ตอนที่ 670
บทที่ 670 สตรีนางหนึ่ง
October 31, 2026
บทที่ 670 สตรีนางหนึ่ง
คำมั่นของพี่ชายที่แสนดีประโยคนี้ กลับแลกมาด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันของซ่านต้วนเฟิง
โชคดีที่ปีนั้นเขายังคิดว่าพี่ชายท่านนี้ฉลาดโดดเด่น แม้ว่าจะก้าวเข้าสู่สนามรบเป็นครั้งแรกก็ยังกล้าหาญ ตอนนี้พอมองดูท่าทีปวดใจซ้ำยังพยามเกลี้ยมกล่อมตนของเขาแล้ว ในดวงตาของซ่านต้วนเฟิงกลับเหลือแต่เพียงความดูแคลน “ท่านคิดว่าตัวเองเป็นพี่ชายแสนดีของข้าอยู่อีกหรือ ท่านกับข้าไม่ได้เกิดกับมารดาคนเดียวกันเสียหน่อย ซ้ำยังเป็นอุปสรรคต่อการขั้นบัลลังก์ของข้าอีก”
สีหน้าของซ่านต้วนเฟิงซีดขาวไป หลับตาลงด้วยความเจ็บปวด “น้องเก้า เจ้าน่าจะรู้ ความปรารถนาเดียวของเสด็จพ่อก็คือขออย่างให้พวกเราพี่น้องฆ่าแกงกัน...”
“เช่นนั้นเหตุใดในสายตาของเขาถึงได้มีแต่ซ่านเชียนหยวนที่ไม่เรียนไม่รู้วิชา และน้องชายที่มีอิทธิพลเป็นยอดฝีมือของเขาคนนั้นกันเล่า!” ซ่านต้วนเฟิงคว้าซี่กรงเหล็กเบื้องหน้าเอาไว้เต็มแรง สายตาเปี่ยมด้วยเลือด “ท่านกับข้าต่างเป็นองค์ชายที่เขาไม่เหลียวแล ไยต้องกตัญญูอย่างโล่เขลาต่อเขาด้วย ขอเพียงท่านสมัครใจ วันหน้าข้ารุ่งโรจน์ ข้าย่อมปันให้ท่านส่วนหนึ่งอยู่แล้ว”
ที่แท้ก็...
ซ่านเซิ่งหานแสร้งทำทีเป็นเบิกตากว้างด้วยความตระหนก มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “น้องเก้า นี่เจ้าหวังให้ข้าช่วยเจ้าอย่างไรนะ?”
“ยกองค์หญิงเอ่อตานให้ข้า ขอเพียงได้รับการสนับสนุนของนาง ข้ากระทั่งไม่จำเป็นต้องร่วมมือศัตรูกบฏประเทศ ก็สามารถยึดตำแหน่งฮ่องเต้นี้มาได้แล้ว” ซ่านต้วนเฟิงค่อยๆ สงบลง น้ำเสียงกลับแหลมขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “นางเป็นองค์หญิงพระองค์เดียวแห่งเอ่อตาน ขอเพียงวันที่แต่งงานกัน ข้าตกลงเงื่อนไขกับนาง ตำแหน่งฮองเฮาในอนาคตข้าก็สามารถมอบให้นางได้”
แววเยียบเย็นในดวงตาของซ่านเซิ่งหานค่อยๆ ลุ่มลึกขึ้น
เขากลับค่อนข้างถวิลหาวันเวลาที่กู้อ้าวเวยยังเป็นพระชายาจิ้งอยู่ในตอนแรก ตอนนั้นนางตัวคนเดียวไร้กองหนุน กลับมีเพียงเขาซึ่งเป็นผู้ร่วมมือคนเดียวก็เพียงพอให้เชื่อใจกันได้แล้ว ทว่ารอกระทั่งตอนนี้ในมือของนางกุมอำนาจเอาไว้ ก็มีหมาป่าหิวโซโถมเข้ามาล่าอาหารนับไม่ถ้วน
“เช่นนั้นหากข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทุกอย่างที่เจ้าพูดมาในวันนี้ ข้าเองก็สามารถมอบให้นางได้เช่นกัน” ซ่านเซิ่งหานเงยหน้าขึ้นมาอย่างเชื่องช้า สบสายตาเข้ากับซ่านต้วนเฟิงพอดี “นางเป็นแค่องค์หญิงคนหนึ่งเท่านั้น หลังจากมีนางแล้ว เจ้ายังไม่อาจได้รับสิ่งของที่เจ้าต้องการอยู่วันยังค่ำ”
“ข้าไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย” ซ่านต้วนเฟิงกลับหัวเราะเบาๆ หนึ่งที “ท่านกับท่านอาต่างต้องการนาง แม้ว่าจะไม่ได้รับของที่อยู่เบื้องหลังสิ่งนี้ ตัวนางเองย่อมมีค่าพอให้ใช้ประโยชน์ได้บ้างอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้น...พวกท่านจะอยากได้นางถึงขนาดนี้ไปทำไมกันเล่า?”
