ตอนที่ 803
บทที่ 803 สอดแนม
October 31, 2026
บทที่ 803 สอดแนม
ทั้งในและนอกของวังหลวงต่างมีคนยืนเฝ้าอยู่ รักษาการจัดเวรยามอย่างแน่นหนา
ขอเพียงแค่เกิดเรื่องอะไรขึ้น
ในเวลาค่ำคืน หยุนหว่านนั่งอยู่ข้างๆแสงเทียน หลิ่วเอ๋อกับจื่อเหมิงได้นอนหลับพักผ่อนอยู่บนเตียงไปนานแล้ว แต่เตียงนั้นที่พอสำหรับนอนกันสองคนมีเพียงหลิ่วเอ๋อคนเดียวเท่านั้น ข้างในเพื่อให้นางได้นอนหลับพักผ่อน เพื่อไม่ให้คนที่มาส่งข้าวส่งน้ำพบตัวนางเข้า
เสียงของจิ้งหรีดในฤดูใบไม้ผลิยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง ผ่านกระดาษบางบนหน้าต่าง นางยังสามารถมองเห็นความสว่างหรูหราภายในวังหลวงค่อยๆมืดหายไปอย่างไม่มีเสียง ลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดเสียงอื้ออึงไปมาในสวย
“เป๊าะ”เสียงนั้นเหมือนกับเสียงใบไม้ขนาดใหญ่สองใบร่วงลงมาจากพื้น
แต่หลังจากที่หยุนหว่านไปหลบอยู่หลังผ้าม่าน จนกระทั่งเห็นช่องว่างในประตูมีแสงแวบเข้ามา มีกริชยาวเล็กด้ามหนึ่งกำลังแกะสลักกลอนประตู นางถึงสูดหายใจเข้าลึกๆ อาศัยจังหวะของเสียงอันน้อยนิดย้ายตัวเองไปหลบอยู่ในซอกหลืบอันเล็กหลังเตียง นั่นเป็นที่ที่ทั้งสามคนย้ายเตียงแล้ว เหลือช่องว่างไว้เล็กน้อย ด้านข้างมีที่วางของขวางไว้ แม้แต่นางกำนัลที่มาทำความสะอาดก็ยากที่จะพบเห็นได้
กลั้นหายใจแล้วหลบซ่อนตัวเข้าไป หยุนหว่านค่อยๆวางผ้าปิดบังลงที่พื้น ใช้มือลูบคลำไปมาอยู่ที่กำแพง
จนกระทั่งไปจับโดนกริชที่แอบซ่อนเอาไว้ นางถึงพึ่งรีบกลั้นหายใจ ไม่กล้าขยับไปไหน
เงาดำร่างหนึ่งค่อยๆคืบคลานเดินผ่านภายในห้องทุกจุด แต่ไม่ได้มีจุดประสงค์อยากทำร้ายคน สุดท้ายนางถึงพึ่งมาถึงข้างเตียง เหมือนกับอยากจะเปิดฟูกออกมา หยุนหว่านสูดหายใจเข้าอยากจะพุ่งตัวออกไป
แต่ก็มีเสียงกรีดร้องของอีกเตียงหนึ่งดังขึ้นมา“มีคนร้าย!”
หลิ่วเอ๋อลืมตาตื่นขึ้นด้วยความตระหนก แล้วรีบลุกขึ้นก่อนที่เงาดำจะหนีไป แทบจะทับร่างคนผู้นั้นจนตัวติดพื้น เงาดำมีเสียงร้องอย่างตกใจของหญิงสาวดังขึ้น แล้วต่อจากนั้นก็มีเสียงฝีเท้าของทหารที่เฝ้ารักษาการเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
จื่อเหมิงใช้ฟูกบังใบหน้าแล้วตะโกน“นางนั่นแหละ!พวกข้ายังไม่ได้ดับไฟเลยด้วยซ้ำ!”
“จับนางมัดไว้!”ใบหน้าของทหารยามหน้าดำคร่ำเคร่งไปหมด ให้คนไปพยุงหลิ่วเอ๋อลุกขึ้นยืน อีกด้านก็เป็นคนชุดดำที่ถูกลากขึ้นมา แล้วดึงผ้าที่ปิดบังใบหน้าออก ทำให้เห็นถึงใบหน้าอันจิ้มลิ้ม
ด้านข้างมีคนผู้หนึ่งเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า“นี่เป็นนางกำนัลในวังหลวง เสี่ยวเหยา”
“นำตัวกลับไป!”ท่านแม่ทัพของทหารยามตะโกนเสียงดัง มองตรงไปที่หลิ่วเอ๋อพลางเปิดปากพูดขึ้นมาว่า“ขออภัยนางกำนัลหลิ่วเอ๋อ ต้องโทษพวกข้า ……”
“เรื่องนี้พวกข้าจะไม่บอกอ๋องจิ้งหรอก ท่านได้โปรดจัดการเรื่องนี้อย่างระมัดระวังด้วย”สายตาของหลิ่วเอ๋อยังสะลึมสะลืออยู่ แต่กลับสามารถแสร้งเอ่ยปากพูดขึ้นได้อย่างไม่รู้สึกอะไร
ตระกูลตงฟางของฮองเฮาองค์ใหม่ได้รับความโปรดปรานก่อนหน้าที่ฮ่องเต้จะพระประชวร
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสถานะอันน่าอึดอัดของนางกำนัลหลิ่วเอ๋อ ฮองเฮาจึงได้นางในคนหนึ่งมาสอดแนมกลางดึก ไม่เพียงแต่ไม่สำเร็จ ยิ่งมีความเกี่ยวข้องต่อศักดิ์ศรีของฮ่องเต้ จึงทำได้เพียงแค่ระมัดระวังในการจัดการ
แม่ทัพเอ่ยขอบคุณของนางกำนัล แล้วจึงไม่กล้าอยู่ต่ออีก ได้เพียงแต่คิดว่าสองวันนี้ทางสำนักพระราชวังจะส่งเสบียงมาให้เยอะหน่อย
แต่ในระยะเวลาอันสั้นสองก้านธูป ขาทั้งสองข้างของหลิ่วเอ๋ออ่อนแรง จื่อเหมิงก็กระโดดตัวลงมาจากเตียง แล้วพูดขึ้นอย่างโกรธเคือง“นี่ตกลงมันหมายความว่าอย่างไรกัน!”
“ไม่รู้สิ”หยุนหว่านพูดเสร็จก็เดินออกมาจากด้านหลังของเตียง กริชเล่มนั้นก็ถูกกลับไปที่เดิม ตัวนางเองยังเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดออกมา ใบหน้าเคร่งขรึม“ตกลงฮ่องเต้กับฮองเฮาอยากจะตามหาอะไรกันแน่ ยังมีคนที่อยู่นอกวังยืมมือของฮ่องเต้ลงมือเข้าแทรกแซง”
ทั้งสามคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรบ้าง
เพียงแต่เกรงว่าถึงหลิ่วเอ๋อจะได้เลื่อนตำแหน่งสูงเพียงใด สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจทัดเทียมกับนางสนมคนใดในวังหลังได้ ทหารยามทั้งสองข้างต่างกลัวว่าจะไปขัดใจใคร พอได้ยินคำพูดของหลิ่วเอ๋อที่ว่าจะเก็บเป็นความลับ ถึงได้จัดการเรื่องนี้อย่างเงียบๆ