ตอนที่ 749
บทที่ 749 สงสัย
October 31, 2026
บทที่ 749 สงสัย
“ข้ารู้แล้ว ข้าจะกลับไปตรวจสอบดู” ฉีหรัวพยักหน้า
“เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว ตอนนี้เจ้าเอาใบสั่งยาตัวปัจจุบันมาให้ข้าดู หากมีจุดไหนที่พอจะปรับได้ ระยะหลายวันนี้ข้าคิดเสร็จแล้วว่าจะส่งคนไปนำไปให้เจ้า” กู้อ้าวเวยยิ้มตาหยีก่อนหมุนกายออกจากด้านข้างของฉีหรัว เดินมาหย่อนตัวนั่งลงที่โต๊ะ ฉีหรัวก็บอกนางว่าของวางอยู่ที่ไหน
ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะสันทัดจัดเจนกับเรื่องนี้ดี หงเซียวเองก็มองสตรีที่แสนอ่อนโยนตรงหน้าด้วยแววนับถืออย่างเงียบๆ
หากกล่าวว่ากู้อ้าวเวยคิดรอบคอบ ทั้งยังสามารถอ่านใจคนได้ดูคล้ายธิดาอสูร เช่นนั้นฉีหรัวก็ไม่ได้แตกต่างจากสตรีสามัญทั่วไป สิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือความก้าวร้าวของฉีหรัวมีไม่มากนัก ยิ่งไม่อาจคาดเดาผู้คนไปในทางชั่วร้ายได้เลย แสดงให้เห็นถึงความสมจริงมากยิ่งขึ้น
ทว่ารอจนกระทั่งตอนที่หงเซียวเสียเกมตาที่ห้า ความคิดเช่นนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ให้ข้าเล่นกับเขาเถิด” กู้อ้าวเวยเริ่มจะทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว นางเพิ่งจะอ่านสูตรยาได้เพียงครู่เดียว ฉีหรัวก็เอาชนะหงเซียวห้าเกมรวดเสียแล้ว แม้จะมีเฉิงซานคอยชี้แนะอยู่ข้างๆ หงเซียวก็ยังแพ้จนไม่เหลืออะไรเลยอยู่ดี
“ท่านคงเล่นสูสีกับเขาได้” ฉีหรัวเองก็ได้แต่ค่อยๆ หยัดกายขึ้นเนิบนาบ เปลี่ยนที่นั่งกับกู้อ้าวเวย คราวนี้ก็เงยหน้าขึ้นมองเฉิงซานปราดหนึ่ง “เจ้าจ้องกู้อ้าวเวยออกจะนานเกินไปหน่อย เจ้ากับหงเซียวล้วนไม่ได้อยู่ข้างกายอ๋องจิ้งกับอ๋องจงผิง แบบนี้จะดีหรือ?”
เฉิงซานนิ่งงันเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบร้อนกล่าว “เมื่อกล่าวเช่นนี้ ผู้น้อยจะไปดูเดี๋ยวนี้”
มองส่งเฉิงซานจากไป ยามที่ฉีหรัวหย่อนกายนั่งกลับค่อนข้างเหม่อลอยเล็กน้อย
สายตาที่เฉิงซานคนนี้มองไปยังกู้อ้าวเวยดูคล้ายจะมีแววปรปักษ์อยู่หลายขนัด ทว่ารอกระทั่งนางหันหน้าหมายจะไปสำรวจสีหน้าท่าทางของกู้อ้าวเวยสักหน่อยนั้น กลับค้นพบว่านางจับขอบโต๊ะหมายจะพิฆาตหงเซียว เพียงเพราะเกมหมากกระดานที่เพิ่งเปิดฉากเมื่อครู่ออกจะดูเด็กเกินไป ดวงตาหงเซียววาววับ กู้อ้าวเวยยังคงนิ่งงันอยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่าควรวางตรงไหน
ก็ไม่รู้ว่าใครสอนใคร
ฉีหรัวกระตุกมุมปาก ภายในใจกลับเคลือบแคลงสงสัยต่อเฉิงซาน
แม้จะบอกว่าบางครั้งกู้อ้าวเวยแสดงออกอย่างเหลือร้ายไปหน่อย แต่ในใจกลับไม่ได้เลวร้าย อีกอย่างเวลาส่วนใหญ่นางล้วนแยกแยะถูกผิดได้เสมอ หากเฉิงซานคนนี้คิดจะทำร้ายกู้อ้าวเวยจริงๆ นางในฐานะสหายย่อมไม่อาจอยู่เฉยๆ เป็นแน่
ส่วนเฉิงซานบรรลุถึงเบื้องหน้าของซ่านจินจื๋อแล้ว โค้งคำนับต่อท่านอ๋องทั้งสอง คราวนี้จึงปริปากกล่าว “พระนางท่านนั้นกำลังเล่นหมากกระดานกับคุณหนูฉีและหงเซียวอยู่ขอรับ”
ซ่านจินจื๋อยังคิดอยากไปพบคุยเรื่องบางอย่างกับนาง ทำเพียงปาดหยาดเหงื่อบนหน้าผาก “ข้าจะเข้าไปดูหน่อย”
“ท่านอ๋อง” เฉิงซานก้าวไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว ค่อนข้างจนปัญญา “พระนางกับคุณหนูฉีดีร้ายก็เป็นสหายกัน เวลาเนิ่นนานขนาดนี้ยังไม่ได้พูดจากันดีๆ เลย ท่านกับอ๋องจงผิงหากว่าติดแน่นกันเกินไป กลัวว่าจะทำให้ในใจของพระนางกับคุณหนูฉีออกจะ...”
ซ่านจินจื๋อทำหน้าบึ้งตึง แปลกใจว่าเหตุใดเฉิงซานถึงได้เสนอคำแนะนำเช่นนี้ออกมา
ซ่านเชียนหยวนที่หายใจหอบฝุ่นคลีคลุกทั่วกายกลับพยักหน้า “ใช่แล้ว ท่านอา ท่านออกจะตัวติดกับนางเกินไปหน่อย ท่านลองคิดว่าหากท่านพูดคุยกับพี่น้อง นางยังอยู่ข้างกายไม่ห่างแม้เพียงคืบ ท่านสบายใจหรือ? ข้าอยู่ข้างกายหรัวเอ๋อเพื่อปกป้องมากขึ้นยังถูกรังเกียจเชียว ท่านควรอยู่เพียงลำพังบ้างแล้ว”
เปลือกตาของซ่านจินจื๋อก็พลอยกระตุกขึ้นมา
เจ้าเด็กนี่สั่งสอนใครอยู่!
เมื่อนึกถึงจุดนี้ สีหน้าของซ่านจินจื๋อก็เย็นชาไปโดยสิ้นเชิง หมุนกายมุ่งตรงไปคว้าคอเสื้อของซ่านเชียนหยวน แล้ววกกลับเข้าไปในโรงฝึก “เช่นนั้นก็ออกกำลังกายอีกสักตั้ง”
ซ่านเชียนหยวนรู้สึกเพียงว่ายกก้อนหินหล่นกระแทกเท้าของตน
ทว่าในใจซ่านจินจื๋อรู้สึกอยู่ไรๆ ว่าเรื่องพวกนี้ดูแปลกประหลาด