มุมขมับของซ่านเซิ่งหานผุดเส้นเอ็นปูดโปนขึ้นมาทันที ได้แต่กำหมัดแน่น “ซ่านต้วนเฟิง เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้ตัวนางไปอย่างนั้นหรือ?”
“ขอเพียงทำให้นางท้องลูกของข้า กลายเป็นผู้หญิงของข้า ทุกอย่างก็เป็นไปได้ทั้งนั้น” สองมือของซ่านต้วนเฟิงผละออกจากรั้วกรงเหล็กแล้ว ก่อนวางไว้หลังกาย เจือเสียงหัวเราะฉายแววดูแคลน “ขอเพียงท่านสามารถคิดหาวิธีโน้มน้าวนาง ข้าก็สามารถปล่อยตัวท่านออกไปได้”
“นางกลับเอ่อตานไปตั้งนานแล้ว เจ้าจะให้ข้าไปโน้มน้าวนางที่ใดกัน?” ซ่านเซิ่งหานเองก็พลอยหัวเราะเบาๆ ขึ้นมาด้วย
ผู้ใต้บัญชาในความมืดกำดาบในมือเอาไว้แน่นเป็นที่เรียบร้อย
สีหน้าของซ่านต้วนเฟิงเปลี่ยนไป พลทหารที่อยู่นอกกรงขังกลับพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความรีบร้อน พลางกล่าวเสียงเข้ม “ในตำหนักองค์ชายสามมีแต่นางขับร้องคนหนึ่ง ผู้ที่พักอยู่ในห้องคืออนุขององค์ชายสาม แต่ไม่พบร่องรอยขององค์หญิงเอ่ตานเลยขอรับ”
“เจ้าปดข้า!” ซ่านต้วนเฟิงเหลียวหลังกลับไปเต็มแรง เบิกตากว้างด้วยความโกรธ
ซ่านต้วนเฟิงพยุงกำแพงหยัดตัวลุกขึ้นมา เหยียดแผ่นหลังตรง ใบหน้ากลับเจือรอยยิ้ม “ท้ายที่สุดนางก็ต้องเป็นของข้าเท่านั้น จะโทษ เจ้าก็โทษท่านอาที่ส่งตัวนางออกไปตั้งแต่ทีแรกแล้วเถิด”
ประตูเหล็กเบื้องหน้าถูกเขาผลักเปิดเบาๆ องครักษ์ด้านหลังซ่านต้วนเฟิงยังไม่ทันชักดาบยาวในมือออกมา ก็ถูกเชือดคอ กระแทกลงบนพื้น เหลือเพียงแต่เสียงฟองเลือดที่ดังกระฉูดออกมา
ซ่านต้วนเฟิงถอยหลังหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ซ่านเซิ่งหานกลับเดินออกมาใต้แสงเทียน “เดิมข้าไม่คิดจะกระทุ้งตำแหน่งของเจ้าในเร็ววันเลย แต่ในเมื่อเจ้าคิดจะพากู้อ้าวเวยไป ข้าจึงไม่อาจไม่ลงมือได้”
“สตรีนางหนึ่ง...”