ตอนที่ 752
บทที่ 752 โผล่เหนือผิวน้ำ
October 31, 2026
บทที่ 752 โผล่เหนือผิวน้ำ
กู้อ้าวเวยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้พบกับท่านปู่ผู้สูงวัย รวมถึงชิงจือที่ไม่ได้พบกันมานานอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้
นางไม่รู้ว่าซ่านต้วนเฟิงเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดนี้เข้าด้วยกันได้อย่างไรกันแน่ กระทั่งไม่เสียดายที่นำตัวหยุนชิงหยางและชิงจือออกมาพร้อมกันเพื่อสร้างความโกลาหลให้กับเอ่อตานทั้งยังกลายเป็นอาวุธที่ยับยั้งนางเอาไว้ได้
ชิงจือโตขึ้นมากแล้ว กลับยังคงกกอยูในอ้อมกอดของนาง ดูคล้ายยังจำได้ถึงภัยคุกคามที่ดาบคมพาดบริเวณลำคอเมื่อครู่นี้ได้ หยุนชิงหยางนั้นไม่รู้ว่าต้องทนทุกข์ทรมานเนื่องจากการเดินทางยาวนานและการขัดขืนมากแค่ไหน ดวงตาคู่นั้นเริ่มจะหม่นแววลง ทว่ากู้อ้าวเวยกลับได้แต่ปลอบขวัญชิงจือเสียงกระซิบ พลางเงยหน้าขึ้นมองที่เขา “ข้าคิดว่าเจ้าจะเป็นแค่องค์ชายหันหุนพลันแล่นคนหนึ่งเท่านั้น”
“เป็นเช่นนี้จริงๆ ช้ากระทั่งหุนหันพลันแล่นยิ่งกว่าที่ท่านจินตนาการเอาไว้เสียอีก” ซ่านต้วนเฟิงกำลังนั่งอยู่ริมโต๊ะพลางดื่มชา สายตามองสำรวจกู้อ้าวเวยขึ้นลงตั้งแต่หัวจรดเท้า ยิ่งดูเหมือนกำลังสำรวจสมบัติล้ำค้าชิ้นหนึ่ง สายตาเช่นนั้นทำให้กู้อ้าวเวยอดมุ่นคิ้วขึ้นมาไม่ได้
“ข้าไม่อยากสืบเสาะว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้าเป็นใครกันแน่ ข้าแค่อยากรู้ว่าเจ้ารั้งข้าเข้ามาเพื่ออะไรกัน?” กู้อ้าเวยโอบชิงจือเข้าสู่อ้อมกอด ปลายนิ้วลากไล้ผ่านแผ่นหลังของเขาอย่างละเลียด มืออีกข้างหนึ่งทาบลงบนศีรษะด้านหลังของเขา จุมพิตเส้นผมของเขาราวกับสมบัติเลอค่า สายตาแสนจริงใจ น้ำเสียงอ่อนโยน “จากนี้ไปแม่จะไม่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าอีกแล้ว ชิงจือยกโทษให้ข้าได้หรือไม่?”
