ตอนที่ 815
บทที่ 815 ต่างก็ซาบซึ้งใจ
October 31, 2026
บทที่ 815 ต่างก็ซาบซึ้งใจ
“คิดคดทรยศต่อเจ้านาย เจ้ารู้หรือไม่ว่าจักมีจุดจบเช่นใด”
เฟิงเยว่รีบก้าวเข้าไปทลายบรรยากาศที่เงียบงำ ดาบเล่มยาวในมือของเยว่ชิงเฉียดผ่านปลายนิ้ว วางพาดประชิดลำคออันเนียนละเอียด ขณะนี้แสงอันเย็นสะท้านก็แผ่ซ่านเข้ามา แม้แต่เฟิงฉือพลอยตื่นตระหนกไป และจับจ้องไปยังใบหน้าอันแสนเลือดเย็นของเยว่หลิงด้วยสีหน้าที่ซีดเซียว
รอแค่ซ่านเซิ่งหานออกคำสั่งเพียงเท่านั้น คอของเยว่ชิงจักต้องขานรับให้ถูกบั่นเป็นแน่แท้
“ข้านั้นย่อมรู้อยู่เต็มอก แต่ก็หาได้เสียใจไม่” แววตาของเยว่ชิงจับจ้องไปยังซ่านเซิ่งหานอย่างเป็นประกาย ทว่าภายในแสบซ่านไปทั่วหัวใจ
ชาตินี้ทั้งชาติชีวิตของนางเป็นแค่เพียงเบี้ยล่างของเขา
แววตาของเฟิงเยว่สั่นไรๆ ประหนึ่งว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้านี้มิใช่พี่น้องที่รู้จักกันมานานกว่ายี่สิบปี ขณะที่ปลายนิ้วกระตุกเบาๆ ซ่านเซิ่งหานถึงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องของกู้อ้าวเวยและซ่านจินจื๋อให้เจ้าเป็นคนจัดการ หากว่าสามารถติดต่อข่าวคราวซ่านจินจื๋อได้ ข้าคงยอมไว้ชีวิตให้”
“หมายถึงองค์ชายสามนะหรือ” เฟิงเยว่หันหน้าไปด้วยความฉงน
“กู้อ้าวเวยเคยบอกกับข้าว่าเยว่ชิงนั้นจงรักภักดีต่อข้าอย่างไม่แปรผัน ข้าย่อมเชื่อเป็นธรรมดา” ซ่านเซิ่งหานหันกลับไปพลางผ่อนจังหวะฝีเท้าลงพร้อมกับพูดเบาๆ “ชีวิตของเจ้านี้เป็นหนี้บุญคุณกู้อ้าวเวย”
คำพูดกลับแฝงความนัยว่าย่อมมิให้นางทำร้ายกู้อ้าวเวย
ดวงตาคู่นี้เอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาอันพร่างพราว ขณะหลังจากที่เฟิงเยว่ถอนมือกลับ นางยังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ดาบเล่มยาวในมือทิ่มลงกระแทกกระทบกับพื้นดังปัง นางเดินจากเรือนไม้ไผ่หลังเล็กสองชั้นนี้ไปโดยมิหันกลับมามองอีก ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงคนแจ้งอยู่ด้านนอกประตูว่ามีคนมาส่งข่าวมา
เยว่ชิงรีบเอามือปาดน้ำตาโดยเร็วพลันก่อนที่มันจะร่วงหล่นพร้อมก้าวไปถามอย่างเต็มฝีเท้า “มีเรื่องอันใด”
“แม่นาง นี่เป็นคำสั่งของแม่นางกู้อ้าวเวยว่าจักต้องส่งถึงมือขององค์ชายสามให้จงได้” คนผู้นั้นดูเหมือนเร่งหามรุ่งหามค่ำเดินทางมาหา เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่น นำจดหมายฉบับนี้มอบให้ถึงมือของเยว่ชิง
