ตอนที่ 846
บทที่ 846 คลื่นเหียน
October 31, 2026
บทที่ 846 คลื่นเหียน
ได้รับความช่วยเหลือจากยู่จือ กู้อ้าวเวยก็ไม่รอช้าอีกต่อไปแล้ว หากแต่พกป้ายบัญชาการของอ๋องจิ้งและโม่อีเอาไว้ ออกไปจากด่านได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรคตลอดทางโดยไม่หยุดพักม้า
ในรถม้าอันคับแคบมีแม่นางสี่คนนั่งอยู่ ยู่หงยิ่งไม่ถูกโรคกับกู้อ้าวเวย ก่อนหน้านี้ก็ทะเลาะกับยู่จือใหญ่โตด้วยเรื่องการร่วมมือของทั้งสองคน แต่น่าเสียดายยู่จือนั้นมิใช่พวกใจดีเป็นเจ้าเรือนอะไรอยู่แล้ว จึงวางหนอนแมลงใส่ยู่หง ขังเขาเอาไว้ในห้องบ่นปอดแปดหนึ่งวันเต็ม ยู่หงหมดอารมณ์อย่างสิ้นเชิง เวลานี้จึงเร่งบังคับรถด้วยใบหน้ายู่ยี่
โม่ซานกอดดาบนั่งอยู่ด้านนอก กู้อ้าวเวยที่อยู่ตรงข้ามก็มิได้ถือตำราเอาไว้ ในอ้อมอกกอดหมอนใบหนึ่ง ขดตัวอย่างรันทดหดหู่ เส้นเลือดบนหลังมือเต้นกระตุก มีเพียงยัยไง่หงปรี่เข้าไปลูบหลังให้นางด้วยความปวดใจ “จากนี้ไปข้าจะไม่เป็นสาวใช้ให้นายน้อยอีกแล้ว จะเป็นสาวใช้ให้คุณหนูคนเดียว ปรนนิบัติท่านทุกเมื่อเชื่อวัน จะไม่ให้ท่านต้องพิษเป็นอันขาดแล้ว”
ยู่จือที่ถูกต้อนไปอยู่ในมุมอับกลอกตาเต็มแรง กู้อ้าวเวยเจ็บจนทนไม่ไหว ยังอดส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนเคลื่อนไปทางมุมอับ “พวกนี้ข้าล้วนเป็นคนเลือกมันเอง โทษผู้อื่นไม่ได้”
ตอนนั้นหากนางไม่แกล้งตาย พิษนี้ก็คงหลอกหลอนนางไม่ได้
ความดื้อรั้นไม่ฟังเหตุผลเพียงครั้งเดียวของทั้งชีวิตนี้ กลับขุดหลุมขนาดใหญ่ให้นางเยี่ยงนี้เชียว
คิดดูแล้ว นางยังรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าสมน้ำหน้านัก
ยัยไง่หงบุ้ยปาก เจียนร้องไห้ออกมา “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราทำอะไรอยู่ หนีเอาตัวรอดหรือ?”
ยู่จือกลอกตามองบนจนแทบถึงฟากฟ้าอยู่แล้ว โม่ซานเองก็มอง ‘เด็กสาว’ ที่อายุยี่สิบกว่าปีตรงหน้าด้วยสีหน้าจนคำพูด ยู่หงที่อยู่ด้านนอกม่านรถชักเริ่มทนฟังต่อไปไม่ไหว “ตอนนี้ไปเย่นเจียงมีประโยชน์อะไร ท่านคิดจะร้องขอความเมตตาจากกู่เซิง ไว้ชีวิตตระกูลยู่หรือ?”
“หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้องค์ก่อนให้ความสำคัญกับพวกเราตระกูลยู่ ตอนนี้ก็คงไม่ถูกลากออกไปบังคมดาบหรอก” ยู่จือตะโกนออกมาจากมุมอับ มองชายเสื้อของยู่หงผ่านม่านรถ แล้วกล่าวอีกว่า “ตระกูลยู่ของข้าไม่เคยทำเรื่องสร้างความเสียหายใหญ่โตอะไร”
“ครรภ์วิตถารก็เป็นประเด็นหนึ่ง วางพิษหนอนแมลงก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง” ยู่หงกล่าวอย่างเย็นชา
เห็นว่าทั้งสองกำลังจะมีปากเสียงกันอีกครั้ง โม่ซานรีบร้อนขวางทั้งสองเอาไว้ ถามกู้อ้าวเวยว่า “ถ้าหากท่านอยากรู้ชัดเต็มสองหู ก็รีบพูดเร็วเข้า!”
