ตอนที่ 682
บทที่ 682 ทุ่งหญ้าภูเขาที่พบโดยบังเอิญ
October 31, 2026
บทที่ 682 ทุ่งหญ้าภูเขาที่พบโดยบังเอิญ
สถานที่ลับที่หงเซียวค้นพบเป็นภูเขาเร้นลับลูกหนึ่ง
ตอนที่มาถึงที่นี่เป็นครั้งแรก เห็นได้ชัดเจนว่าเมื่อก่อนหน้าไม่นานมานี้มีคนอยู่ที่นี่มาก่อน และคงจะอยู่ที่นี่เป็นช่วงเวลาระยะหนึ่ง
มีเพียงห้องขนาดเล็กเท่ากับเตียงหนึ่งเตียงที่ถูกปกคลุมไปด้วยเถาวัลย์และใบไม้ บนภูเขาแห่งนี้มีห้องเล็ก ๆแบบนี้อยู่เกือบสิบหลัง ในขณะเดียวกันมันก็เปียกชื้นเกินจะทนได้ แต่ในยามกลางคืน ห้องเล็ก ๆเหล่านี้กลับสามารถจะช่วยชีวิตเจ้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับความหนาวเหน็บบนภูเขาหรือจะเป็นการหลบซ่อนตัวจากสัตว์ร้ายหรือแม้แต่การไล่ล่าของทหารก็ตาม
ซ่านจินจื๋อเดินไปยังประตูของห้องห้องหนึ่ง เปิดประตูที่สูงเพียงครึ่งหนึ่งของตัวคนออก ยังสามารถมองเห็นสัมภาระเล็ก ๆที่ถูกทิ้งเอาไว้ด้านใน มีคนเคยมากินอาหารแห้งจำนวนมากที่นี่ และยังมีถุงใส่น้ำใบหนึ่งที่ถูกยิงด้วยธนูขนนก และยังมีเสื้อผ้าอีกสองสามชิ้นที่ถูกเกี่ยวตกอยู่
หงเซียวกำลังติดตั้งกับดักอยู่ไม่ไกล มองเห็นสิ่งของที่อยู่ในมือของซ่านจินจื๋อ ก็ได้ตกใจเล็กน้อย “ห้องที่นี่พวกข้าเป็นคนสร้างไว้ นอกจากพวกข้าแล้วไม่มีใครรู้จักที่แห่งนี้เลย”
“ไม่แน่อาจจะมีคนหลงเข้ามา” ผู้ใต้บังคับบัญชาอีกคนที่อยู่ข้างกายก็พูดขึ้น “ใต้เท้า ก่อนหน้านี้ข้าได้พบกับพวกเขาจำนวนไม่น้อยเมื่อเร็วๆนี้ล้วนกำลังตามฆ่าคนกลุ่มเดียวกัน หัวหน้าของกลุ่มนั้นเป็นคู่พี่ชายน้องสาวคู่หนึ่งที่ดูอายุยังไม่มาก ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าส่งคนไปสืบข่าวดู ดูเหมือนว่าจะเห็นพวกเขาเคยเข้ามา”
“เจ้าไม่ได้สกัดกั้นพวกเขาไว้หรือ” หงเซียวลุกขึ้นยืนตรง งอตัวลงด้วยความหอบ
“ตอนนั้นพวกข้าที่ตามสืบข่าวมีเพียงแค่สองคน พวกเขามีดูแล้วมีอยู่ประมาณห้าหกคน จึงไม่ได้มีการหาเรื่อง แต่ในวันนั้นมีฝนตก ดังนั้นสายลับจึงไม่ได้เข้ามา” ชายคนนั้นตบฝุ่นที่มือ แล้วพูดเสียงดัง “ขอแค่คนพวกนั้นไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเราก็ใช้ได้แล้ว”
หงเซียวตำหนิเขาออกไปอย่างรุนแรง ชี้ไปยังจมูกเขาเพื่อสั่งสอน ให้เขารู้จักระแวดระวังภัยให้กับผู้อื่น
ซ่านจินจื๋อไม่ได้พูดอะไรแม้แต่น้อย เพียงแต่ให้ทุกคนคอยระวังรอบด้านในยามวิกาล เพื่อป้องกันไม่ให้พี่ชายน้องสาวคู่นั้นพาคนกลับมาอีก พวกเขาถูกกองทัพดำไล่ล่าอยู่หลายครั้ง ทำให้เหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้มีกำลังเหลือมากพอจะไปจัดการกับเรื่องวุ่นวายมากมายได้
