ตอนที่ 632
บทที่ 632 น้ำใต้ดิน
October 31, 2026
บทที่ 632 น้ำใต้ดิน
ผลลัพธ์ของการยั่วโมโหล่ายเสวียน ก็คือถูกแยกให้มาอยู่ที่เรือนพักอันห่างไกลแห่งนี้นั่นเอง
องครักษ์สองนายคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่ให้คลาดสายตา รวมถึงมีสาวใช้สองคนในเรือนดูแลชีวิตประจำวันของนาง ในวันเวลาที่เรื่องสงครามกำลังมาเยือนนั้น ทว่าที่นี่ยังคงเงียบเชียบอยู่เช่นเคย
กุ่ยเม่ยนำยาต้มมาวางไว้เบื้องหน้าของนาง “ใครให้ท่านพูดเกินควรขนาดนั้นกันเล่า ไปสั่งให้หัวหน้ากองทหารทั้งคณะทำธุระด้วยอาการวางท่า สุดท้ายยังให้ผู้อื่นไปแยกแยะถูกผิดเอาเองอีก มันไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด”
“การสื่อสารความคิดกับผู้อื่น ข้าคงไม่อาจร้องขอให้พวกเขาฟังความข้าได้ตลอดนี่นา” กู้อ้าวเวยบีบจมูกพลางดื่มยาต้มที่ขมเฝื่อนนี้ลงไป หัวคิ้วขมวดกันแน่น “รอหลังจากใบไม้ผลิผ่านไปก่อน ข้าก็จะจากไปเอง”
“ถึงตอนนั้นท้องของท่านจะปิดซ่อนอย่างไรก็ปิดไม่อยู่แล้ว” กุ่ยเม่ยมองทางท้องน้อยๆ ของนาง ตอนนี้ยังมองไม่เห็นความนูนโค้งใดๆ
“ต่อให้ถึงตอนนั้นล่ายเสวียนก็คงไม่รังเกียจหญิงมีครรภ์ที่อาจจะกลายเป็นตัวถ่วงได้ตลอดคนหนึ่งหรอก ข้าเองก็กลัวว่าถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีหมอตำแยสักคนอยู่ข้างกายเลย” วางชามยาว่างเปล่าลง กู้อ้าวเวยหรี่ตาดื่มน้ำอุ่นไปหนึ่งคำ “อีกอย่างที่จางเหยียงซานพูดมานั้นก็ไม่ผิด ข้ารู้สึกว่าอาจจะคลอดก่อนกำหนดอยู่เหมือนกัน”
ในยุคสมัยเช่นนี้ การคลอดก่อนกำหนดมีนัยว่าชะตาชีวิตอาจไม่ปลอดภัย
กุ่ยเม่ยรู้ข้อนี้ดี ในใจยิ่งร้อนรนขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนนับเวลา “บางทีท่านอ๋องอาจจะมาหา...”
“เขาคงไม่มาหรอกกระมัง อย่างไรเสียหากว่าเขาออกมา ฮ่องเต้ก็จะเป็นอันตรายมาก องค์ชายสี่ไร้อำนาจทหาร อำนาจทหารขององค์ชายหกยังคอยเฝ้าอยู่ชายแดน ถึงตอนนั้นความอาจหาญของซ่านต้วนเฟิงและฮองเฮาก็จะเพิ่มมากขึ้น บางทีการชิงอำนาจอาจจะประสบความสำเร็จก็ได้ ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาจจะเป็นการที่ซ่านจินจื๋อมาถึงชายแดน และมุ่งหน้าเปิดศึกที่เมืองเทียนเหยียน” กู้อ้าวเวยส่ายหน้า “เขาไม่ใช่คนโง่ คงไม่อาจทำเรื่องโง่เง่าแบบนี้หรอก”
กุ่ยเม่ยก็ขบคิดทุกการกระทำการเคลื่อนไหวของซ่านจินจื๋อขึ้นมาได้ จึงพยักหน้าอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
