ตอนที่ 855
บทที่ 855 ความเงียบ
October 31, 2026
บทที่ 855 ความเงียบ
“ท่านอ๋องจิ้งกับ……”ฉีหรัวพุ่งตัวเข้ามาเมื่อได้รับข่าว แต่กลับถูกคนตรงหน้าปิดปากแน่น โอบเอวแล้วดึงตัวลากออกไป เสียงปิดประตูดังปึ้ง
ซ่านเชียนหยวนที่พึ่งลืมตาตื่นขึ้นถึงได้ยินข่าวนี้ บนร่างกายของเขามีเพียงเสื้อบางๆที่สวมอยู่ด้านในก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของฉีหรัวแล้ว ตอนแรกอยากจะอธิบายดีๆ ใครจะไปรู้ว่าเสียงตกใจของฉีหรัวจะดังขนาดนี้จึงทำให้เขารีบเปิดประตูดึงคนเข้ามา นานๆทีจะเห็นท่าทางตกใจของฉีหรัว
ฉีหรัวถูกปิดปากจนแน่น ถึงได้พอมีสติขึ้นมาบ้าง นางจึงตบไปที่หลังมือของเขา
“ไม่นะ เมื่อคืนเขายังให้ข้าไปหาแมวมาอยู่เลย ทำให้ข้าคิดทั้งคืน เมื่อครู่มีคนบอกกับข้าว่า เขาไปขอลูกแมวสองตัวมาจากนางกำนัลในสวนหลวง เมื่อคืนข้ามัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับการให้คนไปหาลูกแมวอยู่ทั้งคืน”ซ่านเชียนหยวนค่อยๆอธิบายด้วยเสียงเบาถึงได้ปล่อยคนออกไปแล้วจึงรีบกระโดดกลับเข้าไปสวมเสื้อผ้า
กลัวว่าเหล่านางกำนัลกับขันทีพวกนั้นจะมีเรื่องให้นินทากันอย่างสนุกปาก
ก่อนอื่นอ๋องจิ้งทรงโปรดลูกสาวของตระกูลขุนนาง หลังจากนั้นอ๋องจงผิงก็ได้อุ้มชายาที่ยังไม่ได้เข้าพิธีสมรสเข้าห้อง แม้แต่เสื้อตัวนอกยังไม่ได้สวม
ฉีหรัวยังไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้ ยิ่งไปกว่านั้นก่อนที่นางจะอบรมสั่งสอนฉีหลินนั้น ยังเข้ามาทุกวันไม่ขาด ถึงแม้ผู้อื่นจะซุบซิบนินทากันให้ควัก แต่นางไม่ได้สนใจพวกคำนินทาว่าร้ายพวกนี้นานแล้ว และไม่ใส่ใจ กระทั่งยังมองดูท่าทางยุ่งวุ่นวายของซ่านจินจื๋อ พลางเอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า“ไม่ต้องรีบหอก บอกมาก่อนว่าเขาเอาลูกแมวไปทำอะไร?”
