ตอนที่ 811
บทที่ 811 ร้องขอความจริง
October 31, 2026
บทที่ 811 ร้องขอความจริง
ซูพ่านเอ๋อกำลังจ้องมองขั้นบันไดอันแสนสูงชันและทอดยาวขึ้นไปบนภูเขาอย่างเหลือเชื่อ
กู้อ้าวเวยทำได้เพียงแค่นำโซ่ตรวนและกุญแจมือมามัดซูพ่านเอ๋อและม้าไว้กับต้นไม้กลางป่าลึก เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ก็ล้วนถูกไฟเผาไม่เป็นชิ้นดี ณ เวลานี้ กู้อ้าวเวยสวมแต่ชุดคลุมสีดำ หมวกก็ยังมาบดบังใบหน้า ขณะที่ซูพ่านเอ๋อกลับสวมใส่ชุดสีขาว ทันใดนั้นกู้อ้าวเวยอดบ่นพึมพำไม่ได้ว่า “ทำไมพวกเราต้องมาอารามไป๋หม่ากันด้วย”
“ไทเฮาเสด็จกลับวัง ทั้งยังมีโอกาสพลิกผันสถานการณ์”ซูพ่านเอ๋อตอบกลับด้วยเสียงแผ่วเบา กู้อ้าวเวยกลับไม่สบายใจ ซ้ำมิวายปิดปากซูพ่านเอ๋อไว้เลี่ยงมิให้หลวงจีนบริเวณรอบข้างนำตัวเธอไป
กู้อ้าวเวยก้าวขึ้นบันไดไปพร้อมกับพกถุงใส่เงินและห่อยาเพียงลำพัง
ข้อมือที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมสีดำเต็มไปด้วยรอยบาดแผล ห่อยาที่สะพายไว้ก็ว่างเปล่าไปแล้วเสียครึ่งหนึ่ง เชือกแดงบนข้อมือเปียกชุ่มไปด้วยน้ำจากลำธารใกล้เคียง ซึ่งมันเหนียวและทำให้ข้อมือรู้สึกแสบไรๆ ถึงอย่างนั้นถึงกระนั้นกู้อ้าวเวยก็ยังมิยอมตัดใจถอดมันทิ้งไปเสีย
ในเมื่อตกลงปลงใจร่วมใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกับซ่านจินจื๋อแล้วนั้น กู้อ้าวเว่ยย่อมช่วยขจัดอุปสรรคขวากหนามต่างๆ ให้แก่เขา
กู้อ้าวเวยก้าวเหยียบบันไดขั้นสุดท้ายด้วยแววตาอันมุ่งมั่น และพบกับหลวงจีนน้อยที่กำลังกวาดลานอารามอยู่พร้อมกับถามว่า “โยมมาที่นี่ด้วยการใด......”
“ข้ามาหาไทเฮา โปรดนำป้ายนี้ไปด้วย” กู้อ้าวเวยนำป้ายพกของอ๋องจิ้งออกมามอบให้ ทีแรกหลวงจีนน้อยหยุดชะงักชั่วขณะถึงจะพยักหน้าแล้วรีบนำป้ายพกไปถามผู้เป็นอาจารย์
กู้อ้าวเวยยืนรออยู่เช่นนั้นราวหนึ่งก้านธูปก็มีนางกำนัลรีบวิ่งออกมา พร้อมกับมองใบหน้าที่อยู่ภายใต้หมวกปกคลุมพลางบ่นพึมพำถึงค่อยเชิญกู้อ้าวเวยเข้าไป “เดิมทีไทเฮาเข้าใจว่าเป็นข้ารับใช้ของอ๋องจิ้ง องค์หญิงท่านช่าง......”
“ข้านั้นหาใช่องค์หญิงไม่” กู้อ้าวเวยกล่าวออกมาลอยๆ แล้วจึงเดินตามนางกำนัลเดินนางนั้นเข้าไปข้างใน
แต่ที่พำนักของไทเฮาในครั้งนี้แตกต่างกับคราก่อนนัก นางกำนัลที่อยู่ข้างๆดูท่าเหมือนจะมองออกในความสงสัยของกู้อ้าวเวยแล้วรีบเอ่ยว่า “ที่แห่งนี้เดิมเป็นที่พำนักของเสียนเฟย ทว่าการเฝ้าเวรยามของที่นี่นั้นหละหลวม ไทเฮาจึงเสด็จมาได้โดยไม่มีใครล่วงรู้ ส่วนตำหนักหลักนั่นมีเพียงตัวปลอมอยู่ก็เท่านั้น”
ตอนนั้นเหตุใดกู้อ้าวเวยถึงไม่เอะใจสงสัย
อันที่จริงคราก่อนที่มาพร้อมกันกับซ่านเซิ่งหาน กู้อ้าวเวยก็สงสัยอยู่แล้ว เพียงแต่คิดว่าการที่ไทเฮากับฮ่องเต้ยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันนั้นไม่เห็นตนก็เป็นเรื่องที่พอจะให้อภัยกันได้ ทว่า ณ ขณะนี้เมื่อพินิจ โดยละเอียดแล้วก็พบว่าไทเฮาเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ก็เท่านั้น
ระหว่างเดินเข้าไปยังตำหนักรอง ไทเฮาที่เคยพบเห็นนั้นไร้ซึ่งภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามไปเสียแล้ว ขณะที่ประทับร่วมกับเสียนเฟยในแววตามีเพียงแต่การโทษตนเอง แม้แต่สายตาที่มองมายังกู้อ้าวเวยก็มีความรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ไทเฮาอาจยังรอให้กู้อ้าวเวยศรัทธาต่อตัวไทเฮาเฉกเช่นเดิมกับเมื่อครั้งในอดีต
กู้อ้าวเวยค่อยๆ ดึงหมวกลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นถึงใบหน้าอันแสนคุ้นเคย กระนั้นก็ไม่ได้ถวายบังคมแต่อย่างใด มีเพียงแค่ก้าวเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ที่เวยเอ๋อมาในวันนี้ก็เพียงแค่มาหาความจริงเมื่อตอนนั้น”
ความหวังสุดท้ายในแววตาของไทเฮาก็ดับวูบไป เสียนเฟยที่ประทับอยู่ข้างๆ มองดูหญิงสาวที่ก่อความยุ่งยากแก่ชีวิตลูกชายของตนอย่างไม่พอใจ เสียนเฟยกำผ้าเช็ดหน้าจนแน่นพร้อมกล่าวว่า “เจ้าพูดเช่นนี้กับไทเฮาได้อย่างไรกัน”
“ขณะนี้ ข้าว่าตัวการที่ก่อกรรมทำเข็ญบันดาลให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้น เกรงจะไม่ใช่ฮ่องเต้เพียงพระองค์เดียว” กู้อ้าวเวยปรายสายตาอันแสนเย็นชามองไปยังเสียนเฟยผู้สิริโฉม คำพูดที่สนทนากลับกลายเป็นการกล่าวเตือน มิหนำซ้ำนางยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการโต้แย้งนี้ด้วย
เสียนเฟยตบโต๊ะขึ้นเพื่อให้คนลากตัวนางไปประหนึ่งว่าเป็นคนร้าย