จนกระทั่งหงเซียวกลับมาจากการอบรมผู้ใต้บังคับบัญชา ซ่านจินจื๋อกำลังถูกสร้อยข้อมือไม้ในมือ พูดด้วยเสียงต่ำ “ติดต่อกับภายนอกได้หรือยัง”
หงเซียวถึงกับสำลัก ลังเลอยู่นานก่อนจะพยักหน้า “กองทัพดำพวกนั้นดูเหมือนว่าจะบีบเราให้อยู่ในมุมอับ และก็ยังไม่รู้ว่าส่งคนมาจำนวนกี่คน แม้แต่ข่าวของพวกเราก็ไม่สามารถส่งออกไปได้เลย”
“ข้าเป็นห่วงเวยเอ๋อมาก” ซ่านจินจื๋อกระชับสร้อยข้อมือไม้ในมือไว้แน่น “ถ้าพวกเขาไม่ต้องการให้พวกเรารู้ข่าวคราวอะไรเกี่ยวกับชายแดนก็ดูจะสมเหตุสมผล แต่ตอนนี้เจ้าก็ยังสามารถจะสืบหาข่าวจากที่อื่นได้ กลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแคว้นเอ่อตานเลย ตอนนี้แม้แต่ข่าวคราวก็ไม่ถูกส่งกลับมา”
“แต่ตอนนี้เราไม่มีทางกลับไปได้แล้ว” หงเซียวนั่งลงข้างซ่านจินจื๋อ “ท่านอ๋อง ไม่กี่วันมานี้พวกข้าเห็นได้ชัดว่าได้เตรียมพร้อมที่จะหันหลังกลับ แต่กลับต้องสูญเสียพี่น้องไปสองคน พวกเขามุ่งมั่นที่จะดักเราไว้ที่ชายแดน”
“อย่างนั้นหากว่า....” แววตาของซ่านจินจื๋อแหลมคมชัดขึ้นมา ไม่กี่วันมานี้เขาถูกคนกดดันจนแทบจะสติหลุดระเบิดจากกรอบ ในน้ำเสียงแฝงด้วยความโหดร้าย “ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องการให้พวกเรากลับไปแคว้นชางหลานและแคว้นเอ่อตานอย่างนั้นหรือ”
“ทั้งสองแห่งมีอะไรแตกต่างกันหรือ” หงเซียวลูบหัวตนเอง รู้สึกงงไม่รู้อะไรเลย
“ความแตกต่างก็อยู่ตรงที่ เป้าหมายแรกเป็นของข้า อีกเป้าหมายหนึ่งคือเวยเอ๋อ” ซ่านจินจื๋อกระชับสร้อยข้อมือไม้ในมือแน่น “ฝึกฝนมาสองวัน พรุ่งนี้พวกเราจะกลับแคว้นเอ่อตาน”
“อย่างนั้นชายแดนแคว้นชางหลาน.....”
“ให้พวกเขาติดต่อใต้เท้าของเมืองเยว่ซานและอีกสองแห่ง ให้ทหารทั้งหมดไปยังชายแดนเพื่อทำการปราบปราม เอกสารที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้และตราประทับของข้าคงจะอยู่ที่นั่นแล้ว” ซ่านจินจื๋อพูดด้วยเสียงต่ำ นำสร้อยข้อมือไม้นั้นกลับไปไว้ในฝ่ามือ “ไม่ว่าใครก็ตามต้องการจะยึดชายแดน ข้าไม่สนใจต้องกำจัดให้หมดในคราวเดียว”
หงเซียวค่อยๆเปิดปากเล็กน้อย “ท่านอ๋อง ก่อนหน้านี้เรื่องการกำจัดไม่ใช่ท่านบอกว่า.....”
“นั่นมันก่อนหน้านี้ ข้าจะเลื่อนขึ้นก่อนกำหนด” ซ่านจินจื๋อรู้สึกถึงสร้อยข้อมือในมือ ดวงตาเย็นชา “แคว้นชางหลานนิ่งสงบมานานเกินไป ภายในเหมือนกับมีตัวมอดคอยเจาะชอนไช ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้มีคนที่พยายามจะควบคุมชายแดน ต่อให้ข้าจะกำจัดกวาดล้างจริง ภายหน้าก็ไม่มีใครกล้าจะฟ้องร้องข้า สิ่งที่ข้าได้ทำมันชอบธรรมแล้ว”