ตอนที่ 635
บทที่ 635 เอาตัวไปเสี่ยงอันตราย
October 31, 2026
บทที่ 635 เอาตัวไปเสี่ยงอันตราย
กุ่ยเม่ยยื่นมือไปดึงพลทหารขึ้นมา พลางถามว่า “พวกเจ้ายังมีใครจำทางได้หรือไม่”
“ถ้าหากอยากพาคนที่เหลืออยู่เข้าไปละก็ ทำได้แน่นอน แต่กระแสน้ำบนทางเส้นนั้นค่อนข้างไหลเชี่ยว ตอนที่พวกเราขึ้นฝั่งก็ไม่เห็นพี่น้องหลายคนแล้ว...” นายทหารเช็ดหยาดน้ำตามใบหน้า อิริยาบถดูซับซ้อนยิ่ง
กู้อ้าวเวยนั่งลงกับพื้น ลังเลอยู่นานสองนาน “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ต้องส่งคนไปเสี่ยงอันตรายอีกแล้ว เจ้าแค่นำสิบกว่าคนที่พกเชือกไปรับ ดูว่าพอจะพาตัวคนกลับมาได้หรือไม่ ส่วนคนอื่นๆ ให้รอฟังคำสั่งอยู่กับที่”
แววดีใจบนใบหน้าของนายทหารคนนั้นเกินคำบรรยาย จากนั้นจึงนำเชือกสองเส้นรัดรอบเอว หลังจากพักผ่อนครู่หนึ่งก็พาคนกระโดดลงไปในน้ำ
น้ำใต้ดินของที่นี่ไม่หลายจุดทีเดียวที่แปลงรูปเป็นโพรงถ้ำเล็กๆ ย่อมพอมีจุดแวะพักตามรายทางอยู่บ้าง กู้อ้าวเวยหยัดตัวลุกขึ้นยืน ยังไม่ทันเอ่ยบัญชา พลันเห็นว่าฝูงนกนับไม่ถ้วนบินออกมาจากพงไพร
ศึกโจมตีเมืองได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
เสียงแห่งการเข่นฆ่าห่างจากจุดนี้ไปหลายลี้ ได้ยินแว่วๆ ไม่ชัดเจนนัก แต่กลับเรียกคนทั้งหมดในป่าให้ตื่นตัวได้
ฟ่านเฟิงได้พาคนเข้าไปในเมืองแล้ว กู้อ้าวเวยหย่อนกายสักระยะ เอาแต่รอเสียงก้อนหินกระทบพื้น เสียงกีบม้าดังขึ้นหลายเท่าคณานับ นางจึงปริปากเสียงแผ่ว “ยังมีกองทัพแกล้วกล้าอีกขบวนอยู่ทางตะวันตก สวมตะขอกรงเล็บแล้วตามพวกเขาไปปีนกำแพงเมือง ใช้ระเบิดลูกไฟเปิดทางตลาด ทุกคนดูทิศทางลมจากกองทัพย่อยแต่ละทัพ”
“รับทราบ!” เหล่าพลทหารลุกขึ้นยืนเกรียวกราว ในความมืดมิดผืนนี้ยังถือว่าตระเตรียมได้อย่างมีระเบียบแบบแผน แต่ต้นจนจบกลับเงียบสงัดไร้สุ้มเสียง
พวกเขาต่างเข้าร่วมศึกสงครามเป็นครั้งแรก ทั้งหวาดกลัว ฮึกเหิม แล้วก็กังวลใจ
กู้อ้าวเวยก็พลอยเกร็งร่างกายไปด้วยเช่นเดียวกัน มองไปหลายทีด้วยความเป็นกังวล หัวใจทั้งดวงสั่นแขวนอยู่ตลอด ไม่ยอมโรยตัวลงมาเลยเป็นเวลาเนิ่นนาน
กุ่ยเม่ยยื่นเสบียงอาหารแห้งให้แล้วรุดหน้าไป “เรื่องทุกอย่างที่ท่านปรารถนาจะทำก็ทำมันสำเร็จแล้ว ต่อไปก็มอบหมายให้ข้า พวกเขาไม่อาจแบ่งเป็นหลายๆ ทัพได้”
“ไม่อนุญาตให้เจ้าไป” ตอนที่กุ่ยเม่ยหมายจะหมุนกายไปนั้นกู้อ้าวเวยได้คว้าเขาเอาไว้มั่น “นับดูแล้ว เจ้าเป็นข้าราชสำนักของรัชทายาทเอ่อตาน จัดการธุระต่างๆ ให้เขามากมาย ไม่ได้มีหน้าที่ต้องยืนหยัดเพื่อประชาชนของเจียงเยี่ยนเป็นสักนิด”
