ตอนที่ 844
บทที่ 844 ยาแก้พิษ
October 31, 2026
บทที่ 844 ยาแก้พิษ
หลายปีมานี้ดูเหมือนยัยไง่หงจะไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเมิ่งซู่เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ในราชสำนัก ครอบครัวใหญ่ย้ายถิ่นฐานมาที่เมืองเทียนเหยียน ยัยไง่หงดูแลเรือนหลังเก่าในเขตชานเมืองเพียงลำพัง ถือโอกาสช่วยซู๋โหย่วเหวยซื้อแปลงยาในเขตชานเมือง อยู่ค่อนข้างใกล้จากทุ่งดอกไม้ของสำนักเยียนหยู่เก๋อ หาคนทำยาจำนวนมากมาคอยดูแลในแต่ละวัน ยัยไง่หงเองก็เคยชินกับการทำความสะอาดคฤหาสน์ จึงวิ่งวุ่นไปพักทั้งสองแห่ง มือไม้คล่องแคล่วและขยันขันแข็ง
คนที่สามารถทำให้ผู้คนรอบกายไว้วางใจจนได้เป็นผู้ช่วยนั้น จักต้องไม่เพียงแต่กล่าวขอโทษอย่างง่ายดายขนาดนี้เป็นแน่
“อันที่จริงครั้งนี้ข้ามา...”
“คำพูดนี้รอจนกว่าพวกเราอยู่กันสองคนค่อยว่ากัน” กู้อ้าวเวยยกมือขึ้นอุดปากของนางเอาไว้ เหลือบตามองบนเตียงที่อยู่ด้านข้างปราดหนึ่ง พลางกล่าวเสียงแผ่ว “เดินทางมาเหน็ดเหนื่อย ไปนอนพักสักประเดี๋ยวเถิด”
“คุณหนูยังใส่ใจอยู่เช่นเคย” ยัยไง่หงยิ้มตาหยีพลางพุ่งเข้าไป และยังไม่ลืมจัดระเบียบเตียงนอนก่อนหนึ่งหนอีกด้วย
ยู่จือที่อยู่ด้านหลังโยนกล่องไม้กกกล่องหนึ่งลงต่อหน้านาง “ยาเล่า?”
มิได้ไปตรวจสอบว่าของที่อยู่ในกล่องไม้คือเช่ออี้จื่อหรือไม่ กู้อ้าวเวยกลับยืนขึ้นอย่างสบายๆ ถือโอกาสตอนที่ยู่จือยังไม่ทันตั้งตัว สองมือก็ประกบดวงหน้าของนาง สายตากวาดมองลายสักแปลกประหลาดบนดวงหน้าของนาง และกล่าวว่า “ตระกูลหยุนตระกูลยู่แต่เดิมก็เป็นสายตระกูลเดียวกัน ตระกูลหยุนมีพิษ ตระกูลยู่มียา”
ยู่จือที่คิดจะสวนกลับพลันแน่นิ่ง หรี่ตาลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งกลับโรยลงบนปกเสื้อของกู้อ้าวเวย “ข้าคิดว่าตระกูลหยุนของพวกท่านลืมเลือนนี้ไปตั้งนานแล้ว”
“ต้องขอบคุณพี่สาวเจ้าที่บอกให้รู้” กู้อ้าวเวยกล่าวเช่นนี้ ชี้ไปที่ตำแหน่งกระดูกไหปลาร้าของตัวเอง “รอยประทับนั้นยังคงอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ดูแล้วน่าสะพรึงกลัวยิ่ง แต่ว่าก็ช่างเถิด”