หลังจากเยว่ชิงอ่านจดหมายอย่างคร่าวๆ แววตาพลันมีความมุ่งมั่นขึ้นมา “เจ้ามาจากที่แห่งหนใดกัน แล้วรู้หรือไม่ว่าจักติดต่ออ๋องจิ้งได้ที่แห่งไหน”
เสี่ยวเอ้อที่รีบเร่งเดินทางมาผู้นั้นอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานพอตัวแต่ก็มิกล้าบอก ซ้ำวิ่งออกไปไม่กี่ก้าวก็ถูกถีบกลับเข้ามา จึงพูดออกจนหมดว่าต้องไปตามหาคนที่ชื่อใต้เท้าซางนิง ซ่านเซิ่งหานรู้สึกอับจนหนทาง และคงทำได้เพียงส่งจดหมายไปยังสำนักเยียนหยู่เก๋อด้วยตนเอง ทว่าใคร่ครวญดูแล้วอาจให้ฉีหรัวช่วยติดต่อให้ได้
ขณะฉีหรัวได้รับจดหมายก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ละถามหงเซียวที่อยู่ใกล้ๆ “บัดนี้เจ้ามีหนทางใดส่งข่าวให้ไปถึงมืออ๋องจิ้งบ้าง”
หงเซียวหยุดชะงักชั่วขณะ ถึงกับส่ายหัวไปมาพร้อมกับขมวดคิ้วตึง “หมู่นี้ในวังหลวงมีการตรวจตราที่เข้มงวดกวดขัน ก่อนหน้านั้นท่านอ๋องยังให้คนของพวกเราถอนออกมาชั่วคราว เพื่อเลี่ยงมิให้เข้าไปพัวพันเรื่องภายในวังหลวง เวลาเช่นนี้หากว่าท่านอ๋องไม่เริ่มเป็นฝ่ายติดต่อก่อน พวกเราทางนี้ก็อับจนหนทาง”
“เช่นนั้นแล้วเหตุใดซางนิงผู้นี้ถึงสามารถส่งข่าวเข้าวังได้” ฉีหรัวส่งจดหมายให้ฉบับนี้ให้หงเซียวด้วยความงุนงง
สรุปแล้วซ่านเซิ่งหานมิได้ถูกคุมขังไว้ บัดนี้เพียงแต่ส่งข้ารับใช้มายังที่นี่ เพื่อให้นางเกิดความสงสัย และคงนำเรื่องของซางนิงเล่าออกมาทั้งหมดอย่างง่ายดายเป็นแน่
หงเซียวอ่านจดหมายจบก็พับกลับคืนพร้อมส่งกลับคืน “ใต้เท้าซางนิงแตกต่างกับพวกเราโดยสิ้นเชิง เขาเคยลงมือฆ่าล้างตระกูลเพื่อราชวงศ์ซ่าน ต่อให้ฮ่องเต้ไว้ใจเขา ขณะที่เขาซุ่มซ่อนตัวฝึกปรือเป็นองครักษ์อย่างลับๆ ก็หนีไปเพราะฮ่องเต้อยู่หลายครั้งหลายครา ความลับเหล่านั้นท่านอ๋องคงตามสืบไม่ได้ พูดง่ายๆ ก็คือ อันที่จริงแล้วใต้เท้าซางนิงทั้งทำงานให้กับฮ่องเต้และท่านอ๋อง ทว่าไม่ให้ทั้งสองคนนั้นรู้เรื่อง”
จักมีความเป็นกลางสักเท่าไรกันเชียว
ฉีหรัวครุ่นคิดพินิจจึงให้หงเซียวตามหาเบาะแสของใต้เท้าซางนิง อีกด้านก็วางธุระประปังทั้งหมดในมือลง ไปแล้วไปหาซ่านเชียนหยวนพร้อมกับของบางสิ่ง จนบัดนี้ซ่านเชียนหยวนยังไม่รู้เลยว่าวันที่เขาเห็นตราราชลัญจกรหยกและพระราชโองการนั้นล้วนแต่เป็นของปลอมทั้งสิ้น