“กู้อ้าวเวยที่ข้ารู้จัก ไม่ใช่ผู้หญิงที่กังวลเกี่ยวกับการประกาศสถานะ” กุ่ยเม่ยดึงตัวออกจากมือของกู้อ้าวเวยได้อย่างง่ายดาย และยังฉุดดึงป้ายห้อยเอวที่ล่ายเสวียนมอบให้กู้อ้าวเวยลงมา พลางยืนเล่นมันอยู่ตรงหน้าของนาง “ข้าอยู่ข้างกายท่านก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่ถ้าหากเทียบฝีมือกัน ข้าไม่ด้อยกว่าแน่”
“เจ้า!” กู้อ้าวเวยหยัดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธเกรี้ยว กลับถูกถุงน้ำและอาหารแห้งกระทบเข้าเต็มเปา
กุ่ยเม่ยใช้ผ้าพันคอคลุมใบหน้ากว่าครึ่งของตัวเองเอาไว้ พลางโบกมือให้กับนาง “รถม้าและคนขับอยู่นอกป่าแล้ว ข้ากับล่ายเสวียนตกลงกันเรียบร้อยแต่แรกแล้ว”
“เจ้าไม่ได้ระหองระแหงกับล่ายเสวียนหรอกหรือ! เจ้าไม่ได้เคยบอกว่าจะอยู่เคียงข้างกายข้าหรอกหรือ!” กู้อ้าวเวยรีบร้อนตะกายขึ้นมาหมายจะคว้ากุ่ยเม่ยเอาไว้ “เจ้าเคยรับปากข้ากับชิงต้ายแล้ว เจ้าต้อง....”
“นี่คือเมืองที่ท่านต้องการโจมตี ถึงตอนนั้นข้าจะรวบหัวรวบหางและคอยท่านอยู่ด้านใน” กุ่ยเม่ยตบหน้าผากของกู้อ้าวเวย ผลักนางให้กับทหารที่อยู่ในมุมอับคล้ายกับนัดหมายกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนตนก็ใช้ป้ายห้อยเอวชิ้นนี้ไปนำคนออกศึก
ทหารที่อยู่ตรงมุมใช้เพียงสองมือก็สามารถรวบนางเอาไว้ได้ ก่อนบังคับพานางออกไปจากจุดนี้
“เจ้าปล่อยข้านะ!” กู้อ้าวเวยเริ่มใช้สองมือสองเท้าในการขัดขืน
สงครามไร้สายตา! นางจะแน่ใจได้อย่างไรว่ากุ่ยเม่ยจะรอดชีวิตจากสงครามได้
“คุณหนู แม่ทัพล่ายเสวียนและใต้เท้ากุ่ยเม่ยหารือกันไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านมีหน้าที่ดูแลส่วนหลังเท่านั้น” นายทหารด้านหลังปริปากเอ่ยเสียงต่ำ มืออีกข้างพยุงแผ่นหลังของกู้อ้าวเวยเอาไว้อย่างระมัดระวัง “ท่านมีครรภ์อยู่ ไม่ควรกังวลใจเช่นนี้...”
เจ้ากุ่ยเม่ยสมควรตายผู้นี้!
ในที่สุดนางก็รู้แล้วว่าก่อนหน้านี้ทำไมกุ่ยเม่ยไม่คอยอยู่ข้างกายเลย และในที่สุดก็รู้ว่าภายหลังทำไมทุกครั้งที่ล่ายเสวียนเห็นนางเป็นต้องผุดสีหน้าปั้นยากอยู่เรื่อย เรื่องที่นางตั้งครรภ์ถูกกุ่ยเม่ยพูดออกมาจนหมดเปลือกแล้วนี่เอง!
แต่ตอนนี้ไม่ว่านางจะขัดขืนอย่าง ท้ายที่สุดก็มีเพียงถูกนายทหารพาตัวขึ้นรถม้าอยู่วันยังค่ำ
มือสองข้างล้วนถูกมัดด้วยแถบผ้าไขว้หลังไว้ ดวงตาของกู้อ้าวเวยเรื่อแดงและขดตัวอยู่ที่มุมรถม้า “ศึกสงครามของพวกเจ้าเกี่ยวข้องกับเขาตรงไหน เขาก็แค่มีพื้นเพเป็นนักฆ่ากระจ้อยร่อยคนหนึ่งเท่านั้น...”