ตอนที่ 633
บทที่ 633 จดจำพระคุณเอาไว้
October 31, 2026
บทที่ 633 จดจำพระคุณเอาไว้
“ท่านรอให้ข้ามาพบตลอดเลย?” ล่ายเสวียนปั้นหน้าขรึม ยังคงรักษาใบหน้าเย็นชาคำพูดเยียบเย็นในสนามฝึกเอาไว้
“ตอนนั้นเจ้าไม่ได้โต้แย้งข้าตลอดเลยนี่นา ทั้งยังช่วยข้าหาหนังสือพวกนี้มาแล้วจริงๆ อีก มันพิสูจน์แล้วว่าเจ้าเชื่อใจข้า ภายหลังเจ้าก็น่าจะมาหาข้าเพื่อเตรียมการศึกสงคราม “ กู้อ้าวเวยสูดลมหายใจเต็มเฮือกใหญ่ ยังคงมองเขาด้วยรอยยิ้มตาหยี “เพราะเจ้ารู้ ข้าก็คือผู้เหนือกว่าที่แท้จริง มีเพียงคนแบบนี้เท่านั้นที่จะสามารถช่วยเจ้าได้”
ถึงแม้ล่ายเสวียนจะไม่อยากยอมรับเอามากๆ แต่ความด้อยกว่าที่ฝังอยู่ในแกนกระดูกของทาสนั้นยากจะลบล้างได้ รวมถึงความไม่เชื่อมั่นในตัวเองของตน ไหนจะความโกรธที่สหายร่วมอุดมการณ์พวกนั้นมีต่อกู้อ้าวเวยอีก ทุกอย่างล้วนเพียงเพราะความด้อยกว่าและความไม่สมัครใจทั้งสิ้น
“ก่อนหน้านี้ข้าเองก็เคยโกรธเกรี้ยวไม่สงบด้วยเรื่องนี้ เคยคิดว่าทำไมพวกท่านก็แค่พื้นเพดีกว่าหน่อย ก็มักจะสามารถให้ถ้อยคำสูงส่งเอ่ยวาจากันได้แล้ว” ล่ายเสวียนนวดเรียวคิ้วอย่างเจ็บปวด หลังจากนั้นกลับไม่เต็มใจด้วยเช่นกัน “แต่ต่อมา ข้ายังคงยืมอำนาจของกู้เฉิงถึงได้เดินมาถึงตำแหน่งในปัจจุบันนี้ได้ เป็นเขาที่กรุณาข้า...”
“ไม่ใช่ความกรุณาเสียหน่อย แต่เพราะเจ้ามีค่ามากกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นในบรรดาทาสตั้งมากมายขนาดนี้ เขาถึงได้เลือกเจ้า” กำปั้นของกู้อ้าวเวยทุบลงบนเสื้อเกราะของเขา สัมผัสที่เย็นวาบทำให้สายตาของกู้อ้าวเวยยิ่งคมกริบขึ้นมา “อย่าได้ทึกทักผิด สาเหตุที่เจ้ามาหาข้า ไม่ใช่เพราะมีแค่ข้าที่ช่วยเจ้าได้ แต่เพราะข้าซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาคนนี้มีค่าในสายตาของเจ้า เจ้าสิถึงจะเป็นหัวหน้ากองทหาร ผู้นำทัพหรือไม่ก็ผู้บุกเบิก ข้าเป็น...เครื่องมือของเจ้า”
นัยน์ตาดอกท้อของกู้อ้าวเวยไม่เคยเคลือบแฝงแววประจบสอพลอแม้เพียงครึ่งส่วน วันนี้ก็เช่นเดียวกัน
ล่ายเสวียนครุ่นคิดเนิ่นนาน จึงมองเห็นกู้อ้าวเวยชักมือกลับไปทานบะหมี่ต่อ คราวนี้จึงเอ่ยต่อ “ข้าด้อยค่าเกินไป”
“นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่ทุกคนล้วนต้องเติบโตขึ้น” กู้อ้าวเวยกินบะหมี่คำสุดท้ายหมดแล้ว จึงมองเขา “ข้าปลอบใจเจ้าไปแล้ว ต่อไปพวกเราควรจะพูดคุยธุระปะปังที่แท้จริงได้แล้ว”
“ข้าอยากจะรู้ การโจมตีด้วยน้ำใต้ดินนั้นใช้งานได้หรือไม่ ข้าไม่อยากสูญเสียกองกำลัง...หนึ่งพันคนโดยเปล่าประโยชน์” ล่ายเสวียนมองที่นาง “นี่คือวิธีที่ท่านเสนอขึ้นมา ท่านย่อมคิดว่ามันสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว”