“เวลานี้เย่นเจียงยังคงอยู่ในความโกลาหลภายใน ส่งคณะทูตไปเชื่อมสัมพันธ์กับชางหลานเอ่อตานใช่ว่าจะไม่ใคร่ควรเลย กอปรกับตระกูลยู่เคยเป็นราชครูของเจียงเยี่ยน วันหน้าอาศัยนามของขุนนางราชทูต ส่งข้ากับยู่จือเข้าไปในเมืองเทียนเหยียน ทำทีว่าเป็นของกำนัล...”
กู้อ้าวเวยกอดหมอนเอาไว้ ยังไม่ทันพูดจบ ก็ได้ยินประโยคเย็นยะเยือกของยู่หงดังลอยมา “แบบนี้มันดีจริงๆ นั่นแหละ แต่ถ้าหากเข้าวังหลวงแล้ว ยังออกมาได้อยู่อีกหรือ? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าใบหน้าดวงนี้ของท่าน...”
“ขอเพียงข้าปลอมตัวก็ไม่มีใครจำข้าได้แล้ว อีกอย่างตระกูลยู่เป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่มีพรสวรรค์เหนือธรรมดา สามารถทำนายบัญชาสวรรค์ได้ ซ่านต้วนโฉงไม่มีเหตุผลที่จะไม่ต้องการ มีแต่เข้าไปในวังหลวงเท่านั้น ข้าจึงสามารถเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นสถานที่แดนไกลห่างจากฮ่องเต้แห่งนี้ ข้าจะช่วยซ่านจินจื๋อได้สักกี่เสี้ยวกัน?” กู้อ้าวเวยเองก็เจ็บปวดมากเช่นกัน แม้แต่ฮ่องเต้ยังเรียกขานชื่อแซ่เปล่าๆ
ยู่หงยังอยากพูดอะไรบางอย่าง ฝั่งยู่จือกลับปริปากอย่างเนิบนาบ “ที่ท่านพูดนั้นถูกต้อง อีกอย่างหากเย่นเจียงคิดเชื่อมสัมพันธ์กับชางหลานย่อมไม่อาจขาดตกเอ่อตานไปได้ ฝั่งนี้ก็ส่งท่านเข้าไปอย่างตั้งตาตั้งตารอ ฝั่งเอ่อตานก็ค่อยส่งข้าตระกูลยู่เข้าไปอย่างผ่าเผย รอจนกว่าเรื่องของชางหลานคลี่คลาย ตระกูลหยุนตระกูลยู่ต่างหวนสู่เอ่อตานทั้งสิ้น สามแคว้นเชื่อมสัมพันธ์กันก็เป็นอันเสร็จสิ้นบริบูรณ์”
กู้อ้าวเวยกอดหมอนเอาไว้ ในสมองยังสับสนอยู่เล็กน้อย “ข้าไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน”
“แต่ข้าคิดแบบนี้ ในเมื่อจะทำภารกิจ ก็ต้องทำให้ดี ข้าแขยงพวกครึ่งๆ กลางๆ อย่างท่านมากที่สุด” ยู่จือกล่าวพลางรู้สึกฮึดฮัดขึ้นมา ดีที่โม่ซานเอาดาบพาดขวางนางเอาไว้
“หลายๆ แคว้นเจรจาร่วมกันแบบท่าน ไม่กลัวตกลงไปในท่อน้ำทิ้งในอนาคตหรอกหรือ?”
“มีอะไรน่ากลัวกัน การเจรจาเหล่านี้ล้วนเป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย ข้าช่วยเย่นเจียงคลี่คลายปัญหาที่ซุกซ่อนของตระกูลยู่ ซ้ำยังช่วยเขาล้างพิษอีกด้วย ดูๆ แล้วแบบนี้...กู่เซิงยังต้องขอบคุณที่ข้ามียาถอนพิษอยู่ในมือด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นการต้องพิษถุงน้ำดีหงส์เข้าไป เขาก็คงเป็นฮ่องเต้ได้เพียงสองปีเท่านั้น ไม่มีเขาในอนาคต เย่นเจียงต้องโกลาหลอีกแน่” ในใจของกู้อ้าวเวยไม่ได้มีความละอายเลยแม้แต่น้อย