร้อย
กุ่ยเม่ยขมวดคิ้ว “นี้ไม่ใช่สัญญาณที่ดี ”
เวลาผ่านไปสองวันในการเดินทาง ในที่สุดก็กลับเข้าเมืองก่อนสองกะ ซ่านเชียนหยวนรีบสวมชุดคลุมออกมา เห็นทั้งสองปลอดภัยถึงได้โล่งใจ: “ท่านอายังสั่งให้ไประดมพลทหารสุดท้ายมาเพิ่ม ข้านึกว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าเสียแล้ว……” 。
“เขาไม่ได้บอกอะไรเจ้าหรือ?” กู้อ้าวเวยจัดผมของตัวเอง และเดินตามซ่านเชียนหยวนไปลานกว้างใกล้ๆ
“ไม่หนิ เขาแค่พูดเรื่องผลกระทบของที่นั่น แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนคิดที่จะทำลายที่นั่น” ซ่านเชียนหยวนไม่ได้พูดชัดเจนอะไรนัก แต่แค่อยู่ตรงหน้าประตูที่กำลังจะปิดลงยกมือขึ้นมาทำท่าให้เงียบๆใส่
มองไปทางกุ่ยเม่ยที่อยู่ข้างๆกำแพงชั่วครู่ หลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากในห้องไป
“องค์ชายหกบอกข้าว่าช่วงนี้มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นในกองทัพ” ซ่านเชียนหยวนทำเสียงกระแฮ่มในลำคอ ในที่สุดก็กล้าเริ่มพูด
“พวกเจ้าตอนนี้อยู่ฝั่งเดียวกันแล้ว” กู้อ้าวเวยยิ้มเบาๆ: “เขาคือคนที่อยากยึดบัลลังก์เท่านั้นเอง”
“เพราะอย่างนั้นข้าเลยกลัวว่าเขาจะคิดเองแสดงเอง แน่นอนว่าต้องร่วมแสดงด้วยอยู่แล้ว” ซ่านเชียนหยวนก็ยิ้มตาม และหยิบกระดาษแผ่นเล็กจากแขนเสื้อส่งให้กับนาง พูดไปด้วยว่า: พูดถึงท่านอายังคงไม่ยอมให้ข้าเข้าร่วมอีกเช่นเคย”
ลูกหลานของกษัตริย์ฉลาดไม่น้อย
กู้อ้าวเวยมองดูตัวอักษรบนกระดาษที่เป็นตัวอักษรของซ่านจินจื๋อเขียนอย่างชัดเจนว่า——ทำตามปกติ ไม่ต้องห่วง ดูแลตัวเอง