ตอนที่ 809
บทที่ 809 บัลลังก์ฮ่องเต้
October 31, 2026
บทที่ 809 บัลลังก์ฮ่องเต้
ณ ห้องโถงใหญ่อลังการหรูหราโอ่อ่า กลิ่นหอยลอยฟุ้งกระจายทั่วห้อง
ซ่านจินจื๋อไม่เคยคิดว่าพอก้าวเข้ามาในตำหนัก จะเห็นท่านพี่ที่ควรจะต้องนอนล้มประชวรหนักอยู่บนเตียง
ซ่านต้วนโฉงอายุมากกว่าซ่านจินจื๋อนับสิบปีได้ แต่ตอนนี้เขากลับสวมชุดลายมังกรสีทองเรืองรอง ดวงตาทั้งคู่สว่างไสว มีข้อมือแข็งแรงโผล่พ้นออกมาให้เห็น กระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นเนื่องจากถูกแรงเสียดของพู่กัน ดังกระแทกอยู่ในหูของซ่านจินจื๋อ
เขากำหมัดแน่น ดวงตาของซ่านจินจื๋อแดงก่ำ เสียงที่แทบจะถูกเค้นผ่านลำคอออกมาสี่คำ“ถูกลอบทำร้าย?บาดเจ็บสาหัส?”
พู่กันที่ถูกยกขึ้น ถูกตบกระแทกเข้ากับโต๊ะเสียงดังสนั่น น้ำหมึกที่กระเด็นขึ้นมาไปเปื้อนโดนแขนเสื้อของชุดมังกรทอง ประตูบานใหญ่ที่อยู่ข้างหลังของซ่านจินจื๋อถูกปิดลง หวางกงกงนั่งอยู่ข้างๆของซ่านต้วนโฉงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก้มหน้าก้มตาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่มีท่าทีของความหวาดกลัวอีกต่อไป
“จินจื๋อ เจ้าเป็นน้องชายแท้ๆของข้า เหตุใดถึงทำอะไรโดยไม่คำนึงอะไรเลยเพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว?”
น้ำเสียงของซ่านต้วนโฉงดูหวาดกลัว ใบหน้าที่คล้ายคลึงกับซ่านจินจื๋อตอนนี้สายตาเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธ ในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์กับความไม่เอาถ่านที่ทั้งผิดหวังและโกรธเกรี้ยว มือข้างหนึ่งยกขึ้นมานวดไปตรงที่ขมับ“สองเดือนมานี้เจ้าจัดการเรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่ต้องรู้ว่าบนราชสำนักแห่งนี้มีคนอีกมากมายเท่าไหร่อยากให้เจ้าขึ้นครองบัลลังก์ เจ้ากลับจะให้องค์ชายพระองค์อื่นขึ้นครองราชย์แทน เพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียวเนี่ยนะ?”
“ท่านพี่ คนพวกนั้นเป็นลูกชายของท่านนะ เป็นหลานแท้ๆของข้า”
ซ่านจินจื๋อกัดกรามแน่น เขามองไปที่พี่ชายผู้เป็นคนแปลกหน้าด้วยร่างอันสั่นเครือ
“คนพวกนั้นเป็นเพียงคนที่แตกกิ่งก้านสาขาเพื่อฮ่องเต้ หรือจะเป็นเพื่อเพราะเลือกคนที่เหลือรอดและเหมาะสมที่สุดเพื่อห้ำหั่นกันจนได้คนชนะ”มือข้างหนึ่งของซ่านต้วนโฉงยันไว้กับโต๊ะครึ่งหนึ่ง สายตาคู่นั้นหรี่ตามองดูบนกระดาษที่เขียนว่าเลือดเนื้อเชื้อไขของมังกรสี่คำ แล้วค่อยๆปล่อยลมหายใจออกมา“พวกเขาไม่มีใครทัดเทียมเจ้าได้แม้แต่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นบู๊บุ๋น พวกเขาก็ไม่อาจเทียบเจ้าได้แม้แต่ครึ่งเดียว”
ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นมาแล้ว
เหตุใดนอกจากซ่านเชียนหยวนกับซ่านเซิ่งหาน นอกนั้นองค์ชายองค์อื่นก็เป็นแค่คนไร้ความสามารถ
ไม่ว่าจะเป็นซ่านต้วนเฟิงที่ทำงานอย่างแข็งขันก็ดี ซ่านจวนฮ่าวที่ตรงไปตรงมา พวกเขาทั้งสองคนเติบโตขึ้นมาในวังหลวง ถูกแม่ของตนเองหรือฮองเฮาพร่ำสอนมาเป็นอย่างดี แต่ซ่านเซิ่งหานกลับด่วนจากวังหลังออกมาก่อน และซ่านเชียนหยวนก็เติบโตมาจากด่าน……
“เป็นเจ้าเองที่ไม่ให้พวกองค์ชายร่ำเรียนวิชา”นิ้วมือที่กำจนแน่นมีเสียงดังกรอบแกรบขึ้น ซ่านจินจื๋อกัดฟันแน่น“เสียดายเวยเอ๋อยังให้ข้าไว้ใจเจ้า ท่านพี่!”
ตั้งใจเน้นหนักตรงสองคำข้างหลัง
แต่ซ่านต้วนโฉงกลับทำเพียงยิ้มอย่างเย็นชา มองเขาอย่างเยือกเย็น“ทั้งๆที่นางมองข้าออกตั้งแต่แรกแล้วน่ะหรอ แต่ไม่เคยบอกกับใครเลยแม้แต่คนเดียว รวมถึงเจ้า เจ้าคิดว่านางรักในตัวตนของเจ้าเองอย่างนั้นหรือ!จินจื๋อ!นางวาดอนาคตที่เจ้าจะได้สืบทอดบัลลังก์ต่อไปต่างหาก!ได้ครองทั้งแผ่นดิน!”
ทันใดนั้นเอง กระดาษใบหนึ่งก็ถูกฟาดลงมาตรงเท้าของซ่านจินจื๋อ
ด้านบนยังมีตัวหนังสือบิดๆเบี้ยวๆอยู่บนนั้น ด้านบนอย่างเขียนอย่างสั้นๆนับจำนวนคำได้
“องค์ชายสามยืมมือของฮุยเฟยวางยาพิษไม่ได้อยากจะสังหารท่านหรอกนะ ข้าไม่เคยสงสัยที่ท่านรักคนที่ท่านรักอย่างคัมคลั่ง”
“คนที่สูญเสียไปแล้วก็ยากที่จะหวนกลับคืนมา เกลียดคนที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไป เกิดเป็นจักรพรรดิถึงจะหวังอยากให้คนในตระกูลปรองดอง สมดังปรารถนาทุกอย่างดั่งใจหวัง”
ซ่านจินจื๋อรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นฝีมือของกู้อ้าวเวย แต่เขากลับไม่รู้เรื่องนี้เลย ตกตะลึงในขณะเดียวกันก็กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ แต่กลับพบว่ากระดาษที่อยู่ในมือมีความผิดปกติ สองนิ้วขยี้ไปเบาๆ จึงพบช่องว่างระหว่างตรงกลาง
แต่ในนี้ กลับยังมีกระดาษบางๆแผ่นหนึ่ง เขียนไว้หกคำด้วยหมึกจางๆ“สอนลูกไม่เที่ยง เป็นความผิดของพ่อแม่”
“นางรู้ตั้งนานแล้ว”ซ่านจินจื๋อไม่สงสัยนาง ตัวหนังสือบิดๆเบี้ยวๆพวกนี้มีแต่นางเท่านั้นที่สามารถเขียนออกมาได้ในตอนที่สูญเสียการมองเห็น แต่ในตอนนั้น เป็นเรื่องที่นับเป็นเดือนได้