ตอนที่ 661
บทที่ 661 ถ้าหาก
October 31, 2026
บทที่ 661 ถ้าหาก
“ไม่ว่าจะเป็นแผนของใคร ข้าคงไม่อาจหยิบยืมทหารของเอ่อตานนี้ได้ แม่นางเฟิงเยว่ก็ทานมื้อเช้าก่อน แล้วค่อยหาวิธีที่เหมาะควรไปช่วยชีวิตเจ้านายของท่านดีกว่ากระมัง”
น้ำเสียงสิ้นสุดลง สาวใช้ที่อยู่นอกประตูก็ได้ลำเลียงมื้อเช้ามาเป็นที่เรียบร้อย ซ้ำยังคอยปรนนิบัติเฟิงเยว่ยามรับประทานอาหารอย่างเคารพนบนอบอีกด้วย
กู้อ้าวเวยมวยเรือนผมที่เหลืออยู่ขดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนจะสวมเสื้อคลุมแล้วจึงเดินออกไปข้างนอก ไปสอนหนังสือต่อที่สำนักศึกษาในเรือน ทั้งยังคอยคิดหาเหตุผลที่ซ่านเซิ่งหานและเฟิงเยว่เป็นเช่นนี้อย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก
รอจนผ่านไปสองชั่วยาม ซ่านจินจื๋อนำกล่องอาหารมาด้วยตัวเอง และนั่งทางฝั่งตรงข้ามกับนาง ม่านไม้ไผ่สี่ทิศปกคลุมแสงสว่างในพื้นที่ส่วนใหญ่ไปสิ้น
“เฟิงเยว่ไปแล้วหรือ?” กู้อ้าวเวยจัดอาหารพร้อมกับเขาพลางกล่าวถาม
“รีบออกไปตั้งแต่หนึ่งชั่วยามก่อนแล้ว” ซ่านจินจื๋อพยักหน้า และเอาอาหารโปรดของนางมาวางไว้ข้างมือทั้งหมด ก่อนเติมข้าวจนพูนชามหนึ่งใบ ซ้ำวางบะหมี่ปลาไหลไว้ข้างมือของนางอีกด้วย ก่อนกล่าวว่า “เมื่อครู่ได้ยินอ้ายจือบอกว่าเจ้าอยากลองฝังเข็ม?”
“ต้องใช้การฝังเข็มร่วมกับเช่ออี้จื่อ พิษนี้ของข้าจึงจะทุเลาลงได้” กล่าวถึงตรงนี้ การเคลื่อนไหวของกู้อ้าวเวยก็หยุดชะงัก ก่อนมองเขาด้วยท่าทีระแวดระวัง “ถึงแม้จะใช้เข็มไม่กี่เล่ม แต่วันนั้นท่านก็ออกไปเดินเที่ยวอยู่ข้างนอกแล้วกัน อย่ามารออยู่ในเรือน”
“ทำไม? เจ้ายังมีอะไรที่ข้าไม่อาจรู้ได้อีกหรือ”
“ข้าคงเจ็บจนกรีดร้องออกมา ต่อหน้าท่านไม่ใช่ว่าขายหน้าออกจะตายไปหรือ” กู้อ้าวเวยกลอกตาเต็มแรงหนึ่งที และดึงบะหมี่ปลาไหลมาไว้ตรงหน้าก่อนเริ่มกินคำโตก่อนเป็นอันดับแรก
ขณะที่ตั้งครรภ์เดิมทีก็ไม่ควรฝังเข็มใช้ยาไปเรื่อย แต่ตอนนี้ร่างกายของนางผิดปกติ หากไม่ใช้วิธีฝังเข็มเสริมประสิทธิภาพเช่ออี้จื่อสักหน่อย รังแต่จะทำให้ใช้เช่ออี้จื่อที่เหลืออยู่น้อยนิดโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้น
นางไม่ชอบแสดงความเปราะบางต่อหน้าของซ่านจินจื๋อ
วันนั้น ซ่านจินจื๋อไม่ได้ย่างกรายเข้าไปเลยสักนิดตามคำสั่งในวันนั้นของกู้อ้าวเวยจริงๆ
ในห้อง กู้อ้าวเวยนั่งอยู่ข้างเตียงปลดอาภรณ์บนเรือนกายออก เผยให้เห็นแผ่นหลังที่ไม่เคยเผยให้ใครเห็นเลย
แผ่นหลังที่เคยขาวเนียนในเวลานี้เหลือเพียงแต่รอยแตกสีดำอันน่าหวาดกลัว ปากแผลที่ท้องน้อยล้วนถูกฝังกลบอยู่ในรอยแผลเป็นเหล่านี้ แต่บนใบหน้าของนางกลับเจือรอยยิ้มบางๆ เงยหน้าขึ้นสะท้อนผ่านกระจกทองแดงที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วปลดอาภรณ์ลงมาอีกเล็กน้อย
บนท้องน้อยที่ปูดนูนก็มีรอยแตกเหล่านี้ลุกลามอยู่ทั่ว หากจ้องมองอย่างละเอียด จะยังมองเห็นปากแผลที่ถูกคมมีดเฉือนขนาดเล็กอยู่มากมาย
หัวสมองของอ้ายจือว่างเปล่าขาวโพลน “เหง้าของถุงน้ำดีหงส์ ก็มีลักษณะเช่นนี้หรือ?”
“หากที่เขียนลงหนังสือไม่ผิดพลาด น่าจะคล้ายคลึงกับรอยแผลนี้อย่างมาก” กู้อ้าวเวยรวบเรือนผมยาวไว้ด้านหลัง บริเวณลำคอที่ไม่เคยเปิดเผยก็มีรอยพวกนี้อยู่บนนั้นด้วยเช่นกัน
“ท่าจะคลอดได้จริงๆ หรือ...”
“เพราะข้าเป็นลูกหลานตระกูลหยุน ร่างกายที่ดื้อยานี้กลับจะยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง”
ก็แม้แต่ปากแผลยังสมานกันได้อย่างรวดเร็ว
มือของอ้ายจือลูบบนแผ่นหลังของนาง และรู้ทันทีว่าภายใต้ร่องรอยสีดำนี้เคยถูกมีดกรีดอยู่หลายครั้ง ปากแผลที่เดิมควรจะมีเลือดไหลซิบล้วนถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ก่อนให้นางดื่มน้ำหนึ่งคำ “เขารู้ว่าท่านยังต้องเจาะเลือดล้างพิษอยู่หรือไม่?”
“ข้าจะให้เขารู้ได้อย่างไรกัน” กู้อ้าวเวยยิ้มพลางย้อนถาม “จนป่านนี้ ข้ายังไม่ได้ปัดเป่าจิตใจอันเปราะบางนั้นของเขาเลย”
“เขารักท่าน” อ้ายจือเค้นประโยคนี้ออกมาจากลำคอ
“ประโยคนี้ของเจ้าทำให้หัวใจข้าค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย” กู้อ้าวเวยหัวเราะหยันอย่างจริงครึ่งไม่จริงครึ่ง