ตอนที่ 721
บทที่ 721 ยากจะหัวเราะ
October 31, 2026
บทที่ 721 ยากจะหัวเราะ
เพียงแค่กู้อ้าวเวยไม่ได้เอ่ยชื่อตัวยาที่เหลืออยู่
เมี่ยวหารกลับยังสามารถรู้จักวัตถุดิบยาที่นางไม่รู้จักได้อย่างชัดเจน
หากเป็นเช่นนั้น กู้อ้าวเวยต้องเริ่มสงสัยว่าใบสั่งยาโบราณนี้เป็นยาถอนพิษที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้กับคนตระกูลหยุนเก็บรักษา เพียงแต่ตอนนี้ตกอยู่ในมือของเมี่ยวหาร
ดวงตานั้นหรี่ลงเล็กน้อย การมองเห็นที่พร่ามัวกำลังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ
“เจ้าเจตนาทำลายใบสั่งยา แต่กลับมาใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก เพื่อที่วันหนึ่งจะได้ควบคุมผู้อื่นสินะ” กู้อ้าวเวยพูดเบาๆ ในใจกลับคิดถึงคำสองคำคือโชคชะตาซึ่งยากจะหลีกพ้น
เดิมทีแล้วเมี่ยวหารได้ทำไปเพื่อวิธีการเป็นอมตะ จึงหลอกใช้ประโยชน์จากคนที่เป็นที่รักอย่างซูพ่านเอ๋อเพียงเพื่อใบสั่งยาที่อยู่กับตนเอง แม้ว่าในตอนนั้นกู้อ้าวเวยไม่ได้ตกหลุมรักซ่านจินจื๋อ ซ่านจินจื๋อจะต้องพานางไปเพื่อจะช่วยซูพ่านเอ๋อแน่นอน จากนั้นเมี่ยวหารก็สามารถจะลงมือได้ทุกเมื่อ
และยาพิษชนิดเดียวที่ยังเหลืออยู่ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำมาขู่บีบบังคับได้
ท้ายที่สุดแล้วความเป็นอมตะกับชีวิตนิรันดร์เป็นคนละแนวคิดกัน บางทีเจ้าอาจจะมีชีวิตอยู่อย่างเป็นอมตะแต่กลับไม่สามารถที่จะมีชีวิตที่ดีและผาสุกอยู่บนโลกได้
“ในเมื่อเจ้ารู้ทุกอย่างแล้ว ก็ยิ่งรู้ว่าข้าไม่มีทางทำร้ายเจ้า”
“แต่มันก็เหมือนกัน ถ้าเจ้าโกหกข้าหลังจากเจ้าเป็นอมตะ ข้าก็ไม่สามารถจะทำอะไรกับเจ้าได้ ดังนั้นเจ้าควรจะทำข้อตกลงเป็นการส่วนตัวกับคนสักคนหนึ่งที่เจ้าไว้วางใจได้ ให้เขาเป็นผู้รวบรวมวัตถุดิบยาเมื่อข้าไปถึงด่านลั่วสุ่ย” กู้อ้าวเวยพูดอย่างเย็นชา นิ้วกลับสัมผัสลงบนตัวของเยว่ที่อยู่ด้านข้าง แล้วพูดต่อไป “พวกเราควรหยุดพักสักหน่อย”
“ใช่แล้ว อ๋องจิ้งนำทัพไปก่อนเพื่อไปจับเป็นองค์ชายเก้า และปกป้องชายแดน และองค์ชายสามยังมีหน้าที่ตรวจสอบขุนนางที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง และคิดหาวิธีจัดการกับพวกลูกสมุนของซ่านต้วนเฟิง” เยว่พูดอย่างจริงจัง แต่กลับเอี้ยวตัวกลับไปทำปากใส่เมี่ยวหารอีกครั้ง แล้วหันไปมองแขนท่อนบนของกู้อ้าวเวยตรงชายเสื้ออย่างละเอียด
รอยเส้นสีดำนั้นเริ่มลุกลามออกมาแล้ว และกู้อ้าวเวยก็ยังไม่รู้สึกถึงเรื่องนี้
“ข้าอยากไปอารามไป๋หม่าสักครั้ง” กู้อ้าวเวยพูดขึ้นมา
“องค์หญิง ข้าหวังว่าท่านจะเข้าใจสถานการณ์ของท่าน” เฟิงฉีนที่กำลังขับรถม้าอยู่พูดอย่างหนักแน่น
“ข้าต้องรู้สถานการณ์ของข้าดีอยู่แล้ว แต่พวกเจ้าไม่มีใครรู้ประเด็นสำคัญของอารามไป๋หม่า แม้จะได้รับความเห็นชอบจากฮ่องเต้ พวกเจ้ากลับต้องจำไว้ด้วยว่าไทเฮาเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตอนนั้น หากคิดจะให้องค์ชายของเจ้าได้ครองบัลลังก์ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้รับความไว้วางใจจากไทเฮา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ถึงเวลานั้นเขาก็จะมีที่พึ่งจากหวังหลังมากกว่าหนึ่ง” กู้อ้าวเวยกล่าว
เฟิงฉีนและเยว่ล้วนแต่คิดว่านางไม่รู้จักสถานะของฮุยเฟย
แต่แม้ว่านางจะมองไม่เห็น แต่ก็สามารถจะได้ยินนำเสียงของความขลาดกลัวและตกใจอยู่ในน้ำเสียงอันโหดร้ายของฮุยเฟย ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าใครเป็นคนที่พยายามยุยงอย่างเต็มที่จนต้องแยกกันอยู่อย่างทุกวันนี้
ในความคิดจิตใจไม่เคยชัดเจนเช่นนี้มาก่อน เฟิงฉีนได้ให้คนอีกคนหนึ่งรีบไปขึ้นรถ และจากไปอย่างเงียบๆ
หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาอย่างเงียบๆ “องค์ชายสามยินดีให้เยว่เป็นผู้ติดตามไปกับเจ้า”
“หากจะแสดงความจริงใจ ก็ควรจะเป็นเขาไปเป็นเพื่อนข้าด้วยตัวเอง และไม่ต้องใช้ชื่อว่าการเดินทางนี้จะมุ่งหน้าไปชายแดน แต่ต้องเรียกว่าเป็นการส่งองค์หญิงเอ่อตานกลับบ้านเกิดเมืองนอน”
เยว่ขมวดคิ้ว หากกู้อ้าวเวยต้องการใช้วิธีใด ๆ แล้วจะต้องพาองค์ชายสามไปด้วยทำไมกัน
“จริงสิ พวกเจ้าสองคนจัดคนติดตามเมี่ยวหารได้ทุกเมื่อ ให้เขาหาคนที่มีความสามารถมาช่วยสนับสนุน เพื่อหาวัตถุดิบยาให้กับเขา ข้าไม่อยากรอให้ข้าตายก่อนที่จะถึงด่านลั่วสุ่ย เมื่อเป็นแบบนี้ วิธีการเป็นอมตะข้าก็ไม่อาจจะทิ้งไว้ได้แม้แต่คำเดียว” กู้อ้าวเวยหรี่ตาชี้ไปยังศีรษะของตนเอง “สิ่งเหล่านั้นใส่อยู่ที่นี่”
เมี่ยวหารมีดวงตาที่แหลมคม และเฟิงฉีนผู้ไม่ค่อยจะชื่นชอบกู้อ้าวเวยก็รับภาระนี้โดยธรรมชาติ
ซ่านเซิ่งหานก็เห็นด้วย เมื่อกู้อ้าวเวยพูดแบบนี้ อย่างนั้นแสดงว่าต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน