ตอนที่ 847
บทที่ 847 ตายต้องไว้หน้า
October 31, 2026
บทที่ 847 ตายต้องไว้หน้า
หลังจากความโกลาหล หลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง
โดยเฉพาะพื้นที่ทางชายแดนของเย่นเจียง ยกเว้นกำแพงเมืองและป้อมปราการที่ซ่อมบูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว คูเมืองที่เหลืออยู่แทบจะทรุดโทรมบุโรทั่งไปหมด เหล่าทหารที่เหลืออยู่ลำพังแค่สร้างป้อมปราการรวมถึงจัดการเรื่องกระจายกำลังของเจ้าหน้าที่แต่ละภาคส่วนนั้นยังต้องสู้สุดแรงเกิด กำลังพลไม่เพียงพอ
เคราะห์ดีที่หลังจากกู่เซิงจัดการเรื่องท่านซูเสร็จแล้ว ก็มิได้เรียกเก็บภาษีโดยบริบูรณ์แต่ลดภาษีแทน ชาวบ้านไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดสน รถม้าของกู้อ้าวเวยนั้นดูเหมือนจะมาแบบปุบปับอย่างเห็นได้ชัด โจรที่อยู่ในภูเขาก็เพิ่มขึ้นด้วย หากไม่ใช่เพราะโม่ซานและยู่หงอยู่ข้างๆ ระหว่างทางยังไม่รู้เลยว่าจะยากลำบากมากเพียงใด
ความยากลำบากเพียงอย่างเดียว ก็คือเงินของชางหลานไม่ค่อยนิยมใช้กันในที่แห่งนี้
“บนตัวพวกเจ้าไม่มีเงินกันเลยสักแดง?” กู้อ้าวเวยอดชำเลืองมองยู่จือปราดหนึ่งไม่ได้ ก่อนหน้านี้ตอนที่นางและกุ่ยเม่ยมาที่เจียงเยี่ยน เรื่องเงินล้วนมีกุ่ยเม่ยเป็นผู้จัดการทั้งสิ้น ลักษณะเงินของสองแคว้นแตกต่างกัน โดยเฉพาะสกุลเงินก็สลักลวดลายที่แตกต่างกันด้วย ต่อให้กู้อ้าวเวยนึกอยากไปแลกเงิน ก็ต้องแลกแบบสองต่อหนึ่ง ง่ายต่อการถูกผู้มีเจตนาแอบแฝงมาแอบอ้างเป็นอย่างยิ่ง
“ตระกูลยู่ของข้ายามปกติไม่ออกมาข้างนอก ต่อให้ออกโดยทั่วไปก็ล้วนบริโภคเสบียงอาหารของทางการ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าหลังจากข้าหายู่หงพบแล้ว ทั้งเนื้อตัวก็เหลือเงินแค่สองตำลึง เดี๋ยวนี้ชาวบ้านต่างกักตุนเสบียงอาหารไว้ เงินสองตำลึงแทบซื้ออะไรไม่ได้เลย” ยู่จือเองก็จนปัญญา
กู้อ้าวเวยได้แต่ปลงตก หากรู้แต่แรก ก่อนหน้านี้นางก็น่าจะหาไปกู้จี้เหยาขอข้าวของติดไม้ติดมือมาด้วยสักอย่าง ตอนนี้ยากรับมือเสียแล้ว สิ่งสำคัญคือไม่มีเงินซื้อสมุนไพร
ขณะที่ไม่กี่คนขมวดคิ้วมุ่นอยู่นั้น ยัยไง่หงก็เอ่ยปาก “นายน้อยคนโตมีกิจการอยู่ที่นี่ ไม่สู้ไปขอยืมเสียหน่อยดีกว่า ดูเหมือนว่าจะเปิดไร่ธัญพืชนะ”
“มากความสามารถขนาดนั้นเชียว?” กู้อ้าวเวยอึ้งงัน