“เจ้าช่างไม่ละอายใจเลย”ซ่านเชียนหยวนรีบดึงม่านยาวลงมา
“มีอะไรให้ละอาย เจ้าสวมชุดด้านในอยู่ไม่ใช่หรอ”ฉีหรัวมองเขายังประหลาดใจ
ซ่านเชียนหยวนหมดคำจะพูด สวมเสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมา แล้วมองไปที่นาง“กำลังพลทหารของเสด็จลุงอยู่แค่ด้านนอกเมืองเทียนเหยียนเองนะ”
“นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าในมือของฮ่องเต้ถือไพ่อะไรอยู่”ฉีหรัวขมวดคิ้ว
“แต่องค์ชายสามก็จากไปนานแล้ว เสด็จพ่อต้องพบอะไรเข้าแล้วแน่ๆ แต่ขัดขวางไม่ได้ หรือจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครสามารถขู่เขาได้แล้ว หรือไพ่ในมือของพวกเราจะอยู่ในสายตาเขาแล้ว”ซ่านเชียนหยวนคิดถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุด
ฉีหรัวยักคิ้ว แล้วถอนหายใจ“เบี้ยต่อรองหนึ่งเดียวของพวกเราในตอนนี้ นั่นก็คือฮ่องเต้ต้องส่งมอบบัลลังก์ให้แก่อ๋องจิ้งอย่างแน่นอน”
“เพียงแต่น่าเสียดายที่เป้าหมายไม่ชัดเจน แต่เสด็จอาจจะเริ่มหมดความอดทนแล้ว แม่นางพวกนางแทบอยากจะกลืนกินเขาไปทั้งตัว”ซ่านเชียนหยวนสองมือยกขึ้น แสดงให้เห็นว่าทำอะไรไม่ได้
ฉีหรัวพยักหน้า ตัดสินใจรับประทานเช้ากับซ่านเชียนหยวนก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ในขณะเดียวกัน ตงฟางซวนเอ๋อก็ปรี่ตัวเข้าไปหาซ่านจินจื๋อโดยความโกรธ ที่บนบ่ามีลูกแมวตัวหนึ่งปีนป่ายอยู่ อีกตัวอยู่ในอกกว้าง ชายหนุ่มผู้มีสีหน้าเยือกเย็นกับลูกแมวอ่อนนิ่มทำให้เห็นได้ชัดถึงความแตกต่าง แต่ซ่านจินจื๋อที่เล่นกับลูกแมวไม่ได้ใช้ความอ่อนโยนเลย สายตาคู่นั้นมีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมา
ตงฟางซวนเอ๋อทำได้เพียงแค่กลับไปด้วยดวงตาแดงก่ำ ยังไม่ทันรอให้ซ่านจินจื๋อเอ่ยปากพูด“แม่นางท่านนั้นคงจะยังเร่าร้อน ในภายภาคหน้าหากเจ้าได้เป็นพระชายาของข้า จะต้องจัดการเรื่องนี้ให้ดี อย่าทำให้เรื่องให้นินทาได้”
ตงฟางซวนเอ๋อกะพริบตาปริบๆ นี่เป็นการกล่าวชมอีกอย่างหนึ่งอย่างนั้นหรือ?
แต่ นางจะไม่มีวันยอมปล่อยหญิงที่ใช้เต้าไต่ขึ้นมาบนเตียงของอ๋องจิ้งเป็นแน่
แต่ทุกอย่างอยู่ในสายตาของซ่านจินจื๋อทั้งหมด เงาตะคุ่มร่างหนึ่งเดินตามแนวของกำแพงสูงของวังหลวง เดินตามฝีก้าวของตงฟางซวนเอ๋ออย่างเงียบเฉียบ และขันทีคนหนึ่งที่เดินตามหลังของซ่านจินจื๋อ เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า“ใต้เท้าโม่อีได้รับสารแล้วพ่ะย่ะค่ะ คุณหนูกู้เหมือนจะกำลังเตรียมถอนยาพิษ และยังเตรียมกลับมาพบท่านด้วย”
ซ่านจินจื๋อนิ่งไปชั่วครู่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ลูกแมวในมือของเขาร้องเรียก เหมือนจะไม่พอใจท่าทางเคร่งขรึมของเขาเขาเดินออกไปอย่างไม่สนใจ“อย่าให้นางกลับมา เรื่องของที่นี่ข้าจะจัดการเอง”
“ใต้เท้ากุ่ยเม่ยก็อยู่พ่ะย่ะค่ะ แต่ดูท่าเขาแล้วคงไม่ได้เตรียมจะขวาง อีกทั้งยังไขปริศนาของความเป็นอมตะได้แล้ว แต่เรื่องรายละเอียดใต้เท้าโม้อีก็ไม่รู้แล้ว หรือคุณหนูจะตายในขณะกำลังถอนพิษ……”
ลูกแมวในมือหล่นลงพื้นทันที แววตาของซ่านจินจื๋อมีความกังวลสั่นไหว แล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นชา“เหตุใดกุ่ยเม่ยถึงไม่ขัดขวางนาง!”