ยู่จือนิ่งงันไปก่อนเล็กน้อย จากนั้นจึงปั้นหน้าขรึมบีบลำคอของกู้อ้าวเวยเอาไว้ “แพทย์ของหลิ่งหนานตระกูลหยุนจิตใจเมตตา เป็นที่รู้จักกันถ้วนหน้า แต่ตระกูลยู่ต่อให้เข้าสู่แวดวงสังคม ก็คงไม่พ้นแลกมาด้วยคำว่านักต้มตุ๋น ตอนนี้รู้เรื่องนี้แล้ว ท่านยังคิดจะออกอุบายอะไรอีก”
หญิงสาวรูปรางเพรียวลมเวลานี้มีไอสังหารแผ่กระจายออกมาทั่วสรรพางค์กาย ยู่หงผู้มีใบหน้าอัมพาตอยู่ข้างๆ กลับเอื้อมมือไปดึงนางกลับมา แล้วมองกู้อ้าวเวยปราดหนึ่ง “อย่าก่อเรื่อง ที่นี่ไม่มีใครปกป้องท่านได้”
“ข้าเปล่าก่อเรื่อง ข้าเพียงแต่คิดจะคลี่คลายปริศนาบนลายสักของนางก็เท่านั้น ถ้าหากลายสักนี้ของพวกเจ้าเป็นมรดกตกทอดมาจากต้นตระกูลบรรพบุรุษ บางทีข้าอาจจะหาวิธีแห่งการไขปริศนาออกก็ได้ วันหน้าคนของตระกูลยู่ของพวกเจ้าก็ไม่ต้องแบกลายสักลนหน้าแบบนี้ออกไปอีกแล้ว” กู้อ้าวเวยถูกผลักออก ซวนเซหลายก้าวไปพยุงขอบโต๊ะ ความเจ็บปวดที่อยู่ภายในร่างกายค่อยๆ เพิ่มขนานขึ้นเล็กน้อย
“แก้ได้หรือ?” ยู่จือเบิกตากว้างอย่างเฉียบพลัน
“แต่ข้าต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด พิษนี้ของเจ้าน่าจะมีประสิทธิภาพเหมือนกันกับพิษของตระกูลหยุนของข้า เพียงแต่พวกเราหลงเหลือคำว่าหยุนคำเดียวเอาไว้ ส่วนสิ่งที่พวกเจ้าหลงเหลือ กลับเป็นลายสักที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน” กู้อ้าวเวยหย่อนตัวนั่งลงช้าๆ เสียเลย แล้วโบกมือให้นาง “ตระกูลยู่ถนัดเรื่องยาพิษหนอนแมลง แต่ตระกูลหยุนกลับถนัดเรื่องการรักษาคน”
ใบหน้าของยู่หงกระตุกเกร็งเล็กน้อย ผลักยู่จือออกเบาๆ ในปากยังกล่าวว่า “ไม่มีลายสักนี่แล้ว ตระกูลยู่ของพวกเจ้าก็ไม่ต้องฤๅษีชีปะขาวไปตลอดชีวิตแล้ว”
“ถ้าหากทายาทตระกูลหยุนคลี่คลายได้จริงๆ พวกเราร่วมตระกูลร่วมบรรพบุรุษ เหตุใดต้องปล่อยยืดยาวตั้งหลายพันปี?” ยู่จือปากบอกว่าไม่เชื่อ ดวงตาคู่นั้นยิ่งชำเลืองมองกู้อ้าวเวยอย่างเย็นชา ทว่าข้อมือกลับยังคงวางมืออยู่ต่อหน้าของกู้อ้าวเวยอย่างไม่ใคร่เต็มใจนัก
ตรวจวัดชีพจรให้กับนาง สิ่งที่น่าแปลกประหลาดคือ กู้อ้าวเวยรู้สึกว่าอัตราชีพจรคงที่ ซึ่งแตกต่างจากตอนที่ต้องพิษอย่างสิ้นเชิง
มุ่นคิ้วเล็กน้อย และวาดเลือดต่อหน้ายู่หง ก็ลองใช้เข็มเงินเคลือบผงยาเจ็ดแปดเล่ม จนกระทั่งหัวคิ้วของยู่จื่อแทบขมวดชันขึ้นมา ขณะที่จะเริ่มลงมือ บานประตูพลันถูกเปิดออกอย่างแรง เข็มเงินในมือของกู้อ้าวเวยตำนิ้วเข้าจนร้องเสียงหลงออกมาเบาๆ