ตอนที่ 634
บทที่ 634 ความหวังกลางสายชล
October 31, 2026
บทที่ 634 ความหวังกลางสายชล
ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว
กิ่งก้านไม้ในฤดูใบไม้ผลิผุดหน่ออ่อนขึ้นมา กลิ่นดินโคลนถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายแห้งชื้นในวสัตฤดู
ภายใต้อิฐกระเบื้องคร่ำคร่า กู้อ้าวเวยได้ผลัดอาภรณ์มาสวมชุดสีดำเรียบง่าย เสื้อคลุมปกปิดรูปร่างของนางเอาไว้ และสะดวกในการที่นางจะไม่ต้องหยัดกายเหยียดตรงตลอดเวลาอีกด้วย กิ๊บไม้ที่ติดเรือนผมยาวด้านหลังนั้นเป็นไม้แกะสลักชิ้นหนึ่ง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขัดเงาจากช่างฝีมือ
“ท่านไม่สามารถปล่อยผมสยายในสนามศึกได้” เนื่องจากกุ่ยเม่ยกล่าวเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงละทิ้งมวยผมที่หลวมยิ่งกว่านี้ไป
แม้จะเป็นเช่นนี้ เส้นด้ายถักทอบนเสื้อคลุมสีดำนี้ยังคงมีมูลค่าสูงอยู่ดี
นับแต่วันนั้นที่ล่ายเสวียนเข้ามา เป็นเวลาห้าวันพอดี
ล่ายเสวียนนำทัพออกไปตั้งนานแล้ว กองทัพทหารรักษาการณ์จะปิดประตูเมืองทุกบานเวลาเที่ยงตรง และใช้พื้นที่เพาะปลูกก่อนหน้านี้ขุดดินทำเกษตร ส่วนครึ่งเดือนนี้ พวกเขาเองก็จวนเจียนจะฆ่าหมูป่าในลำเนาไพรละแวกใกล้เคียงจนเกลี้ยงป่าอย่างรวดเร็วแล้ว ทั้งห้องครั้งต่างยุ่งกันจ้าละหวั่น เหล่าเด็กน้อยล้วนไม่ออกไปเดินเตร่ตามท้องถนนอีกต่อไป หากแต่มารวมตัวเป็นจุดเดียวช่วยกันสานเชือก และเป็นลูกมือให้กับช่างฝีมือ
ไม่มีใครว่างงานเลย
ตอนที่กู้อ้าวเวยออกไปนั้นพลันมองเห็นฉากเช่นนั้นทั่วทั้งแถบ นี่เป็นสิ่งที่นางแทบไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ล่ายเสวียนดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว กุ่ยเม่ยประคองนางปีนขึ้นรถม้า “ระวังตัวด้วย ตลอดทางสัญจรไปนี้คงจะไม่สะดวกสบายนัก ข้าจะอยู่คอยปรนนิบัติเคียงข้างท่านตลอดเวลา”
กู้อ้าวเวยพยักหน้า ก่อนถอยตัวกลับเข้าไปในรถม้า เห็นชัดว่ารู้สึกถึงการโคลงเคลงที่มากกว่าเก่า
เด็กในครรภ์ยังไม่อาจก่อปัญหาได้ มีแต่อาการวิงเวียนศีรษะน้อยๆ เท่านั้นที่ทำให้นางสูญเสียการควบคุม แต่ยังพอทนได้อยู่
ระหว่างทางประสบกับการโจมตีปุบปับถึงสองหน แต่กลับไม่ส่งผลกระทบต่อล่ายเสวียนเลยแม้เพียงครึ่งเสี้ยว กองทัพทั้งขบวนเดินเรียงแถวมุ่งสู่คูเมืองอันเป็นหมาย ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่นกพิราบส่งสารแสดงความเป็นพันธมิตรของกู้เฉิงยังถูกฟ่านเฟิงยิงสอยลงมาจนหมด
ล่ายเสวียนทำเพียงหัวเราะเย้ยหยันให้กับเรื่องดังกล่าว “อ้ายหยินกับกู้เฉิงต่างกันตรงไหน”
“พูดได้ดี” กู้อ้าวเวยยิ้มพลางโผล่หน้าออกมาจากรถม้า ก่อนจะยันบนบ่าของกุ่ยเม่ยด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“ไสตัวกลับไปในพื้นที่อ่อนนุ่มของท่านนู่นไป” คิดว่ามาเที่ยวเล่นจริงๆ เชียวหรือ!
ไม่เพียงครั้งนี้เท่านั้นที่ล่ายเสวียนต้องขมวดคิ้วให้กับอุปนิสัยผิดแผกเกินเหตุของกู้อ้าวเวย
แต่พลทหารที่อยู่ใกล้ๆ ต่างหัวเราะเบาๆ ขึ้นมา คล้ายกับเห็นเรื่องพวกนี้จนคุ้นชินไปแล้ว ความชิงชังที่มีต่อกู้อ้าวเวยตั้งแต่เริ่มต้น จนป่านนี้กลับไม่มีแม้แต่ครึ่งเสี้ยว อย่างไรเสียในรถม้าคันนี้ก็มีผู้บาดเจ็บเพิ่มมาอีกสองคน ต่างได้รับบาดเจ็บจากตอนถูกบุกโจมตีก่อนหน้าทั้งสิ้น นอกจากแพทย์ทหารในกองทัพแล้ว กู้อ้าวเวยก็นับว่าเป็นมือวางอันดับหนึ่งได้ การเคลื่อนไหวเกลี้ยงเกลาเฉียบคม เพียงพอจะแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติแห่งความภาคภูมิใจของนาง
กู้อ้าวเวยทำได้เพียงกลับเข้าไปในรถม้า และเอนพิงแผ่นหลังของกุ่ยเม่ยโดยมีม่านรถกั้นเอาไว้
“ทหารสองนายที่ได้รับบาดเจ็บยังไม่ทันได้สติสมบูรณ์ เหงื่อกาฬเต็มหน้า กู้อ้าวเวยก็ไม่ได้รีบร้อน ทำเพียงกล่าวว่า “ล่ายเสวียนมักจะหน้าตายเสมอ ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีเพื่อน”
“ดังนั้นท่านถึงได้ให้เขาพูดถ้อยคำพวกนั้นโดยไม่มีธุระจำเป็นอะไร เพื่อจะให้เขาครองใจประชาชนได้ง่ายขึ้น” กุ่ยเม่ยรู้สึกว่าแผ่นหลังถูกกระแทกเบาๆ เล็กน้อย ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไร