ตอนที่ 812
บทที่ 812 มิใช่สกุลซ่าน
October 31, 2026
บทที่ 812 มิใช่สกุลซ่าน
“เพื่อตระเตรียมให้ซ่านต้วนโฉงสืบทอดบัลลังก์อย่างเต็มอกเต็มใจ ทั้งมิให้เหล่าสนมอื่นใดฉกฉวยโอกาสนี้ ข้าจำเป็นต้องไปเจรจากับหยูนซีและตบคำรับปากให้นางดำรงตำแหน่งฮองเฮา เพียงแต่ขอให้นางเกลี้ยกล่อมซ่านต้วนโฉงก็เท่านั้น......”
ทว่าน่าเสียดายที่เหตุการณ์มิได้เป็นดั่งสมใจหวัง ตัวหยูนซีเองมีเลือดของตระกูลหยุนไหลเวียนอยู่ภายใน ทั้งผิดแปลกไม่เหมือนใครและเป็นหัวขบถนี้แทบจะมีติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด ต่อให้เผชิญหน้ากับฮองเฮา ไทเฮาองค์ปัจจุบันนางย่อมกล่าวปฏิเสธได้อย่างเด็ดเดี่ยว ซ้ำยังตรัสพูดกับไทเฮาด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว “ข้าต้องการแค่ซ่านต้วนโฉงเพียงผู้เดียว หากให้ข้าเข้าวังมีสวามีร่วมกับหญิงอื่น วันหน้าข้าขอยอมเร้นกายในหุบเขาให้กำเนิดบุตรแล้วจบชีวิตอันแสนโหดร้ายนี้เสีย”
ณ ตอนนั้นไทเฮาห้ามปรามอยู่หลายหน ร้องขอให้นางออกหน้าช่วยเหลือแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ
ขณะที่ซ่านต้วนโฉงยืนกรานจะรอคอยให้ซ่านจินจื๋อกลับมา ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่ายดายอย่างที่สองพี่น้องคาดการณ์ไว้
ในวันที่ฝนโหมกระหน่ำ มีนางสนมนำพระราชโองการสถาปนาองค์ชายผู้เยาว์พระชันษาขึ้นเป็นรัชทายาท นับตั้งแต่มีการแย่งชิงตำแหน่งฮ่องเต้มานั้น โชคดีที่มีผู้เป็นหูเป็นตาให้แก่ไทเฮากระจายอยู่ทั่ววังหลัง ขณะที่นางสนมผู้นั้นกำลังนำพระราชโองการออกมาให้มวลเหล่าขุนนางทราบกันถ้วนหน้าก็ถูกประหารบั่นคอโดยพลัน
“ขณะเดียวกันนี้ ข้าย่อมรู้ดีว่าเวลาไม่คอยผู้ใด”
ตรัสถึงตรงนี้ ไทเฮาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ณ เวลานี้ ไทเฮามิวายคิดสังหารหยูนซี เหตุเพราะมีองค์ชายและสนมผู้อื่นล่วงรู้ถึงจุดอ่อนของซ่านต้วนโฉง ซึ่งก็คือสตรีสกุลหยูนผู้นี้นี่เอง พลอยมีคนรู้ว่านางกำลังตั้งครรภ์ไปด้วย และด้วยเหตุที่ซ่านต้วนโฉงถูกไทเฮาขัดขวางและไม่รู้เรื่องนี้ ซ่านต้วนโฉงจึงถูกคนดักลอบสังหารในวันที่มีคนไปลักพาตัวหยูนซี
“ข้าไม่อยากคาดคิดเลยว่าหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไปก็ไม่รู้เลยว่าภายในวังหลังนี้จักเกิดเรื่องน่าสลดใจใดขึ้น เช่นเดียวกับตอนที่เหล่าแม่ทัพต่างนำกำลังทหารและม้ามายืนอยู่ที่หน้าประตูวังหลวง เพื่อไม่ให้ซ่านต้วนโฉงลังเลใจ ข้าถึงได้ตอบรับเงื่อนไขของหยูนซี เพียงขอแค่นางยอมเขียนจดหมายบอกว่านางนั้นเปลี่ยนใจให้ซ่านต้วนโฉงครองบัลลังก์ ข้าก็จะส่งคนปล่อยตัวนางไป วันหน้าก็ไม่อนุญาตให้บุตรของนางกลับมายังวังหลวง”
แววตาของไทเฮาในขณะนี้เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา
ทว่าเสียนเฟยกลับถลึงตาฟังเรื่องราวทั้งหมดพร้อมกับกำผ้าไว้จนแน่น “แล้วหลังจากนั้น......”
“แต่ฮ่องเต้ทรงทราบ” กู้อ้าวเวยแสยะยิ้ม
“คงไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาของเจ้าไปได้เลย” ไทเฮากุมขมับพร้อมกับยิ้มเบาๆ มองไปที่แววตาของกู้อ้าวเวยราวกับว่าจ้องมองแววตาอันแสนอำมหิตของศัตรู น้ำเสียงก็ฟังดูโหดเหี้ยมขึ้นมา “ฮ่องเต้ทรงทราบว่านางกำลังตั้งครรภ์ ถึงกับยอมสละบัลลังก์แค่เพียงเพื่อผู้หญิงคนเดียว แต่กลับในตอนนั้นกลับไม่ทรงทราบว่าข้าสูญเสียไปเท่าไรเพื่อพวกเขาสองพี่น้อง”
“ฉะนั้นข้าจึงส่งคนไปลอบสังหารหยูนซี แล้วนำการตายของนางโยนบาปให้แก่องค์ชายองค์อื่น” หลังจากประโยคสุดท้ายได้จบลง เสียนเฟยหวาดผวาจนถอยร่นไปยังมุมผนัง นางสุดเกินจะคาดคิดจริงๆ ว่าจะมีคนกล้าสังหารหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ได้ลงคอ
กู้อ้าวเวยกำหมัดแน่น “หลังจากนั้นท่านก็สั่งให้ซ่านจินจื๋อร่ำเรียนการต่อสู้ ระหว่างนั้นเหตุใดถึงให้องค์หญิงหลิงเอ๋อร์ที่โปรดปรานที่สุดไปกันเล่า”
“แม้นว่าหลิงเอ๋อร์จะมองไม่เห็น ทว่านางกลับเป็นดวงตาเพียงคู่เดียวให้กับข้าได้ มีแต่อิสตรีเท่านั้นถึงจะรู้กฎและการสืบราชการลับ กระนั้นนางก็อ่อนเยาว์เกินไป ยิ่งเมื่อเทียบกับซูพ่านเอ๋อแล้วไซร้นางอ่อนแอกว่ามาก แต่อย่างไรเสียด้วยการตายของนางจึงทำให้ซ่านจินจื๋อกลับมา......”
ดวงตาอันแสนจะโกรธแค้นของกู้อ้าวเวยเข้าขัดคำพูดของไทเฮา