“แล้วถ้าถึงตอนนั้นท่านอ๋องส่งคนมารับท่าน ท่านจะกลับไปไหม”
“ข้าอยากกลับเอ่อตานไปหาฉีหรัว ซ่านจินจื๋อคอยตามอยู่ข้างกายข้า ข้าจะต้องกังวลมากแน่ๆ” กู้อ้าวเวยทานขนมอบของที่นี่อีกคำหนึ่ง เท้าพวงแก้มมองไปทางสาวใช้ที่หอบหนังสือเข้ามาทางด้านประตู “ดูท่าข้าคงต้องทำธุระก่อนเสียแล้ว”
เนื่องจากเรื่องที่บ่อน้ำในเมืองถูกวางพิษ เห็นชัดว่าล่ายเสวียนเองก็เคยตรวจสอบน้ำใต้ดินมาแล้วเหมือนกัน
จะว่าไปแล้วน้ำใต้ดินของเอ่อตานและเจียงเยี่ยนนั้นแทบจะหาจุดกำเนิดไม่พบ ส่วนน้ำใต้ดินของชางหลานนั้นเกือบจะทุกเมืองล้วนมีการจดบันทึกเอาไว้เกือบทุกเมือง และยิ่งจะรักษาน้ำพุบางแห่งที่ถูกค้นพบอีกด้วย เพียงแต่ว่าสามประเทศนี้ต่างไม่ได้ก่อตั้งอยู่บนทะเลทราย น้ำใต้ดินจึงไม่ได้เชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ แต่กลับมีแหล่งที่มาที่ไป
คิดไปคิดมาแล้ว กู้อ้าวเวยแค่คิดว่าบางทีปีนั้นบรรพบุรุษตระกูลหยุนอาจจะเป็นนักโบราณคดี ดังนั้นปีนั้นถึงได้สนใจเรื่องเหล่านี้เสียขนาดนั้น และกว่าจะเวียนมาถึงหมอตัวเล็กๆ อย่างนางก็ไม่ได้มีบักทึกเรื่องนี้ไว้แล้ว ตรงกันข้ามนั้นกลับแม่นยำด้านคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรไม่น้อยเลย เวลานี้คิดจะเสาะหากฎเกณฑ์ที่แท้จริง ยังต้องแสวงหาหนังสือให้มากกว่านี้นัก
ล่ายเสวียนระงับการเคลื่อนพลชั่วคราว ในเมื่อจะเลือกโจมตีแบบอึดใจเดียวโดยไม่หยุดพัก พวกเขาจำต้องตัดสินใจบางอย่าง และต้องเตรียมพร้อมให้สุดความสามารถ
ห้องของกู้อ้าวเวยเปลี่ยนจากหนังสือสิบกว่าเล่มในวันแรก เป็นหนังสือที่เต็มโต๊ะให้สิบวันให้หลัง
สาวใช้ที่อยู่หน้าประตูนำจดหมายหลายฉบับเข้ามา บัดนั้นกลับหาที่ว่างให้วางไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องเอ่ยว่ามุมโต๊ะยังมีเศษกระดาษหรือแผ่นกระดาษที่เขียนอะไรลงไปแล้ววางอยู่ด้วย ออกจะจัดการยากไปเสียหน่อย
“ใครส่งจดหมายมา” ผ่านไปเนิ่นนานกว่ากู้อ้าวเวยจะสังเกตเห็นนาง จึงหันหน้าไปรับจดหมายเหล่านี้ไว้ ดูเหมือนจะมีกระบอกไม้ไผ่สองสามอันที่เป็นจดหมายส่งมาจากพิราบส่งสาร ส่วนที่เหลือกลับยังมีจดหมายที่คนในสำนักบางส่วนส่งมา คิดว่าจะต้องเร่งความเร็วกีบม้าอยู่เช่นกัน
“ด้านนอกมีคนที่นามว่าแม่หญิงตู้คนหนึ่งให้คนนำคำเข้ามาเรียน และถือโอกาสนำจดหมายสองสามฉบับนี้เข้ามาส่งด้วยเจ้าค่ะ” สาวใช้นำสิ่งของยื่นใส่ในมือของนาง พลางกล่าวเสียงต่ำ “แม่หญิงท่านนั้นกล่าวว่านอกเมืองเทียนเหยียนเกิดเรื่องขึ้น อ๋องจิ้งหายตัวไปแล้วเจ้าค่ะ”