ตอนที่ 849
บทที่ 849 รักแรกพบ
October 31, 2026
บทที่ 849 รักแรกพบ
นำคนไปส่งบนรถม้าโดยตรง กุ่ยเม่ยไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องเกี่ยวกับใบหน้าของนาง ทำเพียงเกณฑ์คนไปซื้องอบโปร่งกลับมา มองเสื้อโปร่งสีทองบนไหล่ของนางอย่างประหลาดปราดหนึ่ง รู้สึกว่าคุ้นตา แต่กลับพูดไม่ออก
กู้อ้าวเวยฟุบอยู่ในรถม้ากวักมือให้ยู่จือและยู่หง ยู่หงส่งยู่จือไปรออยู่ในรถม้าของตัวเอง แล้วออกไป เตรียมจะไปเรียกเด็กสาวอีกสองคนกลับมา คราวนี้กู้อ้าวเวยจึงวางใจมาอยู่ในรถม้า กุ่ยเม่ยมองสำรวจนางทั้งหน้าหลัง “กินเร็วยังไม่มีเนื้อมีหนังอีก”
“เจ้าเปลี่ยนไปแล้ว” นี่ไม่ใช่ถ้อยคำที่กุ่ยเม่ยคนก่อนจะพูดเลยสักนิด
“ต้องเปลี่ยนไปอยู่แล้ว ตอนนี้ข้ายังมีเรื่องมากมายต้องทำ โกลาหลวุ่นวายเสียยิ่งกว่าปีนั้นที่ตามท่านไปวิ่งจ้าละหวั่นอยู่ในป่าเขามากทีเดียว” กุ่ยเม่ยเองก็จนปัญญา คิดไม่ถึงว่าตลอดการเดินทางนี้นางไม่สงบนิ่งเลย
กู้อ้าวเวยเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ยื่นใบสั่งยาของตนเข้าไป กุ่ยเม่ยไม่ได้ไปด้วยตัวเอง ทำเพียงสั่งการให้คนไปเอามา อีกด้าน ทั้งสองต่างก็แลกเปลี่ยนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระยะนี้ให้กันฟัง
ไม่พูดแผนเดิมของกู้อ้าวเวย การมาครั้งนี้ของกุ่ยเม่ย คิดจะทำข้อตกลงกับเย่นเจียง เอ่อตานมีผืนดินอุดมสมบูรณ์ ถึงแม้มีช่างฝีไม้ลายมือ แต่ทางด้านการตีรูปและการถลุงนั้นยังขาดกำลังคนมีฝีมืออยู่ แม้กระทั่งฝีมือสิ่งทอก็ยังเทียบกับอีกสองแคว้นใหญ่ไม่ได้ แต่เก่งด้านวิทยายุทธ์ ดังนั้นจึงคิดจะร่วมมือกับสองแคว้น ทำกิจการบางอย่าง เงื่อนไขเบื้องต้นก็คือสองแคว้นต้องมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
หลังจากได้ยินถ้อยคำของกู้อ้าวเวย กุ่ยเม่ยก็ยังพยักหน้า “วิธีนี้ของท่านดูเหมือนจะไม่เลว แต่ครั้งนี้ข้ามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ต่อให้พวกเขาต้องลองเสี่ยงว่าตัวตนของท่านจะถูกเปิดโปง ก็ต้องส่งท่านไปอย่างแน่นอน”
“แต่ถ้าเจ้ากลับไปเทียนเหยียนกับข้า แล้วจะอธิบายกับทางท่านพ่อกับฉูห้าวอย่างไร?”
“ย่อมมีคนส่งจดหมายให้อยู่แล้ว อีกอย่างก่อนหน้านี้ท่านช่วยองค์ชายสามคิดวิธีไม่น้อย องค์รัชทายาทยังตั้งหน้าตั้งตาให้ท่านกลับไปช่วยเหลือเขาโดยเร็ววันอยู่ และชิงจือยังชักชวนให้พี่น้องตระกูลจูมาสอนวิทยายุทธ์ให้เขา จูเซชื่นชอบชิงจือกับอี้จื๋อเป็นพิเศษ แล้วก็มีคนในดวงใจแล้วด้วย นั่นก็คือนักวิชาการคนนั้นที่จูเย่นไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง...” กุ่ยเม่ยหัวเราะพลางเอ่ยถึงเรื่องสนุกๆ ที่เอ่อตาน ลามไปถึงเรื่องที่ชิงจือฝึกวิทยายุทธ์หามรุ่งหามค่ำ ไหนจะเรื่องสนุกๆ ตอนที่อี้จื๋อยังเล็กๆ ก็พูดจนหมด กู้อ้าวเวยก็รับฟังอย่างอิ่มเอมใจ
รอกระทั่งคนสี่คนอยู่ข้างนอกรวมตัวกันแล้ว โม่ซานสะพายดาบไว้ที่หลัง รู้สึกไม่เข้าใจ “ผู้ชายอะไร? นางไม่ได้บอกว่าจะไม่เปลี่ยนผู้ชายหรอกหรือ?”
“ข่าวซุบซิบมีประโยชน์อะไร จับ...ไม่ใช่ ต้องดูถึงรู้ว่าเป็นใคร” ยัยไง่หงยกชายกระโปรงวิ่งรุดหน้ามาอย่างกุลีกุจอ ถูกทูตเอ่อตานขวางเอาไว้ก็ไม่ยอมหยุด ทำเพียงชะโงกหน้าแล้วกล่าวเสียงพึมพำ “คุณหนูของข้าให้กำเนิดบุตรตั้งสองคนแล้ว พวกเจ้าจะปล้นชิงหญิงชาวบ้านไม่ได้นะ”
กู้อ้าวเวยที่อยู่ในรถม้าเกือบพ่นน้ำออกมา
คนที่อยู่รอบๆ ต่างทยอยมองสำรวจ พลางชี้ชักพยักหน้า
กุ่ยเม่ยได้แต่ยกม่านขึ้น สบสายตากับยัยไง่หงหนึ่งที ทั้งสองต่างตกตะลึง ยัยไง่หงโดดผลุงขึ้นมาด้านบน กุ่ยเม่ยยังดึงนางเอาไว้ ในปากก็บ่นพึมพำ “เด็กคนนี้เหตุใดนับวันถึงซุกซนทุกที”
“ที่แท้ไม่ใช่ผู้ชายป่าเถื่อน ข้าตกใจแทบแย่” ยัยไง่หงหัวเราะ แล้วไปจัดแจงข้าวของที่วางระเกะระกะในรถม้าให้เข้าที่เป็นระเบียบด้วยความเคยชิน กล่าวอีกว่า “พวกเราจะเดินทางด้วยกันหรือ?”
“อืม” กู้อ้าวเวยพยักหน้า ค่อนข้างจนปัญญา “เจ้านั่งตรงนี้หรือว่านั่งคันหลัง?”
“นั่งคันหลังนั่นดีกว่า ดูแล้วแม่นางยู่เป็นพวกมีเล่ห์เหลี่ยม ต้องคอยปรนนิบัติพัดวีให้ดี” จัดข้าวของเสร็จสรรพแล้ว ก็โจนออกไปข้างนอก “แต่ว่าคันหลังรถม้ามันเล็กไปหน่อย ข้าให้คุณหนูโม่ซานมาดีกว่า นางสะพายดาบ ที่นี่กว้างขวางกว่าหน่อย”
กู้อ้าวเวยพยักหน้า อย่างไรเสียยัยไง่หงก็รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองดี ให้นางไปอธิบายก็พลอยวางใจ