ตอนที่ 802
บทที่ 802 สัตว์ร้ายที่ถูกกักขังไม่อาจทำอะไรได้
October 31, 2026
บทที่ 802 สัตว์ร้ายที่ถูกกักขังไม่อาจทำอะไรได้
ชิงจือไปฝึกปรือวรยุทธ์ที่เอ่อตาน เขาพาเพื่อนของเทียนเหยียนสองคนมาด้วย คนหนึ่งเป็นเด็กสาวขอทานข้างถนน อีกคนลูกชายของเจ้าของร้านช่างตีเหล็ก และแทบอยากจะส่งอาโม่ที่ไร้ซึ่งความอดทนกลับไปโดยเร็วที่สุด
ในระยะสั้นแค่สองเดือน ก็มีเด็กหลายคนถูกสำนักทิงเฟิงเก๋อกับคนของจวนอ๋องจิ้ง ไปถึงเขตภายในของแคว้นเอ่อตาน
ในจดหมายมีคำผิดเยอะมาก บิดๆเบี้ยวๆ กู้อ้าวเวยตั้งใจพลิกอ่านกลับไปกลับมาจนหลายรอบจนใกล้จะเข้ารอบที่สี่สิบ ประตูก็ถูกเปิดออกมา ยู่หงเอ่ยปากด้วยสีหน้านิ่งเฉย“ราชทูตของเอ่อตานอยู่ประตูด้านนอก อยากจะพบ และเตรียมจะกลับไปสะสางงานที่เอ่อตาน”
“ซ่านต้วนเฟิกับกู้เฉิงมีความคิดเห็นอย่างไร?”กู้อ้าวเวยนำจดหมายในมือใส่เข้าไปในห่อกระดาษไขของกระเป๋าเล็กอย่างไม่มีพิรุธ กลัวว่าน้ำฝนเพียงไม่กี่หยดจะทำให้ชะล้างร่องรอยทุกอย่างหายไปจนหมด
“พวกเขาจะไปพร้อมกับเธอ เหมือนกับที่นัดกันไว้คราวก่อน”ยู่หงก้าวขึ้นมาข้างหน้า สายตามองเฉียงลงแล้วแก้กุญแจข้อมืออันหนักอึ้งของนางออก มองดูร่องรอยรอยม่วงช้ำเป็นวงใหญ่ที่เหลือไว้“ยู่จือไม่มีทางช่วยเจ้าถอนพิษหรอก เจ้าต้องรู้ว่าผลจากการถูกคนควบคุมมันคืออะไร”
คำขู่ของเขาได้ผลเป็นอย่างมาก
ไม่กี่วันมานี้ยู่จือเคยทดลองอยากจะควบคุมนางอีกครั้ง หวังเพียงแค่ว่าจะสามารถได้คำพูดดีๆอะไรออกจากปากของกู้อ้าวเวยได้บ้าง ถึงจะเป็นคำขอร้องจากซ่านต้วนเฟิง หวังว่ากู้อ้าวเวยจะสามารถช่วยอะไรผู้ชายแบบเขาได้
สุดท้ายแทบจะเป็นแค่ปากอันเดียวของกู้อ้าวเวยที่ได้ชัยชนะไป
แต่ในขณะเดียวกัน ตามร่างกายของนางยังหลงเหลือบาดแผลน้อยใหญ่ทั่วร่างกาย แต่นางยังคงก้าวเท้าอย่างสบายๆ ราวกับไม่เคยได้รับการทารุณใดๆทั้งสิ้น แม้กระทั่งนางยังสามารถยังสามารถสบตากับนัยน์ตาของยู่หงที่ส่องสะท้อนความสงสารนางพูด“พวกเขาอยากจะควบคุมข้าในวาระสุดท้าย แต่ข้าที่เป็นแบบนั้นเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาตัวหนึ่งเท่านั้น นอกเสียจากว่าพวกเขาจะสามารถห้าบอกในสิ่งที่พวกเขาอยากจะให้ข้าพูด”
“เจ้าสำคัญมากจริงๆนะ”
“เป็นพวกเขาที่เดินเข้ามาในกับดัก”กู้อ้าวเวยกะพริบตาปริบๆ แล้วรีบสาวเท้าเร็วขึ้น
ดูท่าแล้วเหมือนนางจะรู้ว่าราชทูตเอ่อตานที่มารับนางคือใคร
ราชทูตเอ่อตานพวกนั้นรีบหลีกทางเป็นแถวอย่างพร้อมเพรียงกัน ผิงชวนหยิบพัดขึ้นมาแล้วไปยืนอยู่ด้านข้าง แต่คนที่อยู่ข้างหน้ากลับสวมชุดดำและผ้าปิดปากสีดำ ดูจากรูปร่างลักษณะแล้ว ต้องเป็นหยุนหว่านอย่างไม่ต้องสงสัยอะไร
สายตาของกู้อ้าวเวยกวาดตามองไปที่ภายในห้อง ไม่รู้ว่ากู้เฉิงหลบอยู่ตรงไหนเพื่อคอยแอบดู
แต่นางกระโดดไปข้างหน้าด้วยความดีใจ มีมืออันสากเล็กน้อยของหยุนหว่านรีบกุมมือของนางขึ้นมา เอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“สุขภาพของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ทุกอย่างเรียบร้อย ยาถอนพิษเหลือเพียงแค่ตัวเดียว ไม่รู้ว่าอี้จื๋อตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”กู้อ้าวเวยยืนอยู่ข้างๆของหยุนหว่านอย่างน่าเอ็นดู ร่างกายเบี่ยงไปด้านหน้าเล็กน้อย แล้วยังใช้แขนเสื้ออันกว้างปิดบังรอยเขียวช้ำบนข้อมือด้วย
“อี้จื๋อยังไม่รู้ความ ใช้เวลาสักนิด ก็ต้องให้เจ้าอยู่กับเขาไปทุกวันแล้วล่ะ”น้ำเสียงของหยุนหว่านเฉียบคมขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับเปลี่ยนทิศทาง มองลอดไปยังซ่านต้วนเฟิงจากผ้าปิดหน้าสีดำหนา“องค์ชายเก้าดูแลเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ซ่านต้วนเฟิงในตอนนี้เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าแล้วนั่งลงอย่างเคร่งขรึม ในสมองของเขายังประเมินผลไม่ทันว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือหยุนหว่านจริงหรือไม่
“ไม่เลว”มองข้ามเรื่องราวไปแล้ว กู้อ้าวเวยก็ตัดสินใจเวลาที่จะออกเดินทางไปพร้อมกับหยุนหว่าน ซ่านต้วนเฟิงกระแอมเป็นช่วงๆเพื่อขู่ สายตาก็ไปตกอยู่ที่กลไกที่อยู่หลังภาพวาดพวกนั้น ตั้งใจถ่วงเวลาออกไปอีกเล็กน้อย
รอจนทุกอย่างจัดการเสร็จหมดแล้ว กู้อ้าวเวยทำได้เพียงแค่ส่งหยุนหว่านจากไป
ในเวลานี้นั้นเองกู้เฉิงถึงได้ออกมาจากที่ซ่อนในมุมมุมหนึ่งของห้อง เขาคิดว่าคนหนุ่มที่ชื่อผิงชวนคนนั้นคงพบตัวเขาแล้ว จึงพูดออกไปอย่างขวานผ่าซาก“หยุนหว่านไม่อยู่ในวังหลวง”
“ช่างทำให้ข้าเหลือเชื่อจริงๆ”กู้อ้าวเวยหัวเราะเบาๆขึ้นมา“พวกเจ้าขู่ข้าไปก็เท่านั้นแหละ”