ตอนที่ 801
บทที่ 801 ให้สัญญาณ
October 31, 2026
บทที่ 801 ให้สัญญาณ
“คืนฝนพรำอากาศหนาวเล็กน้อย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี”
ซ่านจินจื๋อได้ยินนางกำนัลข้างๆบอกต่อสิ่งที่คนอื่นพูดให้ฟังอีกรอบ เสียงช่างนุ่มนวลยิ่งนัก หากแต่ไม่อาจเทียบกับกู้อ้าเวยที่ร่างกายพิงอยู่บนหัวเตียง รอยยิ้มทะเล้นที่สะท้อนออกมาจากดวงตาทำให้คนไม่อาจคาดเดาได้ เขานำแปดคำที่คิดอยู่บีบคั้นออกมาจากลำคอ แล้วหัวเราะเบาๆพิงอยู่บนไหล่ของเขา
หลายวันมานี้ เขาอาศัยคำพูดบอกต่อมาจากเหล่านางกำนัลและขันทีถึงสถานการณ์ของนางในตอนนี้ ราวกับมีเมฆหมอกมาบังตา ความเงียบสงบในวังหลวงมันเหมือนกับค่อยๆลบล้างจิตวิญญาณในการต่อสู้ของเขา ที่นี่มีแต่หมู่นกกาที่บินอย่างไม่จบไม่สิ้นและเรื่องหยุมหยิมอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้น
เขายังคงเป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ได้เห็นหน้าของนาง แต่กลับมีนางอยู่เต็มหัวใจและสายตา
นางกำนัลใหม่ที่พึ่งมา หน้าตาคล้ายคลึงกับกู้อ้าวเวยเล็กน้อย ขุนนางหนุ่มที่นำนางกำนัลมอบให้เขายิ่งยิ้มอย่างได้ใจคุกเข่าต่อหน้าเขา“ท่านอ๋องจิ้งต้องทรงงานหนัก ควรจะต้องมีเวลาพักผ่อนนะพ่ะย่ะค่ะ”
ตอนแรกคิดว่าหากเขาประจบว่าที่ฮ่องเต้ในอนาคตเขาจะได้รับคำชื่นชม แต่สิ่งที่แลกกลับมามีเพียงแต่เสียงอันเย็นชาของซ่านจินจื๋อที่สั่งไปโบยสามสิบครั้ง ขุนนางหนุ่มผู้นั้นถูกใช้กำลังลากตัวออกไปแล้วโยนต่อหน้าผู้คน เรื่องโบยสามสิบทีทำให้ขุนนางส่วนใหญ่เลิกคิดที่จะติดสินบน ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างตั้งใจ
แต่ซ่านจินจื๋อที่ได้ยินแปดคำนี้ในวันนี้ เขาวางราชสารที่อยู่ในมือลง นวดคลึงหว่างคิ้ว แล้วเอ่ยถามกับหวางกงกงที่อยู่ข้างๆไปว่า“ท่านพี่ยังไม่ฟื้นใช่หรือไม่?”
“ทุกวันนี้เวลาที่ฮ่องเต้ตื่นมีไม่ถึงหนึ่งก้านธูปด้วยซ้ำ นางสนมในวังและฮองเฮาพระองค์ใหม่ต่างพากันร่ำไห้อยู่ทุกวัน”หวางกงกงไม่มีท่าทีทั้งกลัวและเกรงอีกต่อไป เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้น แล้วเอ่ยเสียงเบา“ท่านอ๋อง มาวันนี้คนที่ฝ่าบาทไว้ใจเชื่อใจมากที่สุดนั่นก็คือท่าน ท่านอย่าได้เห็นแก่ความปรารถนาของตนเอง……”
“ข้ารู้ดี”ซ่านจินจื๋อตัดบทของหวางกงกงอย่างปวดหัว“เรื่องที่ส่งองค์หญิงเอ่อตานกลับเตรียมการเสร็จหรือยัง?”
“ทุกอย่างเตรียมการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข่าวอ๋องจงผิงออกจากวังก็ถูกปล่อยออกไปแล้ว”หวางกงกงรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว มีการเอ่ยถึงเรื่องของอ๋องจงผิงไปด้วย
แต่ในวังหลวงกว้างใหญ่ อ๋องจงผิงอาศัยแสร้งทำเป็นดื่มสุราที่มีพิษแล้วสลบไป วันเวลาที่ผ่านมาเหล่านี้เขาเอาแต่ปิดประตูไม่ไปไหน ตัดเขาจากโลกภายนอก ซ่านจินจื๋อจึงพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่า“คนวางยาพิษที่อยู่ในวังหลวงยังหาไม่พบ เจ้าไปเยี่ยมท่านแม่กับข้าหน่อย”
หวางกงกงร่างกายกระตุกไปชั่วครู่ แล้วจึงรีบขวางซ่านจินจื๋อไว้“ตอนนี้ไทเฮาอยู่ที่อารามไป๋หม่า……”
“ข้าไม่ได้หมายถึงเสด็จแม่ แต่เป็นฮูหยินหยุนหว่านต่างหาก”ซ่านจินจื๋อเบี่ยงตัวหลบจากไหล่ของหวางกงกงอย่างไม่สบอารมณ์ แต่กลับไม่เห็นว่าหวางกงกงกำลังส่งสัญญาณให้นางกำนัล นางกำนัลจึงรีบเดินออกไปอย่างกระวนกระวาย เมิ่งซู่ที่รีบเดินเข้ามาจากด้านนอกราวกับจะขวางซ่านจินจื๋อไว้ พูดอะไรบางอย่าง
พูดออกไปไม่กี่คำอย่างข่มอารมณ์ แล้วซ่านจินจื๋อก็เดินออกไปอย่างเอาแต่ใจ
หวางกงกงรีบตามไล่หลัง ขณะที่ผ่านเมิ่งซู่สายตากลับแหลมขึ้นมา“ใต้เท้าเมิ่ง”
“เรื่องที่ฮ่องเต้วาน เมิ่งซู่จัดการเสร็จแล้ว”เมิ่งซู่ก็เอ่ยเสียงเบา นำราชสารเปล่าเก็บเข้าไปในแขนเสื้อ“ถ้าหากยังไม่จัดการเรื่องของกู้อ้าวเวย รอจนอ๋องจิ้งพบเข้า ก็จะสายไปเสียก่อน”
หวางกงกงพูดจบก็รีบเดินตามซ่านจินจื๋อไป
แต่แน่นอนว่าซ่านจินจินจื๋อไม่ทันได้สังเกตว่ามีขันทีคนหนึ่งตกขบวน หวางกงกงรีบเช็ดหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาแล้วรีบเดินตามหลังไปใหม่อีกครั้ง
พวกทหารยามที่เฝ้าหยุนหว่านอยู่นั้นตอนนี้ได้หายไปยังไร้เสียงใดเกือบครึ่ง
ก่อนหน้านั้นหยุนหว่านกับหลิ่วเอ๋อก็พบว่าเรื่องนี้มีอะไรแปลกไปเล็กน้อย แต่หวางกงกงยังคงบอกสถานการณ์ข้างนอกให้ฟังทุกวัน ทหารยามไม่ได้ไม่ให้พวกนางไป ถ้าหากอยากจะไปหยิบยาจากโรงพยาบาลเล็กน้อย พวกเขาก็จะตามอยู่อย่างห่างๆ
พอซ่านจินจื๋อมาถึงข้างๆประตู ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