ตอนที่ 750
บทที่ 750 เก้าเมือง
October 31, 2026
บทที่ 750 เก้าเมือง
ท้องฟ้าเพิ่งจะทอประกาย เสียงการฝึกกองทัพในโรงฝึกค่ายทหารก็ดังขึ้นมา
ฉีหรัวถูกปลุกจนตื่นออกจะหงุดหงิดเล็กน้อย ร้องเรียกสาวใช้ด้วยความเคยชิน ข้างกายกลับมีเพียงกู้อ้าวเวยที่สวมอาภรณ์เรียบร้อยแล้วหยิบชุดเข้ามาในนาง นางขยี้ตาด้วยความงุนงง “ท่านตื่นตั้งแต่เมื่อไร?”
“สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ ข้านอนไม่ได้มากนัก” กู้อ้าวเวยสวมอาภรณ์ตัวหนา กล่าวยิ้มๆ ว่า “ข้าไปเอาอาหารเช้ามาจากห้องครัวดีกว่า เจ้าก็ผลัดอาภรณ์เสีย ข้าจะบัญชาไม่ให้พวกเขาเข้ามาเอง”
กู้อ้าวเวยรีบไปรีบมา ฉีหรัวยังไม่ใคร่ได้ตื่นเต็มตัว ทำเพียงผลัดอาภรณ์แบบซึมกะทือ รอให้กู้อ้าวเวยนำอาหารเช้ากลับมา
ปากกู้อ้าวเวยก็บอกว่าจะไปห้องครัว ทว่าระหว่างทางนางเรียกพลทหารไปรับอาหารเช้ามา ส่วนตนกลับเดินมุ่งไปทางกระโจมของซ่านจินจื๋อ ตนนั้นมีเรื่องบางอย่างจำเป็นต้องอธิบายกับซ่านจินจื๋อเสียหน่อย รอประเดี๋ยวถ้าหากรอจนคนของซ่านต้วนเฟิงเข้ามา เรื่องทุกอย่างจะจัดการไม่สะดวกนัก
ครั้งนี้นางเพิ่งเดินมาหยุดตรงเบื้องหน้าของกระโจม ม่านประตูด้านหน้าก็ถูกดึงออก
ซ่านจินจื๋อในชุดคลุมสีดำทั้งกายพบหน้าค่าตากับกู้อ้าวเวยในเวลาเช้าตรู่ การแสดงออกทางสีหน้าอันเย็นชาดวงนั้นก็พลอยอ่อนโยนลงมาก “ยังเช้าอยู่นัก”
“ก็แค่มีบางอย่างอยากพูดกับท่าน” เมื่อคืนนางสะดุ้งตื่นจากความฝัน แต่จำไม่ได้ว่าในฝันนั้นมีอะไรบ้าง
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยแม้แต่น้อย
ซ่านจินจื๋อมองไปที่การแสดงออกแบบยุ่งเหยิงบนใบหน้าดวงนั้นของกู้อ้าวเวย มือข้างหนึ่งโอบตัวนางเข้าสู่อ้อมกอด บัญชาทหารยามที่อยู่หน้าประตูไปรับอาหารเช้าเข้ามา แล้วจึงพานางกลับเข้ามาในกระโจมอันแสนอบอุ่น “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก เพียงแต่เมื่อวานจู่ๆ ข้าก็นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้” กู้อ้าวเวยนั่งลงบนฟูกนอน มองไปที่ซ่านจินจื๋อซึ่งนั่งยองๆ อยู่เบื้องหน้าของตน มีความคล้ายคลึงกับสุนัขตัวน้อยที่อยู่ด้านอกยิ่งนัก จึงอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนปริปากเอ่ยต่อไป “ข้าเพียงแต่รู้สึกว่า ถ้าหากคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นกู้เฉิงละก็ เช่นนั้นหลายปีมานี้เขาขับเคลื่อนอยู่ภายใต้ร่มธงขององค์ชายทุกท่าน แล้วยังปกปิดได้ดีเพียงนี้ เป็นไปได้ว่าอาจไม่ใช่เพราะจะกลายเป็นฮ่องเต้ในก้าวเดียวก็ได้”
สายตามองไปที่กู้อ้าวเวยเจือด้วยรอยยิ้ม สมองของซ่านจินจื๋อก็พลอยขบคิดขึ้นมาเช่นกัน ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน “เจ้าคิดว่า กู้เฉิงกำลังถ่วงเวลาเพื่อใครอยู่”
“มีความเป็นไปได้ บางทีเขากำลังรอให้องค์ชายพระองค์ใดเติบโตอยู่ หรือไม่ก็รอคอยให้โอกาสเหมาะมาเยือน ตัวอย่างเช่นเรื่องของความเป็นอมตะในตอนนี้ หรือไม่ก็ตั้งเป้าไปที่สถานการณ์ความวุ่นวายในปัจจุบัน” ยามที่กู้อ้าวเวยกำลังวิเคราะห์ ซ่านจินจื๋อได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบจากด้านนอกกระโจมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉิงซานก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางเคารพ “คนที่องค์ชายเก้าส่งมาบรรลุถึงแล้วขอรับ ขอให้ท่านอ๋องและพระนางเตรียมตัวให้พร้อม”
“ถึงกลับมาแบบเร่งรีบขนาดนี้เชียว” กู้อ้าวเวยพึมพำเสียงกระซิบ สถานการณ์ความวุ่นวายเช่นนี้ในปัจจุบันทำให้นางรู้สึกร้อนรนอย่างหาที่เปรียบมิได้ เสมือนว่าจานบ่งทิศทางที่กำอยู่ในมือก่อนหน้านี้พลันใช้การไม่ได้ขึ้นมา และทุกอย่างที่ต้องเผชิญอยู่เบื้องหน้าคือมหาสมุทรอันเวิ้งว้างผืนหนึ่ง
กู้อ้าวเวยมักจะร้อนรนด้วยเรื่องเล็กน้อยบางอย่างเสมอมา ทว่าซ่านจินจื๋อก็เห็นความไม่อดกลั้นที่นางแสดงออกเช่นนี้ไม่บ่อยนัก ได้แต่ดึงตัวนางขึ้นมา “ขอเพียงรอข้ากลับถึงเทียนเหยียนแล้ว ก็จะรู้เรื่องราวทุกอย่างเอง”
ถูกซ่านจินจื๋อดึง กู้อ้าวเวยยิ่งมองไปที่เขาอย่างนิ่งงัน “ท่านเชื่อถือได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”
“ข้าไม่น่าเชื่อถือเมื่อไรกัน?” ซ่านจินจื๋อฉายแววดาลเดือดออกมาหลายขนัด หลังจากทำให้กู้อ้าวเวยปิดปากอย่างว่าง่ายแล้ว ย่อมต้องปลอมตัวอย่างง่ายแบบมิดชิด ปลอมเป็นผู้ติดตามที่คอยตามแจอยู่ด้านหลังเช่นเดียวกันก่อนหน้านี้
และครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแต่อูกงกงผู้นั้น ข้างกายยังมีชายหนุ่มหน้าเย็นชาอยู่ด้วยคนหนึ่ง ทว่ากู้อ้าวเวยมองอย่างถี่ถ้วนแล้ว ถึงได้พบว่าคนผู้นี้หน้าอัมพาตแบบเต็มร้อย ความโค้งของมุมปากไม่เป็นธรรมชาติที่สุด ขากรรไกรขบแน่นแข็งทื่อ ดวงตาคู่นั้นมืดหม่นไร้แวว ยามที่มองเห็นนางก็คร่อมหน้าลงเล็กน้อย “พระนาง”