ตอนที่ 666
บทที่ 666 ทั้งพ่อแม่ต้องทราบ
October 31, 2026
บทที่ 666 ทั้งพ่อแม่ต้องทราบ
กำป้ายพกแน่น ลายเส้นประณีตบนนั้นเจียนจะประทับบนฝ่ามือของนางอยู่แล้ว
นิ่งเงียบเป็นนาน อ้ายจือจึงเงยหน้าขึ้นมามองทางกู้อ้าวเวย “ความช่วยเหลือที่ท่านพูดถึงก่อนหน้านี้ มีไว้เพื่อให้ข้าใช้กับเอ่อตาน?”
“มันขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากจะได้ตำแหน่งทรงเกียรติ หรือว่าอยากได้ชื่อเสียงของครอบครัว” กู้อ้าวเวยหยิบหนังสือการแพทย์ข้างมือขึ้นมากวดสายตาอีกครั้ง ข้างมือยังมีถั่วลิสงปอกเปลือกวางอยู่
เดิมนางก็ไม่ใช่ผู้หญิงในยุคนี้อยู่แล้ว ย่อมไม่ได้มีความจงรักภักดีที่สตรีทุกคนพึงคิด หรือความภักดีโง่เขลาอย่างดื้อดึงเหมือนสตรีเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ไรมาสถานที่ตรงไหนเหมาะกับนาง ก็ปักหลักอยู่ตรงนั้นเรื่อยมา
ทว่าอ้ายจือกลับยังคงกำป้ายหยกแน่น ครุ่นคิดวกไปวนมา
ภายในห้องกลับสู่ความสงบ เสียงฝนด้านนอกยิ่งดังขึ้นเล็กน้อย องครักษ์ในจวนกลับยังคงจับตัวศิษย์ที่กำลังเล่นน้ำฝนหลายคนเอาไว้ กู้อ้าวเวยทำเพียงให้คนมาเก็บกวาดห้องๆ หนึ่ง มองดูพวกเขาอย่างดี รอกระทั่งผู้ปกครองของพวกเขามารับ
ทว่าในใจดวงนี้ กลับมักรู้สึกว่าไม่ค่อยสงบอยู่เรื่อย
กู้อ้าวเวยมองไปนอกหน้าต่างอย่างสับสน และเหม่อลอยน้อยๆ
และที่หน้าประตูของจวนโจวแห่งนี้ กลับมีสองคนมายืนใต้ชายคาโดยอ้างว่าหลบฝน และนั่งจัดเรียงผลไม้หาบเร่ที่วางอยู่ พลางมองสำรวจคฤหาสน์ไม่เล็กไม่ใหญ่หลังนี้ไปด้วยอย่างแนบเนียน
ฝนครั้งนี้ค่อนข้างจะหนักไปหน่อย ตกติดต่อกันสามวันกว่าจะค่อยๆ มีเค้าของอากาศแจ่มใส
ปัจจุบันกู้อ้าวเวยยากจะปรับตัวเข้ากับสภาพครึ้มฟ้าครึ้มฝนไปเสียแล้ว จุดเตาอังไฟในช่วงใบไม้ผลิ บนหน้าตักวางหมอนอิงเป็นชั้นๆ เอาไว้ ส่วนอ้ายจือเชี่ยวชาญเรื่องพิษ กลับไม่ค่อยสันทัดด้านทฤษฎีทางการแพทย์เท่าใดนัก ยิ่งยากจะให้ความช่วยเหลือทำได้เพียงเลียนแบบการนวดก่อนหน้านี้ของซ่านจินจื๋อ ค่อยๆ ช่วยเหลือนาง
“อีกหน่อยเด็กกลุ่มนั้นก็จะมาแล้ว ดีขึ้นบ้างหรือไม่” อ้ายจือถามนาง
“ดีขึ้นมากแล้ว เพียงแต่รอสักพักข้าคงจะขยับไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียวแน่ ประเดี๋ยวเจ้าค่อยให้คนไปสืบข่าวการเคลื่อนไหวของเอ่อตานสักหน่อย ข้าจะหาจังหวะเหมาะๆ ให้เจ้าออกไป” กู้อ้าวเวยพยักหน้า เรียวแขนข้างหนึ่งกลับเคาะลงไปที่ต้นขาอย่างมีจังหวะจะโคน ท่าทางเมื่อยล้า แต่ยังเจือความไม่เต็มใจหนึ่งเสี้ยว “ท้องโตแบบนี้ดูออกจะน่าเกลียดจริงๆ จู่ๆ ก็ไม่อยากคลอดลูกเอาดื้อๆ”
“ใครท้องแล้วไม่เป็นเช่นนี้บ้าง อีกอย่างท้องของท่านนับว่าเล็กมากแล้วนะ” อ้ายจือกลอกตาหนึ่งที ก่อนวางเรียวขาของนางลง
กู้อ้าวเวยบุ้ยปาก แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำ
ผ่านไปสักพักก็มีองครักษ์มาส่งนางนั่งในห้องศึกษาอย่างดี อ้ายจือชำเลืองมองเงาหลังของนางจากจุดไม่ใกล้ไม่ไกลนัก คอยฟังเด็กๆ และคนงานเหล่านั้นรวมกลุ่มกันตั้งคำถาม ในใจดูเหม่อลอยน้อยๆ
แต่ไหนแต่ไรมากู้อ้าวเวยไม่เคยคิดจะมีชีวิตเป็นบุรุษสักคนเลย
แต่นางกลับคิด
กำหมัดแน่นพลางจากไป เพิ่งจะหมุนกายก็พลันเห็นเงาคนหนึ่งคนเดินเข้ามาจากบริเวณประตูหลัง ปะทะกันหนึ่งที ผู้ชายที่ลุยดะหน้าเข้ามาดึงผ้าคลุมสีดำบนหน้าลง ตัดผ่านเฉลียงยาว เดินตรงมาคุกเข่าลงข้างกายกู้อ้าวเวย เด็กในละแวกนั้นถูกกู้อ้าวเวยบังคับให้เขียนอักษร นางกลับรินชายื่นให้เขาหนึ่งแก้ว “ซ่านจินจื๋อให้เจ้าทำอะไรแล้วบ้าง?”
“ท่านอ๋องเพียงแต่ให้ข้าสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของล่ายเสวียน ถือโอกาสยืมปากข้าเสนอความคิดเห็นบางอย่างไปด้วย” กุ่ยเม่ยวางถ้วยชาว่างเปล่าลงบนผิวโต๊ะ กู้อ้าวเวยยัดทั้งกาเข้าในอ้อมแขนของเขาเสียดื้อๆ สบตากับเขาสักพัก กุ่ยเม่ยก็ยังดื่มน้ำอึกใหญ่จากกาเข้าไปอยู่ดี
“ตอนนี้ท่านยังคิดจะเปิดสำนักศึกษา ท่านอ๋องไม่ขวางท่านแล้ว?” กุ่ยเม่ยมองดูเด็กน้อยผู้ใหญ่ที่เขียนหนังสือกันอย่างเนืองแน่น อดหน้าแดงด้วยความละอายไม่ได้ หากที่นี่มีคนไม่ดีปะปนอยู่ด้วยควรจะทำอย่างไร?
“ต่อให้เขาคิด ข้าจะยอมให้เขาสมปรารถนาหรือ?” กู้อ้าวเวยหยิบกาน้ำขึ้นมา ก่อนก้มหน้างุด “ถ้าหากมีคนคิดจะลงมือกับข้าจริงๆ ข้าจะเปิดสำนักศึกษหรือไม่ พวกเขาก็ลงมืออยู่ดี แล้วไยข้าต้องนั่งดูดาย ไม่สู้ทำเรื่องที่ข้าอยากทำ วันข้างหน้าจะได้ไม่นึกเสียใจภายหลัง”
“ข้าเขียนจดหมายให้ฮูหยินและฝ่าบาทแล้ว” กุ่ยเม่ยค้ำไม้กระดานแล้วหยัดตัวลุกขึ้น ยืนกอดอกพิงเสาด้านหลัง “ข้าขวางท่านไม่ได้แน่นอน”