ตอนที่ 804
บทที่ 804 ไม้แกะสลัก
October 31, 2026
บทที่ 804 ไม้แกะสลัก
ตอนนี้ถ้ายังไม่ไปอีก จะเป็นเวลาไหนได้อีกล่ะ
ซ่านต้วนเฟิงใช้เรื่องที่จะส่งองค์หญิงเอ่อตานกลับเทียนเหยียนมาหาราชทูตของเอ่อตานที่โรงเตี๊ยม การเยี่ยมนับครั้งได้ในที่สุดเขาก็ได้พบกับหยุนหว่านตัวจริงที่อยู่ตรงหน้า
คนที่อยู่เบื้องหน้าในวันนี้สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าที่มีผ้าปิดหน้าสีขาวสามารถปิดได้แค่เพียงครึ่งหน้าเท่านั้น แต่รอยแผลที่อยู่บนหน้าแทบจะทั้งใบหน้าทำให้ดูดุร้ายน่ากลัวยิ่งนัก และดวงตาคู่นั้นยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน
“ท่านแม่ ท่านอยู่ที่นี่จะเป็นอันตราย ถ้าหากพวกเรารีบกลับเอ่อตาน จะเป็นการดีหรือไม่?”
ใบหน้าของกู้อ้าวเวยพูดอย่างอารมณ์ดี กริชที่จี้อยู่ด้านหลังของนางก็ถอยกลับไปบ้างเล็กน้อย
หยุนหว่านกลับกระแทกแก้วน้ำชาในมือลงโต๊ะอย่างแรง แล้วกวาดสายตามองไปที่ข้างหลังของกู้อ้าวเวย“เวยเอ๋อ แต่คนพวกนี้กำลังขู่เจ้า”
“มีท่านพ่อกับท่านแม่ จะมีใครสามารถขู่ลูกได้ล่ะ?”กู้อ้าวเวยยิ้มขึ้นบางๆ หยิบแก้วน้ำชาในมือขึ้นมา แล้วเงยหน้าขึ้น“ชิงจือไปที่เอ่อตานแล้ว ในใจของข้ารู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาบ้างแล้ว”
สีหน้าของหยุนหว่านถึงค่อยๆอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย แล้วปล่อยลมหายใจพู่อย่างโล่งอก“ช่างเถิด คนเป็นแม่ก็แบบนี้แหละ เพียงแต่……”
“ท่านแม่ ข้ายังอยากพาซูพ่านเอ๋อไปด้วย ได้หรือไม่?”กู้อ้าวเอ่ยตัดบทคำพูดของนาง
สายตาของหยุนหว่านมีความกระวนกระวายพาดผ่าน หลังจากนั้นก็มีเสียงกระแอมดังขึ้นสองครั้ง แล้วถามขึ้นมาว่า“เพราะอะไร?”
“นางยังมีประโยชน์ เมี่ยวหารยังไม่ได้นำยาถอนพิษให้ลูก”พูดจบ กู้อ้าวเวยก็เบะปาก มองนางอย่างออดอ้อน“เป็นเพียงแค่ศัตรูเอง พาไปด้วยก็สามารถเป็นที่รองรับของลูกได้ด้วย”
หยุนหว่านใช้สีหน้าหลอมเหล็กให้เป็นเหล็กกล้าไม่ยังนาง สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม“แม่จะเตรียมโซ่ตรวนไว้ให้เจ้า”
พอพูดจบ กริชที่อยู่ข้างหลังนางก็จี้ไปข้างหน้าเล็กน้อย
กู้อ้าวเวยยืดตัวตรงเพื่อลบคมกริช บนหน้าผากมีหยาดเหงื่อบางๆ แล้วเอ่ยขึ้นต่อว่า“ข้ายังต้องการพาคนสองสามคนไปกับข้าด้วย”
“แม่เตรียมรถม้าให้เจ้าไว้เพียงคันเดียว”หยุนหว่านมองไปยังซ่านต้วนเฟิงด้วยสีหน้าเย็นชา ราวกับรู้ว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่
“รถม้าคันเดียวพอแล้วเจ้าค่ะ”กู้อ้าวเวยเอ่ยปากขึ้นอย่างปากยิ้มแต่กายไม่ยิ้ม
การตัดสินใจวันเวลาที่จะไปจากที่นี่สิ้นสุดลงด้วยบทสนทนาของแม่ลูกสองคน
ในตอนที่จากไปนั้น กู้อ้าวเวยรู้สึกว่าข้อมือของตัวเองเริ่มเจ็บขึ้นมาเรื่อยๆ ยู่หงที่อยู่ด้านข้างผลักตัวยู่จือไปด้านหน้า พลางเตือนนางไปด้วยว่า“โซ่ตรวนไม่มีประโยชน์อะไร แต่ยาพิษ เจ้าน่าจะรู้ดี”
“ข้าเหนื่อยมากแล้ว”กู้อ้าวเวยทำได้เพียงยกมือขึ้นแล้วนวดไปที่ขยับ พิงตัวบนรถม้าอย่างเหนื่อยล้า หลังจากที่มองดูซ่านต้วนเฟิงอย่างนิ่งเฉยแล้ว ถึงได้หลับตาลง ราวกับพูดเองเออเองว่า“ถ้าหากท่านแม่รู้ว่าข้าทำเพื่อพวกเจ้า เกรงว่าคงจะสั่งสอนข้าชุดใหญ่แน่”
หลังจากนั้น ก็มีเสียงของลมหายใจเข้ามาแทนที่
คิ้วของซ่านต้วนเฟิงตั้งขึ้นมา และคนรับใช้ที่ตามอยู่ข้างๆมาตลอดก็ปีนขึ้นรถม้ามา ฉีกหน้ากากหนังคนออกมา ทำให้เห็นใบหน้าของกู้เฉิง เขาใช้สีหน้าเคร่งขรึมมองไปที่กู้อ้าวเวยที่กำลังนอนหลับอยู่อย่างนิ่งเฉย ในใจของเขาเชื่อไปเกินครึ่ง
ยู่หงปิดหูทั้งสองข้างของกู้อ้าวเวย แล้วเอ่ยเสียงต่ำไปว่า“นางหลับแล้วจริงๆ ชีพจรไม่สามารถหลอกคนได้”
“ดูท่าแล้วคนผู้นั้นจะเป็นหยุนหว่านจริงๆ ไม่ใช่ตัวปลอม”ซ่านต้วนเฟิงสีหน้าคร่ำเคร่ง แผนการทั้งหมดของเขาตอนนี้ล่มไปแล้ว ตอนแรกเขาควรเหยียบอยู่บนทางแล้วเดินไปข้างหน้าตามทางที่กู้เฉิงปูไว้
“เป็นความจริง ถ้าหากไม่ใช่หยุนหว่านตัวจริง นางคงไม่ผ่อนคลายขนาดนี้”กู้เฉิงคิดว่าเขารู้จักลูกสาวที่เขาเลี้ยงมาสิบกว่าปีเป็นอย่างดี คิดเหมือนกับคนอื่นๆ
ไม่ว่ากู้อ้าวเวยจะฉลาดสักเพียงไหน นางก็แค่เด็กสาวที่อายุยี่สิบห้าต้นๆเท่านั้น