“ถ้าหากนายน้อยคนโตไม่มีความสามารถอะไรเลย นายน้อยคนรองก็คงไม่ถูกฮ่องเต้ให้ความสำคัญเยี่ยงนี้” ยัยไง่หงยังคงยิ้มตาหยี ปรี่เข้าไปพูดอยู่ข้างตัวกู้อ้าวเวย “นายน้อยรองก็ไม่ได้โง่ ครั้นเขาเข้าสู่แวดวงราชสำนัก ทั้งครอบครัวต่างก็เข้าสู่แวดวงราชสำนักกันหมด ตอนนี้เปิดห้างร้านไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ก็ถือว่าเป็นหูเป็นตาให้ฮ่องเต้ด้วย นับประสาอะไรนายน้อยรองเป็นข้าราชสำนักใหม่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ภูมิหลังแตกต่างกับนางสนมและองค์ชายคนใดๆ ฮ่องเต้ย่อมให้ความสำคัญเป็นธรรมดา”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง
ก่อนหน้านี้กู้อ้าวเวยยังนึกแปลกใจว่าเหตุใดเมิ่งซู่ถึงได้ไต่เต้าขึ้นสูงขนาดนี้ ที่แท้ก็มีความสัมพันธ์ระดับนี้อยู่วงในนี่เอง
โม่ซานกลับมุ่นคิ้ว “เหตุใดคนของเมืองเทียนเหยียนถึงได้มีหูมีตามากมายขนาดนี้”
“นี่เรียกว่าเตรียมพร้อมระวังภัย” ยัยไง่หงหัวเราะพลางลูบแผ่นป้ายแล้วเดินออกมา ประชิดไปอยู่ข้างกายโม่ซาน “คุณหนูโม่ซานหน้าตาดีทั้งยังเป็นวรยุทธ์อีก ช่างเหมาะสมกับนายน้อยคนโตยิ่งนัก ท่านไปรับเงินพร้อมกับข้าสักเที่ยว จะได้วาดภาพเหมือนทิ้งไว้สักแผ่นด้วยเลย วันหน้าท่านก็ไม่ต้องคืนเงินแล้ว ทุกคนล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน”
มุมปากของโม่ซานกระตุก ก็ไม่รู้ว่าเจ้านายบ้านไหนถึงได้ตามใจเยี่ยงนี่ ยัยไง่หงปริปากเอ่ยแต่ละคำล้วนเป็นเหตุให้ผู้คนปวดหัวไม่รู้จบ แต่ว่าคิดถึงความวุ่นวายในละแวกใกล้เคียงยังค่อนข้างโกลาหลอยู่นั้น โม่ซานก็มิได้บอกปัด พานางเดินไปบนหมู่บ้านละแวกใกล้เคียงสักเที่ยว ปล่อยให้ไม่กี่คนพักฝีเท้าอยู่ในอารามร้างแถวนั้นชั่วคราว
เห็นว่าต้องล่าช้าไปอีกหลายวัน ยู่จือยิ่งไม่พอใจขึ้นเรื่อยๆ “หยุดเป็นพักๆ เมื่อไรจะถึง?”
“ต่อให้พวกเราเร่งฝีเท้า กู้จี้เหยาก็ไม่ได้นำวัสดุยาอื่นๆ กลับมาด้วย ดูสภาพแล้วกู่เซิงคงไม่เชื่อข้าเป็นแน่ นับประสาอะไรที่ล่ายเสวียนลูกน้องของเขาไม่ใคร่ชื่นชอบข้าแต่ไรมาอยู่แล้ว ในใจกลัวแต่เห็นข้าอยู่ในประเภทธิดาอสูรไปแล้วกระมัง” นั่งอยู่บนกองฟางหนาๆ หันหน้าเข้าหาลายสักค่อยๆ รื้อฟื้นวัสดุยาอย่างถี่ถ้วนและเปรียบเทียบกับวัสดุยาที่ซื้อมาตามรายทาง ในที่สุดก็มีความคืบหน้าเล็กน้อย
“ท่านนิ่งขรึมระงับอารมณ์ทั้งอย่างนี้”
“ชีวิตคนเรายาวนาน ไยต้องเร่งรีบ” กู้อ้าวเวยยกมือขึ้นเกาปากแผลที่ตอนนี้เริ่มคันยุบยิบ ต่อหน้าไม่กี่คน นางไม่ได้เลือดซิบเพียงแค่ครั้งเดียว โดยทั่วไปแล้วจุดไหนปวดมากถึงมีเลือดซิบออกมา จากนั้นก็โปะด้วยสมุนไรถอนพิษส่วนหนึ่ง แล้วค่อยหลับสักตื่น