ยังคงก้าวร้าวเอาแต่ใจเสียจริง กู้อ้าวเวยรู้สึกว่าล่ายเสวียนค่อนข้างหัวดี หลังจากชี้แนะไปก็เรียนรู้ได้ไวมากทีเดียว
“ข้อนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ข้าไม่สามารถรับประกันได้ว่ามันจะไม่ไร้ที่ติ แต่อย่างน้อยที่สุดคนพวกนี้จะไม่หลงทางในนั้น อีกอย่างข้ายังคิดวิธีดำน้ำขึ้นมาอย่างหนึ่ง เพิ่มความปลอดภัยให้พวกเขา ขณะเดียวกัน ถึงตอนนั้นเจ้าสามารถเลือกให้ห้าสิบคนลงไปก่อน แล้วค่อยดูสถานการณ์ได้” กู้อ้าวเวยหยัดตัวลุกขึ้น หยิบภาพวาดถุงน้ำที่ตนออกแบบไว้เรียบร้อยเข้ามาด้วย
การหมุนเวียนอากาศในน้ำใต้ดินนั้นสุดท้ายก็ยังมีบางจุดที่ไร้ซึ่งอากาศอยู่ดี แต่ขณะเดียวกัน เนื่องจากทิศทางการไหลเวียน หนึ่งในนั้นก็ไม่ได้ลึกมากนัก
“หลังจากไปถึงก้นบ่อในเมืองแล้วควรจะขึ้นไปอย่างไรอีกเล่า” ล่ายเสวียนพับเก็บกระดาษภาพไว้
“พวกเขาล้วนมีตะขอกรงเล็บ อีกอย่างมีอัตราสูงมากที่จะว่ายไปในแม่น้ำ เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่เพื่อฆ่าคนหรือเปิดประตูเมือง เพียงแค่ต้องจุดไปไว้ด้านหลัง รวมถึงปล่อยตัวทาสพวกนั้น เมื่อเทียบกับทหารชั้นยอดแล้ว คนพวกนี้น่าจะมีความสามารถอยู่แน่นอน” กู้อ้าวเวยยื่นภาพวาดตะขอกรงเล็บอย่างง่ายไปให้อีกครั้ง พวกนางไม่มีเวลาไปปรับแต่งตะขอกรงเล็บทีละอันได้ วิธีที่ดีที่สุดยังเป็นการใช้ประโยชน์จากของเหลือ ใช้เศษเหล็กที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาตีให้งอ แต่ขณะเดียวกันยังต้องรักษาระดับความแข็งแรงของมุมตะขอกรงเล็บอีกด้วย
ล่ายเสวียนมองผาดภาพวาดพวกนี้อย่างลวกๆ ก่อนมองนางด้วยความสงสัยปราดหนึ่ง “ข้าคิดว่าท่านเป็นเพียงแค่หมอที่ค่อนข้างฉลาดคนหนึ่งเท่านั้น”
“ข้าเป็นถึงอาจารย์ทหารที่เจนตำราคนหนึ่งเชียวนะ” กู้อ้าวเวยก้าวเท้าเดินมานั่งลงข้าวตัวเขา “คนที่ต่อสู้ไม่เป็น รวมถึงเด็กและสตรีในเมืองเจ้าเตรียมจะจัดการอย่างไร”
“เด็กและสตรีบวกกับทหารอีกห้าพันคนเฝ้าเมืองนี้เอาไว้” ล่ายเสวียนเลิกหัวคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “ถึงแม้ว่ามีความเป็นไปได้ว่ากองทัพทั้งหมดจะถูกล้างบาง พวกข้าก็ไม่อาจทอดทิ้งเมืองนี้ได้”
“เพราะอะไร?”
“พวกเราต้องการเส้นทางล่าถอย ชีวิตของคนไม่อาจนำไปแลกเปลี่ยนอย่างท่านที่พูดมาทั้งหมดได้หรอก” ล่ายเสวียนหันหน้ามองที่นาง เห็นแต่ว่าผู้หญิงตรงหน้าเกิดหัวเราะขึ้นมากะทันหันราวกับสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง ความเอาแต่ใจและถ้อยคำอย่างถือศักดิ์สูงส่งก่อนหน้านี้คล้ายกับจะมีคำอธิบายขึ้นมาแล้ว “ก่อนหน้านี้ท่าน...กำลังลองเชิงข้าอยู่?”