ซ่านต้วนเฟิงกลับมองอย่างแน่นิ่ง
เด็กน้อยที่ไม่ร้องไห้ส่งเสียงเอะอะเรื่อยมาคนนั้นในเวลานี้กำลังสะอื้นผะแผ่วตัวโยนอยู่ในอ้อมกอดของกู้อ้าวเวย ทว่าผู้หญิงคนที่ทีแต่เดิมควรจะเป็นสาวงามล่มเมืองกลับทำเพียงยิ้มเบาๆ พลางจุมพิตลงบนเส้นผมของเขาเรื่อยมาจนถึงนัยน์ตาสุกใสของเด็กน้อยเท่านั้น ความอ่อนโยนในแววตาเจียนจะเอ่อล้นออกมา ส่วนมือสองข้างกลับลูบผ่านเรือนกายของเด็กน้อยในเวลาเหมาะสมอยู่เสมอมา ยิ่งดูเหมือนตรวจสอบว่าเขาได้รับบาดเจ็บบริเวณใดหรือไม่ ทั้งยังคาดหวังให้เด็กน้อยยกโทษ
นิ้วมือที่ซูบผอมเกินไปข้างนั้นดูเหมือนจะมีพลังยิ่งนัก อีกทั้งหลังจากกู้อ้าวเวยได้รับการยกโทษจากชิงจือแล้วยิ่งหัวเราะอย่างสบายใจออกมา ทว่าครั้นนัยน์ตาที่เปี่ยมล้นด้วยความอ่อนโยนคู่นั้นช้อนขึ้นมามองไปที่ซ่านต้วนเฟิง กลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าคมมีด น้ำเสียงนั้นยิ่งขุ่นอึมครึมเข้าไปใหญ่ “บอกจุดประสงค์ของเจ้าแก่ข้ามา”
น่าสนใจเกินไปแล้ว
ผู้หญิงที่ซ่านต้วนเฟิงยังไม่เคยคิดว่าเป็นแม่คนนั้นงดงามได้เยี่ยงนี้ แววยะเยือกกลางนัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นกลับดูเหมือนความเย็นยะเยือกของดอกท้อยามที่ถูกหยาดพิรุณพร่างพรมลงมา
“ท่านคิดว่าท่านมีสถานะอะไรคิดจะมาเจรจาเงื่อนไขกับข้า”
“ก็อาศัยแค่เจ้าถึงขนาดต้องจับตัวประกันมาเพื่อรั้งข้าไว้ แทนที่จะพาข้าไปโดยตรง จะต้องมีเรื่องมาร้องขอข้าเป็นแน่” สองมือของกู้อ้าวเวยปิดอยู่ที่ใบหูของชิงจือ เบือนหน้าไปมองหยุนชิงหยางที่อยู่ด้านข้างดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร ทอดสายตาไร้ปัญหาอะไรเข้าไปด้วยอาการปลอบประโลม กระทั่งไม่ได้ปราดมองซ่านต้วนเฟิงอีกเลย “ทั้งยังเป็นตัวประกันสองคน เจ้าอยากได้อะไรจากตัวข้า? หรือไม่ก็ เจ้าคิดอยากร้องขอให้ข้าทำอะไร?”
“ข้าสามารถสามารถพวกท่านได้ทุกเมื่อ” ซ่านต้วนเฟิงกำถ้วยชาในมือแน่น เขาเกือบจะถูกกู้อ้าวเวยยั่วโทโสเข้าให้แล้ว
“เจ้าย่อมทำเช่นนี้ได้อยู่แล้ว แต่ในเมื่อเจ้าซ่อนตัวได้ถึงขั้นนี้ เจ้าก็ควรจะรู้ว่าข้าเป็นคนแบบไหน ไม่ว่าอย่างไร ข้าคงไม่อาจละทิ้งหลักการเดิมของข้าเพียงเพราะชีวิตของตัวเองหรือของผู้อื่นอย่างแน่นอน เจ้าจะลองดูก็ได้” กู้อ้าวเวยคลายใบหูของชิงจือออก วางเขาลงจากเข่าของตนแล้วให้นั่งลงด้านข้าง “ชิงจือ เจ้ายังจำสิ่งที่แม่สอนเจ้าได้หรือไม่?”
ดวงตากลมโตสุกใสของชิงจือมองไปที่ผู้ชายชั่วที่มัดตนเอาไว้ พลางสะอึกสะอื้น “ยอมเป็นหยกแหลกลาญ ไม่ขอเป็นกระเบื้องสมบูรณ์”
หน็อยแน่...ยอมเป็นหยกแหลกลาญ ไม่ขอเป็นกระเบื้องสมบูรณ์!
ซ่านต้วนเฟิงแทบจะกัดฟันจนเป็นผุยผง กู้อ้าวเวยคนนี้ช่างไม่ใช่คนเรียบง่ายเสียจริงๆ